เจมาร์ทเตรียมเข้าถือหุ้น 70% ในร้านขายกล้อง โฟโต้ฮัท

By: arjin on Sat, 2015-01-31 13:24

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจรายงานว่า บริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) (SET:JMART) ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นที่จะเข้าถือหุ้น 70% ในบริษัท โฟโต้ฮัท กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งสำหรับเจมาร์ท ที่เป็นร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ ก็คาดว่าจะได้ประโยชน์จากช่องทางจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นผ่านสาขาร้านโฟโต้ฮัท

ด้านคุณสมชาย ครองสมบูรณ์ ผู้บริหารของโฟโต้ฮัทไม่ได้ออกมายอมรับในข่าวนี้ แต่บอกว่ามีการเจรจากับผู้ถือหุ้นรายใหม่จริง โดยจะได้ข้อสรุปกลางเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งยอมรับว่าที่ผ่านมาตลาดกล้องดิจิตัล โดยเฉพาะกล้องคอมแพ็กต์ได้รับผลกระทบอย่างมากจากสมาร์ทโฟน ทำให้ปีนี้บริษัทอาจต้องปิดร้านสาขาลงถึง 50%

ส่วนคุณอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ซีอีโอเจมาร์ทก็ยอมรับว่ามีการเจรจาเข้าไปถือหุ้นในกิจการหนึ่งจริง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ขณะนี้

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา หุ้น JMART มีการทำรายการบิ๊กลอต 60 ล้านหุ้น ซึ่งทางเจมาร์ทชี้แจงว่าเป็นการขายหุ้นของคุณอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา และรองซีอีโอ คุณยุวดี พงษ์อัชฌา

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ (ฉบับพิมพ์)

กลุ่มเจ้าของ TUF เข้าซื้อสโมสรฟุตบอลเชฟฟิลด์เวนสเดย์ ด้วยมูลค่า 1,480 ล้านบาท

By: arjin on Fri, 2015-01-30 06:37

สโมสรฟุตบอลอังกฤษ "เจ้านกฮูก" เชฟฟิลด์เวนสเดย์ ประกาศว่าสโมสรได้บรรลุข้อตกลง ระหว่าง Milan Mandarić เจ้าของสโมสรคนปัจจุบันกับคุณเดชพล จันศิริ ในการซื้อขายหุ้นของสโมสรทั้งหมด 100% โดยไม่มีการเปิดเผยมูลค่าออกมา แต่สื่ออังกฤษรายงานว่าอยู่ราว 30 ล้านปอนด์หรือ 1,480 ล้านบาท

คุณเดชพล จันศิริเป็นบุตรของคุณไกรสร จันศิริ ประธานกรรมการบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) (SET:TUF) ซึ่งตอนนี้เป็นผู้ผลิตทูน่ากระป๋องรายใหญ่ที่สุดในโลก

คุณเดชพลให้สัมภาษณ์กล่าวว่าเขาเชื่อว่าสโมสรเชฟฟิลด์เวนสเดย์ ยังมีโอกาสที่ดีอีกมาก ซึ่งเขาจะสนับสนุนและผลักดันเพื่อความสำเร็จของสโมสรต่อไป โดยปัจจุบันเชฟฟิลด์เวนสเดย์เป็นสโมสรฟุตบอลในลีกแชมเปียนชิปของอังกฤษ ซึ่งเป็นลีกอันดับ 2 รองจากพรีเมียร์ลีก

ความน่าสนใจของดีลนี้คือ Milan Mandarić นั้นเดิมก็เคยเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี แต่ต่อมาได้ขายสโมสรไปในปี 2010 ให้กับกลุ่มของนายวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของคิง เพาเวอร์ แล้วจากนั้นเขาก็มาซื้อสโมสรเชฟฟิลด์เวนสเดย์ ซึ่งก็จบด้วยการขายสโมสรให้คนไทยอีกครั้งนั่นเอง

ที่มา: สโมสรฟุตบอลเชฟฟิลด์เวนสเดย์ และ Talk Sport

การบินไทยยกเลิก 3 เส้นทางที่ขาดทุน และเตรียมพิจารณาอีก 9 เส้นทาง รวมทั้งโรม, มิลาน และซัปโปโร

By: arjin on Thu, 2015-01-29 11:26

จากข่าวลือเมื่อสุดสัปดาห์เรื่องล้มละลาย ตอนนี้การบินไทยออกมาแถลงปฏิเสธประเด็นดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้นายจรัมพร โชติกเสถียร ดีดีการบินไทย (SET:THAI) ได้เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้สั่งยกเลิกเส้นทางบินที่ขาดทุน 3 เส้นทาง มีผลตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคมนี้ ได้แก่ กรุงเทพฯ-มาดริด, กรุงเทพฯ-มอสโคว, และภูเก็ต-โซล ส่วนกรุงเทพฯ-โจฮันเนสเบิร์ก ได้ยกเลิกไปตั้งแต่วันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมาแล้ว

ความน่าสนใจคือแม้ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวจากรัสเซียอยู่มาก แต่คุณจรัมพรระบุว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่เดินทางด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลท์) เป็นส่วนใหญ่

การบินไทยยังเตรียมพิจารณายกเลิกอีก 9 เส้นทางซึ่งมีผลการดำเนินงานขาดทุนเช่นกันในระยะถัดไป ได้แก่ กรุงเทพฯ-โคลัมโบ, กรุงเทพฯ-คุนหมิง, กรุงเทพฯ- เด็นปาร์ซาร์, กรุงเทพฯ-มัสกัต, กรุงเทพฯ-ไฮเดอราบัด, กรุงเทพฯ-ซับโปโร, กรุงเทพฯ-บรัสเซลล์, กรุงเทพฯ-โรม และ กรุงเทพฯ-มิลาน ทั้งนี้การบินไทยมีเป้าหมายจะลดเส้นทางบินปัจจุบันลงให้ได้ 10% และอาจเพิ่มจำนวนเที่ยวบินในเส้นทางยอดนิยมอย่างญี่ปุ่นและจีนให้มากขึ้นแทน

ที่มา: อินโฟเควสท์

กลุ่มเซ็นทรัลซื้อหุ้นห้างเครื่องใช้ไฟฟ้า "เหงียน คิม" ของเวียดนามในนามของพาวเวอร์บาย

By: Be1con on Thu, 2015-01-29 11:03

ผู้สื่อข่าวของประชาชาติธุรกิจรายงานว่า บริษัท พาวเวอร์ บาย ในกลุ่มของเซ็นทรัล ได้ร่วมลงทุนโดยการเข้าซื้อหุ้นจำนวน 49% ของเหงียน คิม เทรดดิ้ง จอยท์ สต็อค คอมพานี เจ้าของห้างเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่อย่าง เหงียน คิม โดยผู้ถือหุ้นเดิมของห้าง เหงียน คิม จะถือหุ้นอยู่ที่ 51%

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวของประชาชาติธุรกิจระบุว่า การเข้าซื้อหุ้นของห้างเหงียน คิม ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของเซ็นทรัลที่จะขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียนและแถบยุโรป

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ

ผู้บริหารการบินไทยปฏิเสธแผนฟื้นฟูด้วยการขายอาคารสำนักงานใหญ่ - ปฏิเสธข่าวเตรียมล้มละลาย

By: arjin on Sun, 2015-01-25 13:00

Bangkok Post รายงานข้อมูลจากแหล่งข่าวภายในการบินไทย ระบุว่าซีอีโอการบินไทยหรือดีดี คุณจรัมพร โชติกเสถียร ได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาจากอเมริกาเพื่อศึกษาแผนการฟื้นการบินไทยจากภาวะขาดทุน ตลอดจนภาระหนี้สินมหาศาล ซึ่งผลการดำเนินงาน 9 เดือนของปี 2014 ที่ผ่านมา การบินไทยขาดทุนถึงกว่า 9 พันล้านบาท และมีหนี้สินระยะยาวกว่า 1.6 แสนล้านบาท

คำแนะนำหนึ่งซึ่งที่ปรึกษาได้เสนอคือให้การบินไทยขายอาคารสำนักงานใหญ่ บนถนนวิภาวดีรังสิตทั้งหมด แล้วเปลี่ยนมาใช้การเช่าแทน (แบบที่โซนี่, โนเกีย เคยทำ) ซึ่งจะทำให้การบินไทยได้กระแสเงินสดเพิ่มมาหมุนเวียนแก้ปัญหาในองค์กร นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำให้ขายสำนักงานใน 8 ประเทศ รวมทั้งยกเลิกเที่ยวบินในเส้นทางหลักบางเส้น อาทิ กรุงเทพฯ-มอสโคว์, กรุงเทพฯ-โจฮันเนสเบิร์ก, กรุงเทพฯ-มาดริด

แหล่งข่าวระบุว่าผู้บริหารระดับสูงในการบินไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับคำแนะนำของที่ปรึกษา และยังให้ความเห็นว่าที่ปรึกษาพยายามเสนอให้ขายสินทรัพย์หลักออกไป แทนที่จะเสนอวิธีการแก้ปัญหาที่ควรแก้ไขอย่างเช่นการจำหน่ายตั๋ว ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว ทั้งมองว่าแผนที่ที่ปรึกษาเสนอมา ดูเป็นแนวทางให้บริษัทยื่นล้มละลายแล้วขายสินทรัพย์ออกไปเสียมากกว่า

ด้านคุณจรัมพรก็ออกมาปฏิเสธข่าวสืบเนื่องจากประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันว่าสถานะทางการเงินของการบินไทยยังไม่แย่ในระดับที่ต้องขอยื่นล้มละลาย

ที่มา: Bangkok Post เครดิตภาพคุณ Neungz จาก SkyScraperCity

เว็บท่องเที่ยวซื้อกันเอง Expedia ซื้อ Travelocity

By: mk on Sat, 2015-01-24 08:08

เว็บท่องเที่ยวรุ่นเก๋าซื้อกิจการกันเอง เมื่อเว็บจองที่พัก Expedia ซื้อเว็บคู่แข่ง Travelocity ในราคา 280 ล้านดอลลาร์ รวมเว็บจองที่พักที่เคยแข่งกันเอาเป็นเอาตายในยุค 1990s เป็นเว็บเดียวกันในที่สุด

Expedia เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 1996 โดยเป็นบริษัทลูกของไมโครซอฟท์ แต่ภายหลังก็แยกตัวเป็นบริษัทอิสระในปี 2001 และกลายเป็นเว็บจองที่พักรายใหญ่ของโลก เว็บในเครือ Expedia คือ Hotels.com และก่อนหน้านี้เคยเป็นเจ้าของ TripAdvisor เว็บรีวิวข้อมูลท่องเที่ยวชื่อดัง แต่ขายออกไปในปี 2011

ส่วน Travelocity ก่อตั้งในปี 1996 เหมือนกัน โดยเป็นบริษัทลูกของ Sabre Holdings ในเครือสายการบิน American Airlines แต่ธุรกิจของบริษัทในช่วงหลังไม่ร้อนแรงมากนัก ในปี 2013 สองเว็บไซต์นี้ทำข้อตกลงกัน โดย Expedia จะเข้ามาช่วยบริหารฐานข้อมูลการจองที่พักของ Travelocity ให้ โดย Travelocity บริหารด้านแบรนด์และโฆษณาเพียงอย่างเดียว พอมาถึงปีนี้ Expedia ก็ซื้อกิจการ Travelocity ในท้ายที่สุด

Travelocity จะใช้แบรนด์เดิมของตัวเองต่อไป

ที่มา - Recode

ปัญหาเฟรนซ์ฟรายส์ขาดตลาดลุกลาม ล่าสุด KFC ญี่ปุ่นประกาศหยุดขายแล้ว

By: arjin on Sat, 2015-01-24 06:46

เราเคยรายงานข่าวเรื่องแมคโดนัลด์ประเทศญี่ปุ่นต้องขายเฟรนซ์ฟรายส์เฉพาะขนาดเล็กเพื่อจำกัดปริมาณการบริโภค เนื่องจากมันฝรั่งแช่แข็งที่เป็นวัตถุดิบขาดตลาด ตอนนี้ปัญหาเริ่มลุกลามแล้วครับ

โดยล่าสุดเคเอฟซีในประเทศญี่ปุ่นเช่นกันได้ออกประกาศขอโทษลูกค้าที่ต้องหยุดจำหน่ายเฟรนซ์ฟรายส์เป็นการชั่วคราว เนื่องจากสินค้าขาดตลาดด้วยเหตุผลเดียวกันกับกรณีของแมคโดนัลด์ นั่นคือเกิดการประท้วงของแรงงานในท่าเรือฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นจุดขนส่งเฟรนซ์ฟรายส์แช่แข็งมายังญี่ปุ่น ซึ่งถึงตอนนี้สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น

เคเอฟซีญี่ปุ่นไม่ได้ระบุว่าเฟรนซ์ฟรายส์จะกลับมาขายได้เมื่อใด แต่สิ่งที่เห็นคือภาพโฆษณาในเว็บไซต์ของเคเอฟซีทั้งหมดเปลี่ยนมาใช้รูปโคสลอว์เป็นเมนูเคียงแทนเรียบร้อยแล้ว

อ่านถึงตรงนี้ก็อาจสงสัยว่าทำไมในประเทศไทยและประเทศแถวนี้ถึงไม่ได้รับผลกระทบด้วย เหตุผลหลักคือญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราการบริโภคเฟรนซ์ฟรายส์สูงมากเมื่อเทียบกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังมีเฟรนซ์ฟรายส์ในสต็อกพอสมควร จึงยังไม่พบปัญหานี้นั่นเอง

อย่างไรก็ตามแมคโดนัลด์มาเลเซียก็เพิ่งออกประกาศงดจำหน่ายเคอร์ลี่ฟรายส์ (มันฝรั่งทอดแบบเกลียว) ซึ่งเป็นเมนูพิเศษที่จำหน่ายปีละครั้ง ซึ่งเป็นผลจากปัญหาการประท้วงในท่าเรือนั่นเอง

ที่มา: Independent

SkyMall แคตตาล็อกสินค้าบนเครื่องบินยื่นขอล้มละลายตามมาตรา 11 เรียบร้อยแล้ว

By: Be1con on Sat, 2015-01-24 02:00

SkyMall บริษัทแคตตาล็อกสินค้าที่ให้บริการบนเครื่องบินตามสายการบินต่าง ๆ รายใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ให้บริการมามากกว่า 25 ปี กำลังประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนักเนื่องจากผู้โดยสารบนเครื่องบินเริ่มหากิจกรรมอื่นเข้ามาทดแทนการอ่านแคตตาล็อกสินค้าต่าง ๆ เช่น การเล่นสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ฯลฯ ประกอบกับการที่มีคู่แข่งหน้าใหม่ต่าง ๆ เข้ามาอย่าง Amazon หรือแม้แต่ eBay

ล่าสุด SkyMall ยื่นคำขอพิทักษ์ทรัพย์ไปยังศาลในสหรัฐอเมริกาตามมาตรา 11 โดยรายละเอียดที่เปิดเผยออกมาอย่างเช่น หนี้สินที่มีจำนวนมากถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว ๆ 1,500 ล้านบาท) และมีทรัพย์สินกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว ๆ 300 ล้านบาท)

Scott Wiley หัวหน้าฝ่ายการเงินของ SkyMall เผยว่า "อุตสาหกรรมการค้าตรงเต็มไปด้วยคู่แข่งต่าง ๆ, เติบโตเร็วแบบก้าวกระโดด และมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง" นอกจากนี้ Wiley ยังระบุอีกว่า และด้วยเหตุนี้เองทำให้เกิดผลเสียมายัง SkyMall

ทั้งนี้ SkyMall ยังไม่เปิดเผยมาตรการในการกู้สถานะทางการเงินของบริษัทเลยแม้แต่น้อย

ที่มา: New York Post, Engadget ภาพประกอบจาก The Atlantic

อินทัชปิดบริษัทโฆษณา Matchbox หลังรายได้ไม่เข้าเป้า

By: arjin on Fri, 2015-01-23 10:47

The Nation รายงานจากแหล่งข่าวภายในว่าบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (SET:INTUCH) ได้ตัดสินใจปิดกิจการบริษัทลูก Matchbox ภายในสิ้นเดือนนี้หลังรายได้ของบริษัทนี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง

Matchbox เป็นบริษัทโฆษณาในเครือของอินทัชตั้งแต่สมัยชิน คอร์ปอเรชั่น และมีบทบาทต่อการวางแผนแคมเปญหาเสียงให้กับพรรคไทยรักไทยในสมัยทักษิณ ชินวัตร รวมถึงมีผลงานโฆษณาของบริษัทในเครือที่โดดเด่นมากมาย

บริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสินให้ความเห็นว่าการปิด Matchbox จะส่งผลลบต่ออินทัชเล็กน้อย เนื่องจาก Matchbox มีรายได้คิดเป็น 6% ของอินทัช อย่างไรก็ตามบริษัทนี้มีผลประกอบการที่ลดลงมากและช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาก็ขาดทุน

ที่มา: The Nation และบทวิเคราะห์ของหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน

รถไฟฟ้ากรุงเทพ ประกาศควบกิจการกับ ทางด่วนกรุงเทพ เข้าเป็นบริษัทเดียวกันเพื่อความคล่องตัวในการบริหาร

By: magnamonkun on Wed, 2015-01-21 23:35

ในที่ประชุมของ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (SET: BMCL) และ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (SET: BECL) สองบริษัทบริหารโครงการขนส่งมวลชนที่ถือหุ้นใหญ่โดย ช. การช่าง ในวันนี้ ได้มีมติเห็นชอบที่จะควบกิจการทั้งสองบริษัทเข้าเป็นบริษัทเดียวกัน เพื่อความคล่องตัวในการบริหารการจัดการโครงการขนส่งมวลชนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

โดยที่ประชุมของ BMCL ระบุเบื้องต้นว่า บริษัทใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้นหลังจากการประกาศควบกิจการกันในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เบื้องต้นทั้งหมด 5 ข้อ ดังต่อไปนี้

  1. ขยายและต่อยอดธุรกิจของทั้งสองบริษัท - หลังจากการควบรวมกิจการ บริษัทใหม่จะเข้ามาบริหารโครงการขนส่งมวลชนในปัจจุบันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางพิเศษที่เป็นของ BECL เดิม, บริหารและให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ตามอายุสัมปทานคงเหลือกับ รฟม. และเดินรถในโครงการ รถไฟฟ้ามหานคร สายสีม่วงเหนือ ที่ BMCL เพิ่งผ่านเงื่อนไขการประมูลมาได้ อีกทั้งบริษัทใหม่ยังมีแผนที่จะพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ ในโครงการรถไฟฟ้า และทางพิเศษที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมด
  2. เสริมสร้างศักยภาพขององค์กรใหม่ - บริษัทใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้น จะมีศักยภาพในการบริหารการจัดการ รวมถึงพร้อมที่จะลงแข่งขันในการประมูลโครงการใหม่ๆ จากรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น ทั้งเรื่องการเงิน, บุคลากร, และการแข่งขันในเชิงธุรกิจ
  3. ผสานจุดแข็งของแต่ละบริษัทเข้าด้วยกัน - บริษัทใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้น จะมีจุดแข็งจากการบริหารโครงการขนส่งมวลชนทั้งหมด โดยจุดแข็งด้านนี้จะช่วยให้บริษัทใหม่เป็นบริษัทที่ค่อนข้างน่ากลัวในตลาด อีกทั้งยังช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองเพื่อให้บริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนเข้ามาในบริษัทมากขึ้น และประโยชน์ในเรื่องนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าทั้งสองบริษัทไม่ควบกิจการกัน
  4. เพิ่มโอกาสที่จะเข้าไปลงทุนในโครงการต่างๆ ทั้งในประเทศและนอกประเทศ - จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน BMCL และ BECL ต่างเล็งเห็นโอกาสที่จะเปิดแผนธุรกิจรูปแบบใหม่ รวมถึงการบุกเข้าไปในตลาดอาเซียนเพื่อเข้าไปสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต
  5. เสริมสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรต่อนักลงทุนให้เข้มแข็งมากขึ้น - ปัจจุบันทั้ง BMCL และ BECL เป็นสมาชิกของ SET100 แต่มีฐานคนละประเภทกัน การควบรวมกิจการในครั้งนี้จะทำให้บริษัทใหม่มีลักษณะของหุ้นที่มีการเติบโต และมีลักษณะของหุ้นที่มีการปันผลไปพร้อมๆ กัน อีกทั้งยังทำให้มูลค่าของตลาดพุ่งขึ้นไปถึงอันดับที่ 35 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยมูลค่ารวมของบริษัทที่ 78,403 ล้านบาท และบริษัทใหม่จะมีความพร้อมในการเข้าเป็นสมาชิกของ SET50 ซึ่งจะทำให้เป็นบริษัทที่มีความน่าสนใจต่อนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น และจะส่งผลให้สภาพคล่องของบริษัทนั้นสูงขึ้นตามลำดับ

ทั้งนี้ BMCL แจ้งในเบื้องต้นว่า ทั้งสองบริษัทยังไม่ได้กำหนดชื่อของบริษัทใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลังจากควบรวมกิจการแต่อย่างใด ซึ่งการตั้งชื่อบริษัทใหม่ บริษัทจะจัดการประชุมกับผู้ถือหุ้นของทั้งสองบริษัท เพื่อหาข้อสรุปต่อไปรวมถึงขออนุมัติการควบรวมกิจการในวันที่ 2 เมษายน 2558 โดยเบื้องต้น บริษัทใหม่จะมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 15,285 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 15,285,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท ซึ่งเท่ากับทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วของทั้ง BMCL และ BECL เดิมครับ

ที่มา - ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

กลุ่ม Hutchison สนใจซื้อธุรกิจมือถือ O2 ของอังกฤษ

By: mk on Mon, 2015-01-19 14:13

มีข่าววงในว่ากลุ่มทุน Hutchison Whampoa จากฮ่องกง (เจ้าของโทรศัพท์แบรนด์ Hutch ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี) สนใจซื้อกิจการโอเปอเรเตอร์อังกฤษ O2 จากเจ้าของเดิม Telefonica ซึ่งเป็นกลุ่มทุนโทรคมนาคมของสเปน

เดิมที O2 เป็นธุรกิจโทรศัพท์มือถือของกลุ่ม BT ของอังกฤษเอง แต่ขายกิจการให้ Telefonica และมีข่าวว่า BT อยากได้คืน แต่สุดท้าย BT หันไปซื้อกิจการ EE ซึ่งเป็นคู่แข่งของ O2 แทน ตามข่าวบอกว่ามูลค่าการซื้อกิจการอาจสูงถึง 9 พันล้านปอนด์

ส่วน Hutchison ก็มีธุรกิจโทรคมนาคมในอังกฤษเช่นกัน โดยใช้ชื่อว่า Three หรือ 3 ซึ่งหมายถึง 3G รายแรกของอังกฤษนั่นเอง เจ้าของกลุ่ม Hutchison คือลีกาชิง (Li Ka-shing) มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของฮ่องกง ที่มีฐานมาจากธุรกิจด้านท่าเรือ/อู่ต่อเรือ ก่อนจะขยายมายังอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม พลังงาน ค้าปลีก (ร้าน Watson's ในฮ่องกง) และโทรคมนาคม (ที่เคยบุกมาทำตลาดไทยอยู่ช่วงหนึ่ง)

ที่มา - Bloomberg, ภาพจาก Hutchison Whampao

รัฐมนตรีคมนาคมเผย ห้าง Lotte จากเกาหลีใต้สนใจเปิด Duty-Free ในสนามบินไทย

By: arjin on Mon, 2015-01-19 14:00

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่าผู้บริหารของกลุ่มห้างสรรพสินค้า Lotte จากเกาหลีใต้ได้เข้าพบเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยแสดงความต้องการประกอบธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินหรือ Duty-Free ซึ่งเบื้องต้นทางพล.อ.อ. ประจินก็เห็นด้วย เนื่องจากต้องการสร้างการแข่งขันในธุรกิจนี้

ปัจจุบัน King Power เป็นผู้ได้สัมปทานประกอบธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีเพียงรายเดียว โดยสัมปทานที่สนามบินสุวรรณภูมิจะหมดในปี 2019 และสนามบินดอนเมืองในปี 2022 ซึ่งทำให้ในระหว่างที่สัมปทานยังไม่หมดอายุนี้ รัฐบาลจะไม่สามารถให้สิทธิกับบริษัทอื่นได้เพราะจะผิดสัญญา อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นรัฐมนตรีประจิน ได้เสนอให้โครงการสุวรรณภูมิเฟส 2 มีการเพิ่มผู้ประกอบการเข้ามาเป็นสองราย

รายงานระบุว่านอกจากห้าง Lotte แล้ว ยังมีกลุ่มเดอะมอลล์และเซ็นทรัล ที่สนใจประมูลร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินด้วยเช่นกัน

ที่มา: Bangkok Post

จีนตั้งกองทุน Venture Capital อัดเงิน 2 แสนล้านบาทปั้นสตาร์ตอัพในประเทศ

By: mk on Sat, 2015-01-17 09:14

รัฐบาลจีนตั้งกองทุน Venture Capital มูลค่า 4 หมื่นล้านหยวน (ราว 2 แสนล้านบาท) เพื่อสนับสนุนสตาร์ตอัพในอุตสาหกรรมเกิดใหม่ เป้าหมายของรัฐบาลจีนคือส่งเสริมบริษัทหน้าใหม่ด้านเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมเกิดใหม่ รวมถึงเป็นการสนับสนุนและยกระดับเศรษฐกิจจีนในภาพรวมด้วย

ตลาด Venture Capital ของจีนยังถือว่ามีขนาดเล็ก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงสร้างเศรษฐกิจจีนที่เดิมเน้นการลงทุนโดยรัฐ ธุรกิจขนาดใหญ่เป็นของภาครัฐ และภาคเอกชนเองต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวด แต่ช่วงหลังรัฐบาลเองก็เริ่มเปิดกว้างมากขึ้น และพยายามสนับสนุนกลไกตลาดภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มีการปรับแก้กฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้ลงทุนในบริษัทหน้าใหม่ได้ง่ายขึ้น

รัฐบาลจีนยังไม่เผยรายละเอียดของกองทุนที่จะตั้งใหม่นี้ แต่ระบุว่าจะใช้เงินทุนของรัฐบาลที่เตรียมไว้สำหรับอุตสาหกรรมเกิดใหม่ โดยจะเชิญภาคเอกชนให้เข้าร่วมโครงการด้วย

ที่มา - Reuters

ซีอีโอไทยแอร์เอเชียยืนยันค่าโดยสารแพงกว่ารถทัวร์ และแนะให้รถทัวร์ปรับกลยุทธ์แข่งขัน

By: arjin on Fri, 2015-01-16 10:29

คุณทรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ซีอีโอไทยแอร์เอเชียให้สัมภาษณ์ถึงประเด็น ราคาค่าโดยสารของสายการบินโลว์คอสต์ที่ต่ำกว่ารถทัวร์ โดยระบุว่าการออกโปรโมชันตั๋วราคาถูกไม่กี่ร้อยบาทของสารการบินโลว์คอสต์นั้น เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดและคิดเป็นจำนวนไม่ถึง 20% ต่อเที่ยวบิน แต่หากดูในค่าเฉลี่ยแล้วราคาตั๋วโดยสารเครื่องบินยังสูงกว่ารถทัวร์แน่นอน โดยปัจจุบันอยู่ราว 1,700-1,800 บาทต่อที่นั่งสำหรับเที่ยวบินในประเทศ

คุณทรรศพลฐ์ยังเสนอให้ผู้ประกอบการรถทัวร์ปรับกลยุทธ์การตลาด โดยให้ราคาตั๋วโดยสารมีการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมตามฤดูกาล เช่นฤดูท่องเที่ยวที่มีความต้องการสูงก็ให้ขายในราคาที่แพงกว่านอกฤดูกาลท่องเที่ยว เป็นต้น

อย่างไรก็ตามรถทัวร์โดยสารยังเป็นสินค้าที่ถูกควบคุมเพดานราคาโดยรัฐบาลครับ

ที่มา: ไทยรัฐ ภาพประชาชาติธุรกิจ

ฟอลคอนประกันภัย เปิดตัวประกันภัยสำหรับผู้ปั่นจักรยาน

By: arjin on Fri, 2015-01-16 10:01

บริษัท ฟอลคอนประกันภัย (จำกัด) มหาชน เปิดตัวประกันภัยจักรยานในชื่อ iBike ซึ่งถือเป็นประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับจักรยานเป็นครั้งแรกในเมืองไทย โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่ใช้จักรยานเป็นยานพาหนะสัญจรในชีวิตประจำวัน โดยพบว่าความนิยมในการใช้จักรยานนั้นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในกรุงเทพฯ ตอนนี้มีมากกว่า 150,000 คน

ความคุ้มครองของประกันภัย iBike ครอบคลุมใน 3 ส่วนคือ 1. ตัวจักรยานทั้งกรณีสูญหายจากการถูกขโมย 2. ความเสียหายจากอุบัติเหตุต่อตัวจักรยาน และ 3. คุ้มครองตัวผู้ปั่นจักรยานตลอดจนคู่กรณี โดยมีเบี้ยประกันเริ่มต้น 750 บาทต่อปี

ที่มา: ASTV ผู้จัดการออนไลน์

Pages

Subscribe to MEconomics RSS