รัฐมนตรีคมนาคมเผย ไม่มีอำนาจควบคุมราคาสายการบินโลว์คอสต์ตามที่ผู้ประกอบการรถทัวร์เสนอ

By: arjin on Fri, 2015-01-09 10:21

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังจากกลุ่มผู้ประกอบการรถทัวร์ได้เสนอให้มีการกำหนดอัตราค่าโดยสารขั้นต่ำของสายการบินโลว์คอสต์ เพราะมีการลดราคาลงมามากจนกระทบกับจำนวนผู้โดยสารรถทัวร์ โดยบอกว่ากระทรวงฯ ไม่สามารถลงไปกำหนดราคาได้ ทำได้เพียงขอความร่วมมือ ไม่ให้สายการบินโลว์คอสต์ลดราคาลงมามากจนเกินไปจนกระทบขนส่งมวลชนประเภทอื่น

ที่มา: INN News

Coach ซื้อกิจการรองเท้าแบรนด์ Stuart Weitzman ที่มูลค่า 574 ล้านดอลลาร์

By: arjin on Tue, 2015-01-06 22:19

Coach Inc. ประกาศเข้าซื้อกิจการ Stuart Weitzman แบรนด์รองเท้าหรูด้วยมูลค่า 574 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการทำดีลซื้อกิจการที่แบรนด์กระเป๋าชื่อดังจากอเมริการายนี้ไม่ค่อยทำนัก โดย Coach จะจ่ายเงินสดให้กับ Sycamore Partners บริษัทแม่ของ Stuart Weitzman ในเบื้องต้น 530 ล้านดอลลาร์ และจ่ายเพิ่มอีก 44 ล้านดอลลาร์ หากสินค้าสามารถทำยอดขายได้ตามข้อตกลงภายใน 3 ปี

Sycamore Partners ปัจจุบันเป็นเจ้าของแบรนด์เนมหลายยี่ห้อ อาทิ Jones New York, Easy Spirit, Nine West และ Stuart Weitzman

Coach คาดหวังว่าการซื้อแบรนด์ Stuart Weitzman เข้ามาจะช่วยให้บริษัทขยายไลน์สินค้าสู่หมวดอื่นได้ หลังจากปีที่ผ่านมายอดขายกระเป๋าลดลง

ที่มา: WSJ

มาม่าปรับแผนธุรกิจ เตรียมทำร้านอาหารและเครื่องดื่ม

By: arjin on Tue, 2015-01-06 13:01
Tags: 

นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ซีอีโอบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ (SET:TF) ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า เปิดเผยแผนธุรกิจในปี 2558 กับกรุงเทพธุรกิจ ว่าบริษัทประเมินธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีแนวโน้มอิ่มตัว จึงเตรียมขยายธุรกิจไปสู่หมวดสินค้าใหม่เพื่อรักษาการเติบโตรวม

ธุรกิจแรกที่ TF สนใจคือร้านอาหาร โดยเน้นไปที่อาหารที่มีบะหมี่ ซึ่งปัจจุบันฮะจิบังเป็นแบรนด์ในศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุด ส่วนอีกธุรกิจคือเครื่องดื่ม ซึ่งบริษัทไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด บอกเพียงอาจได้พันธมิตรจากยุโรป และไม่ใช่น้ำดื่มหรือชาเขียว เนื่องจากเจ้าตลาดมีขนาดใหญ่และได้เปรียบหลายประการมาก

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

McDonald’s ทดลองเปิดร้านแนว Hipster ที่ออสเตรเลีย

By: arjin on Tue, 2015-01-06 10:25

กระแส Hipster มาแรงมาจนกระทั่งเชนฟาสต์ฟู้ดอย่าง McDonald’s ก็ต้องตามกระแสด้วย โดย McDonald’s ในออสเตรเลียได้ทดลองเปิดร้าน The Corner By McCafé โดยใช้พื้นที่ร้าน McCafé เดิมสาขาแรกที่ Sydney ประเทศออสเตรเลีย

McDonald’s ยืนยันว่าร้าน The Corner เป็นร้านทดลอง เพื่อดูปฏิกิริยาตอบรับของลูกค้าว่าเป็นอย่างไร สำหรับการเปิดร้านขายแฮมเบอร์เกอร์ตลอดจนเครื่องดื่มในรูปแบบใหม่นี้ โดยเมนูในร้านก็มีความแปลกใหม่ อาทิ สลัดรูปแบบต่างๆ, แซนด์วิช และกาแฟ อย่างไรก็ตามยังไม่มีแผนการเปิดร้าน The Corner ในต่างประเทศแต่อย่างใด

ด้าน Blogger ร้านอาหารในออสเตรเลียให้ความเห็นหลังจากไปใช้บริการว่าประทับใจกับร้าน The Corner โดยบรรยากาศและอาหารทั้งหมดนั้นไม่มีความรู้สึกว่าเป็น McDonald’s แบบเดิมเลย

ที่มา: Huffington Post UK และ Metro

6 แบรนด์ที่ท่าไม่ดี อาจอยู่ไม่รอดพ้นปี 2015

By: mk on Sun, 2015-01-04 11:58

เว็บไซต์ Inc.com คัดเลือกบริษัท-แบรนด์ที่สภาพแย่ อาการหนักที่อาจอยู่ไม่รอดในปี 2015 มา 6 บริษัท ดังนี้

  • Radio Shack ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยของคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตไม่ได้ แม้จะปรับมาเป็นร้านรับซ่อมอุปกรณ์ไอทีแต่ก็ยังไม่กระเตื้อง
  • American Apparel แบรนด์เสื้อผ้าของอเมริกาขาดทุนอย่างหนักในรอบหลายปีที่ผ่านมา บริษัทอาจต้องขายกิจการ และตัวผู้ก่อตั้ง-ซีอีโอก็ประสบปัญหาโดนฟ้องร้องคดีล่วงละเมิดทางเพศอดีตพนักงาน
  • Sears Holdings Sears อดีตอาณาจักรค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถึงขนาดสร้างตึก Sears Tower ในชิคาโก ซึ่งครองตำแหน่งตึกสูงที่สุดในโลกอยู่หลายปี ช่วงหลังตกต่ำลงมาก และการควบกิจการกับร้านค้าปลีก Kmart ในปี 2005 ก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ส่วนตึกก็ขายแล้วและเปลี่ยนชื่อเป็น Willis Tower
  • Abercrombie & Fitch แบรนด์เสื้อผ้าสำหรับวัยรุ่นอีกแบรนด์ที่ถดถอยลงในช่วงหลัง ตัวซีอีโอ Mike Jefferies ดูหมดพลัง และประกาศเกษียณอายุในท้ายที่สุด หวังว่าทีมผู้บริหารยุคใหม่น่าจะมากอบกู้กิจการได้
  • Martha Stewart Living Omnimedia ธุรกิจสื่อด้านบ้านและไลฟ์สไตล์ที่ก่อตั้งโดย Martha Stewart เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์เคยยิ่งใหญ่อยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะมาเผชิญคดีขายหุ้นจนต้องเข้าคุก ตัวบริษัทเปลี่ยนซีอีโอเป็น Daniel Dienst และพยายามลดค่าใช้จ่าย แต่ตัวธุรกิจสื่อแบบดั้งเดิมที่เน้นนิตยสาร-ทีวีก็อยู่ในช่วงถดถอยกันทั้งอุตสาหกรรมด้วย
  • Malaysia Airlines เผชิญวิกฤตร้ายแรงสองครั้งในปี 2014 จนความเชื่อมั่นของลูกค้าพังทลาย ต้องลดคน เพิ่มทุน และเข้าแผนฟื้นฟูกิจการของรัฐบาลมาเลเซีย โดยกิจการใหม่จะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในปี 2015 นี้

ที่มา - Inc

5 หุ้นไทยที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในปี 2014

By: arjin on Sun, 2015-01-04 11:02

ปี 2014 ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยถือว่าเป็นปีที่ผันผวนสูงมาก และมีปัจจัยทางการเมืองที่สำคัญคือเกิดการรัฐประหาร ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจในปีก็ไม่ค่อยสดใสนัก แถมช่วงท้ายปียังมีการเทขายหุ้นจนดัชนีลดลงรุนแรงในบางวัน แต่สุดท้ายดัชนี SET ก็ปิดปีที่ 1,497.67 จุด เพิ่มขึ้น 15.32% จากปี 2013 ขณะที่ดัชนี mai ปรับตัวสูงถึง 96.20% เรียกว่าเป็นปีทองของหุ้นตัวเล็กเลย

MEconomics ขอพาไปพบกับหุ้น 5 ตัวที่ให้ผลตอบแทนในปีที่ผ่านมาสูงที่สุด เรียกว่าถ้ารู้งี้ซื้อตั้งแต่ต้นปีก็ได้กำไรมากมายเลย

[ลือ] Yahoo! สนใจซื้อสถานีโทรทัศน์ทางเคเบิ้ลทีวีหลายช่องรวมทั้ง CNN

By: arjin on Fri, 2015-01-02 11:54

Nicholas Carlson แห่ง Business Insider ออกรายงานข่าววงในล่าสุด โดยระบุว่า Marissa Mayer ซีอีโอ Yahoo! กำลังหารือกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อเตรียมซื้อกิจการสถานีโทรทัศน์ที่ออกอากาศผ่านเคเบิ้ลทีวีหลายช่อง ซึ่งเป็นแผนต่อยอดธุรกิจให้กับ Yahoo!

โดยบริษัทที่มีการเปิดเผยข้อมูลนั้นคือ Scripps Networks Interactive เจ้าของช่อง HGTV, Food Network และ the Travel Channel ซึ่งผู้บริหารมองว่าเป็นช่องผลิตรายการเนื้อหาเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ซึ่งลงตัวกับฐานผู้ใช้ Yahoo! ปัจจุบันมากที่สุด โดยมูลค่ากิจการปัจจุบันของ Scripps อยู่ราว 10,000 ล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Yahoo! ก็ยังสนใจซื้อกิจการช่องข่าว CNN จาก Time Warner ด้วยมูลค่าราว 5-6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งหากสงสัยว่า Yahoo! จะเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ นั่นก็เพราะปีที่ผ่านมา Yahoo! ได้ขายหุ้นบางส่วนของสองบริษัทที่ลงทุนไว้นานแล้ว โดยได้เงินมามหาศาลมากได้แก่ Alibaba and Yahoo! Japan นั่นเอง

สถานการณ์ตอนนี้ช่องทีวีที่ออกอากาศทางเคเบิ้ลทีวีกำลังอยู่ในการปรับตัวหนัก เนื่องจากช่องเหล่านี้มีรายได้จากค่าสมาชิกเคเบิ้ลเป็นหลัก แต่เทรนด์กำลังเปลี่ยนเป็นการชมรายการทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น จึงเป็นโอกาสของบริษัทอินเทอร์เน็ตที่จะเข้ามาทำดีลร่วมกันแบบเช่นที่ Yahoo! กำลังพิจารณานั่นเอง

ที่มา: Business Insider

อังกฤษออกกฎ อาหารที่โรงเรียนต้องมีผักทุกวัน ลดของทอด-แป้ง

By: mk on Thu, 2015-01-01 15:41

รัฐบาลอังกฤษออกกฎใหม่สำหรับโรงเรียนทั่วประเทศ บังคับให้โรงเรียนต้องจัดอาหารที่มีประโยชน์ต่อนักเรียนมากขึ้น โดยอาหารจะต้องมีผักหรือสลัดเป็นส่วนประกอบอย่างน้อย 1 ส่วน (portion) ในทุกๆ วัน และห้ามีอาหารประเภททอดหรือแป้งมากเกิน 2 ส่วนต่อสัปดาห์

รายละเอียดของกฎโภชนาการฉบับใหม่มีดังนี้

  • ต้องมีอาหารประเภทผักหรือสลัดอย่างน้อย 1 ส่วนทุกวัน
  • ต้องมีผักอย่างน้อย 3 ชนิด และและผลไม้อย่างน้อย 3 ชนิดต่อสัปดาห์
  • ส่งเสริมอาหารแบบ wholegrain แทนการให้อาหารแป้งที่ขัดสีแล้ว
  • ส่งเสริมการดื่มน้ำเปล่า
  • จำกัดปริมาณของน้ำผลไม้ให้น้อยลง เหลือครั้งละ 150 มิลลิลิตร
  • จำกัดปริมาณน้ำตาลหรือน้ำผึ้งในเครื่องดื่มต่างๆ เหลือ 5%
  • มีอาหารประเภททอดกรอบ ทาเนย ชุบเกร็ดขนมปัง ไม่เกิน 2 ส่วนต่อสัปดาห์
  • มีอาหารประเภทแป้งหรือพาย ไม่เกิน 2 ส่วนต่อสัปดาห์
  • มีนมอย่างน้อย 1 ส่วนต่อวัน (ควรเป็นนมไขมันต่ำ)

กฎเกณฑ์ฉบับนี้ออกเมื่อเดือนมิถุนายน 2014 และจะมีผลบังคับใช้ในสัปดาห์หน้า การออกกฎโภชนาการลักษณะนี้ถูกผลักดันโดย Jamie Oliver พ่อครัวชื่อดังชาวอังกฤษที่มองว่าอาหารในโรงเรียนมีโภชนาการที่ไม่ดีพอ อย่างไรก็ตาม โรงเรียนบางประเภทอยู่ภายใต้ข้อยกเว้น ยังไม่ต้องปฏิบัติตามกฎฉบับนี้

ที่มา - BBC ตัวกฎฉบับเต็มอ่านได้จาก Gov.uk, ภาพประกอบ DC Central Kitchen

ตรงข้ามกับไทย! คนสิงคโปร์นิยมบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันมากขึ้น

By: arjin on Sat, 2014-12-27 14:48

ในขณะที่ประเทศไทยผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายใหญ่รายหนึ่งออกมาบ่นว่ายอดขายโตน้อยที่สุดในรอบหลายสิบปี ที่สิงคโปร์เทรนด์กำลังเป็นไปในทางตรงข้าม เพราะคนสิงคโปร์กำลังบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จกันเพิ่มมากขึ้น!

Mui-Kok Kah Wei ผู้บริหารของเชนซูเปอร์มาร์เกต FairPrice ในสิงคโปร์เปิดเผยว่า ยอดขายอาหารกึ่งสำเร็จรูปไม่ว่าจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรืออาหารแช่แข็ง มียอดขายสูงขึ้นเกือบ 10% ช่วงสองปีที่ผ่านมา จากอดีตโตระดับ 3% ซึ่งน่าจะมาจากไลฟ์สไตล์คนสิงคโปร์ที่เร่งรีบมากขึ้น สอดคล้องกับร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven หรือซูเปอร์มาร์เกตอื่น ที่ยอดขายอาหารกึ่งสำเร็จรูปเพิ่มสูงขึ้น

ผู้บริหารคนเดิมยังเผยว่าพฤติกรรมลูกค้าในการซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็เปลี่ยนไป โดยนิยมแพ็กใหญ่ที่มีหลายซองมากขึ้นเพื่อความคุ้มค่า ขณะเดียวกันผู้ผลิตก็นำเสนอรสชาติใหม่ๆ ออกสู่ตลาดมากขึ้นเพื่อความหลากหลาย

ขณะที่ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ก็ตอบสนองความต้องการตลาด โดยยกเลิกการขายบะหมี่แบบซอง เพราะลูกค้าต้องการซื้อบะหมี่ถ้วยจากในร้านมากกว่า

ที่มา: Strait Times

ช่องทีวีดิจิตอล ONE ปรับโครงสร้างการถือหุ้น แกรมมี่ 51% ถกลเกียรติ 49%

By: arjin on Thu, 2014-12-25 06:35

ช่วงนี้ข่าวคราวการปรับโครงสร้างทางการเงินของบรรดาผู้ผลิตช่องโทรทัศน์ทีวีดิจิตอลมีออกมาเรื่อยๆ ล่าสุด บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) (SET:GRAMMY) แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ซึ่งเกี่ยวข้องกับรายการสินทรัพย์ของบริษัทดังนี้

  • สละสิทธิการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนบริษัท จีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี เทรดดิ้ง บางส่วนให้กับกลุ่มนายถกลเกียรติ วีรวรรณ
  • ขายหุ้นทั้งหมดของ แอ็กซ์ สตูดิโอ ให้กับบริษัท จีเอ็มเอ็ม วัน

ผลจาก 2 รายการดังกล่าว จะทำให้บริษัท จีเอ็มเอ็ม วัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตช่องรายการโทรทัศน์ทีวีดิจิตอล ONE ที่ออกอากาศในระบบ HD และมีนายถกลเกียรติ วีรวรรณเป็นผู้บริหารช่อง มีโครงสร้างการถือหุ้นใหม่ โดยแกรมมี่จะถือหุ้นอยู่ 51% และกลุ่มนายถกลเกียรติถือหุ้น 49% ด้วยทุนจดทะเบียน 900 ล้านบาท ซึ่งดีลนี้ทำให้แกรมมี่สามารถสำรองเงินทุนเพิ่มเติมไว้ใช้ในกิจกรรมอื่นได้

ทั้งนี้แกรมมี่ได้รับใบอนุญาตทีวีดิจิตอลจำนวน 2 ช่อง โดยอีกช่องคือ GMM Channel หมวดรายการทั่วไปความคมชัดปกติ SD ซึ่งปัจจุบันแกรมมี่ยังคงถือหุ้นในช่องดังกล่าวอยู่ 100%

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์ฯ ภาพ MThai

Coca-Cola ประกาศปลดพนักงาน 2,000 อัตรา และตัดค่าใช้จ่าย หลังยอดขายน้ำอัดลมโตน้อยลง

By: arjin on Wed, 2014-12-24 13:32
Tags: 

บริษัท Coca-Cola สำนักงานใหญ่เตรียมประกาศปลดพนักงานออกจำนวน 2,000 อัตรา โดยจะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคมปีหน้า ตามแผนการรัดเข็มขัดค่าใช้จ่ายของบริษัทให้ได้มากถึง 3 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2019

ในรายละเอียดการตัดค่าใช้จ่ายนั้นมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ การห้ามผู้บริหารระดับสูงใช้รถลิมูซีนแต่ให้เรียกแท็กซี่แทน หรือการยกเลิกระบบ Voice Mail ตลอดจนรื้อระบบการเบิกค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งหมด

Coca-Cola ยังมีรายได้จากเครื่องดื่มอัดแก๊ซ คิดเป็น 70% ของรายได้รวม ขณะที่ภาพรวมตลาดสินค้าน้ำอัดลมอยู่ในช่วงถดถอย เนื่องจากผู้คนให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น โดยปีที่ผ่านมารายได้ส่วนนี้เติบโตเพียง 1%

นักวิเคราะห์มองว่าการตัดค่าใช้จ่ายของ Coca-Cola ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูเพราะบริษัทมีโครงสร้างการบริหารที่ซับซ้อน และเชื่อว่าไม่ง่ายนักที่จะลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ปัจจุบัน Coca-Cola มีค่าใช้จ่ายการดำเนินงานสูงถึง 38% ของยอดขาย ขณะที่เมื่อเทียบกับบริษัทผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภคอื่น อย่าง Nestle' อยู่ที่ 32% และ P&G 31%

ที่มา: WSJ

ตัวเลขนักท่องเที่ยวเดินทางมาญี่ปุ่นทำสถิติใหม่ 13 ล้านคนในปีนี้

By: arjin on Tue, 2014-12-23 13:52

กระทรวงคมนาคมและการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นประกาศว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวประจำปี 2014 นี้ได้ทะลุ 13 ล้านคนเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติใหม่อีกครั้ง จากปีก่อนหน้าทำสถิติใหม่ที่ 10 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นมาถึง 30% ในปีเดียว

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้ามายังญี่ปุ่นแบบก้าวกระโดด ก็เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างมากในปีที่ผ่านมา ตลอดจนการยกเว้นวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย โดย 3 ประเทศที่เป็นนักท่องเที่ยวหลักของญี่ปุ่นคือ เกาหลีใต้, ไต้หวัน และจีน ตามลำดับ

รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่อปีให้ได้เป็น 20 ล้านคนภายในปี 2020 ซึ่งปีนั้นญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิก รวมทั้งมีแผนเพิ่ม Wi-Fi ฟรีทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกด้วย

ที่มา: Japan Times

TUF เข้าซื้อกิจการคู่แข่งทูน่ากระป๋อง "บัมเบิลบี" ด้วยวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท

By: arjin on Fri, 2014-12-19 16:06

บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TUF (SET:TUF) ประกาศดีลยักษ์ใหญ่ส่งท้ายปี 2557 โดยเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท Bumble Bee Holdco มูลค่ารวม 1,510 ล้านดอลลาร์ หรือราว 49,801 ล้านบาท และใช้แหล่งเงินทุนเป็นเงินกู้ยืมระยะสั้น Bridge Loan จากธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกรุงเทพ

ปัจจุบัน TUF เป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายปลาทูน่ากระป๋องรวมอันดับ 1 ของโลก แต่ในตลาดสหรัฐอเมริกานั้น TUF ซึ่งผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ Chicken of the Sea ยังมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับที่ 3 ซึ่งหากการซื้อกิจการ Bumble Bee ที่เป็นอันดับ 2 สำเร็จ จะทำให้ TUF มีส่วนแบ่งในอเมริกาเป็นเบอร์ 1 ที่ปัจจุบันเป็นของ Starkist

คุณธีรพงศ์ จันศิริ ซีอีโอ TUF กล่าวว่าดีลนี้เป็นการซื้อกิจการที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท และจะสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้กับ TUF ซึ่งบริษัทกำหนดเป้าหมายมียอดขายระดับ 5 พันล้านดอลลาร์ในปีหน้า และสูงถึง 8 พันล้านดอลลาร์ใน 6 ปีข้างหน้า โดยดีลนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในครึ่งหลังของปี 2015 เนื่องจากต้องผ่านการอนุมัติประเด็นการผูกขาดทางการค้าจากหน่วยงานในอเมริกาก่อน

ทั้งนี้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Bumble Bee ถูกซื้อกิจการโดยบริษัทไทย ย้อนกลับไปในปี 2532 บริษัท ยูนิคอร์ด ของดำริห์ ก่อนันทเกียรติ ก็ได้ซื้อกิจการ Bumble Bee ที่มูลค่า 269 ล้านดอลลาร์ (6,700 ล้านบาทในขณะนั้น) แต่ธุรกิจประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง จนนำไปสู่การปลิดชีพตนเองของซีอีโอซึ่งเป็นข่าวใหญ่ในตอนนั้น เวลาต่อมายูนิคอร์ดจึงขาย Bumble Bee ให้กองทุนในอเมริกาเพื่อลดภาระหนี้สิน

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์ฯ, Reuters, บทวิเคราะห์ของโนมูระพัฒนสิน และบทความยูนิคอร์ดของวิรัตน์ แสงทองคำ

สปริงนิวส์เข้าซื้อหุ้นแกรมมี่และเนชั่น พร้อมทำข้อตกลงกับทีนิวส์ หวังต่อยอดสื่อ

By: arjin on Fri, 2014-12-19 10:34

สถานการณ์การแข่งขันของบรรดาทีวีดิจิตอลเริ่มมีพัฒนาการอีกขั้น เมื่อล่าสุด บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) (SET:SLC) เจ้าของช่องทีวีดิจิตอลสปริงนิวส์ ประกาศแผนการลงทุนของบริษัท มีรายการที่สำคัญดังนี้

  • ซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (SET:GRAMMY) 135 ล้านบาท คิดเป็น 1.22% ของหุ้นทั้งหมด โดยเป็นการลงทุนระยะสั้น
  • ซื้อหุ้นสามัญและใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอร์แรนต์)ของ บ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (SET:NMG) 1,042.32 ล้านบาท คิดเป็น 12.27% ของหุ้นทั้งหมด โดยเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ
  • ทำบันทึกความเข้าใจใจการร่วมลงทุน (MOU) ร่วมกับนายสนธิญาน ชื่นฤทัยในธรรม เจ้าของสถานีโทรทัศน์ทางดาวเทียม ทีนิวส์

นายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร ซีอีโอ SLC เปิดเผยว่าการซื้อหุ้นของเนชั่นฯ นั้นจะไม่มีการเข้าไปปรับโครงสร้างใดๆ ส่วนความร่วมมือนั้นในอนาคตจะคุยกันในภายหลัง ขณะที่การซื้อหุ้นแกรมมี่นั้นอาจพิจารณาซื้อเพิ่มอีก โดยหวังว่าแกรมมี่จะมาช่วยสร้างฐานลูกค้าคนดูอายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งแกรมมี่มีความเชี่ยวชาญขณะที่ช่องสปริงนิวส์ไม่มี และอาจนำรายการข่าวของสปริงนิวส์ไปฉายทางช่องแกรมมี่

ด้านนายสุทธิชัย หยุ่น ซีอีโอ บ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป เปิดเผยว่ายินดีต้อนรับการเข้ามาของ SLC และมั่นใจว่าจะไม่กระทบการเปลี่ยนแปลงการบริหารในองค์กร

บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ มีธุรกิจเดิมคือวางระบบไอที แต่ต่อมาบริษัทได้เข้าสู่ธุรกิจสื่อโดยผลิตช่องข่าวสปริงนิวส์ ซึ่งปัจจุบันเป็นรายได้หลัก 60% ของบริษัท

ที่มา: eFinanceThai

เปิดราคาจัดจ้าง MV และเพลง "ค่านิยม 12 ประการ" 3.5 ล้านบาท แกรมมี่ได้งาน

By: mk on Thu, 2014-12-18 12:35

จากข่าว สติกเกอร์ LINE "ค่านิยม 12 ประการ" ตั้งราคากลางกว่า 7 ล้านบาท และ ราคากลางหนังสั้นค่านิยม 12 ประการ 25 ล้านบาท สื่ออีกประเภทหนึ่งที่เกี่ยวกับนโยบาย "ค่านิยม 12 ประการ" คือบทเพลงพร้อม MV เพื่อเผยแพร่ในวงกว้าง โดยงานนี้ผู้ที่ได้รับคัดเลือกคือ GMM Grammy

โครงการนี้ดำเนินการภายใต้กระทรวงวัฒนธรรมระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2557 โดยใช้ชื่อโครงการว่า จ้างจัดทำบทเพลงปลูกฝังค่านิยม ๑๒ ประการ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๕๕๗ มูลค่าโครงการ 3.5 ล้านบาท กำหนดส่งงานภายใน 60 วัน มีเนื้องาน 3 อย่าง ได้แก่

  1. จัดทำเนื้อร้องเพลงค่านิยม 12 ประการ พร้อมเรียบเรียง ประสานเสียง บันทึกเสียง ความยาวไม่น้อยกว่า 3 นาที
  2. บันทึกเสียงโดยใช้ศิลปิน-นักร้องที่มีชื่อเสียงไม่น้อยกว่า 6 คน
  3. ผลิตสื่อวิดีทัศน์ (Music Video) ประกอบเพลง 1 เรื่อง ยาวไม่น้อยกว่า 3 นาที โดยใช้ศิลปิน-นักร้องที่มีชื่อเสียงไม่น้อยกว่า 6 คน

ที่มา - เว็บไซต์กระทรวงวัฒนธรรม

Pages

Subscribe to MEconomics RSS