แอปเปิลเปิดโต๊ะคุยกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติในจีน หารือแก้ปัญหามลภาวะ

By: Blltz on Thu, 2011-11-17 22:55

เป็นที่รู้กันดีว่าแอปเปิลเป็นบริษัทที่เด่นทางด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมาก และซัพพลายเออร์ของแแอปเปิลส่วนใหญ่มีโรงงานอยู่ในประเทศจีน ล่าสุดแอปเปิลได้จัดประชุมกับกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติในประเทศจีนเพื่อหารือในกรณีการปล่อยมลพิษของโรงงานที่มีส่วนหนึ่งเป็นซัพพลายเออร์ของแอปเปิลรวมอยู่ด้วย

แอปเปิลใช้เวลาประชุมกับกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติทั้งห้ากลุ่มเป็นเวลากว่าสามชั่วโมงครึ่ง ณ สำนักงานแอปเปิลประจำเมืองปักกิ่ง โดยมีตัวแทนจากทางกลุ่มอนุรักษ์ฯ 9 คน และทีมของแอปเปิล 5 คน โดยทางกลุ่มอนุรักษ์ฯ ให้ข้อมูลว่าจาก 27 ซัพพลายเออร์ที่ปล่อยมลพิษออกสู่ธรรมชาติ มี 15 แห่งที่เป็นซัพพลายเออร์ให้กับแอปเปิล โดยนอกจากแอปเปิลได้บอกว่าทางบริษัทคุยกับซัพพลายเออร์ไปแล้วถึง 11 เจ้าเพื่อให้แก้ไขแล้ว และกำลังติดต่อกับอีก 4 เจ้าที่เหลือ

ไปแล้วอีกประเทศ! สเปนต้องจ่ายดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลตัวเองเกือบ 7%

By: toandthen on Thu, 2011-11-17 22:54

จากการประมูลพันธบัตรรัฐบาลประเทศสเปนในวันนี้ พบว่าดอกเบี้ยที่รัฐบาลสเปนต้องจ่ายสำหรับการยืมเงิน 10 ปี สูงถึง 6.975% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ 14 ปีตั้งแต่ปี 1997 ซึ่งโดยปกติแล้ว การที่รัฐบาลต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงแบบนี้หมายความว่านักลงทุนเริ่มที่จะไม่ไว้วางใจว่ารัฐบาลจะสามารถจ่ายคืนหนี้ดังกล่าวได้ (ตามกฏเสี่ยงมาก ผลตอบแทนต้องมาก)

โดยตัวเลขดอกเบี้ยนี้ ใกล้เคียงกับ 7% ซึ่งสำหรับสหภาพยุโรปแล้ว ถือว่าประเทศสมาชิกที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงระดับนี้ จะต้องขอความช่วยเหลือทางการเงินแล้ว (financial bailout) โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานี้ ประเทศอิตาลีก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยพันธบัตรสูงกว่า 7% มาแล้ว

นักวิเคราะห์ทางการเงินหลายคนเชื่อว่าธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB ควรจะเข้าซื้อพันธบัตรของรัฐบาลแต่ละประเทศที่มีปัญหา ก่อนที่ปัญหาเศรษฐกิจจะแพร่กระจายไปสู่ประเทศอื่น ๆ ในยูโรโซน แต่เยอรมนีกลับไม่เห็นด้วย เนื่องจากการกระทำกล่าว จะทำให้กลุ่มประเทศยูโรโซนพบกับปัญหาเงินเฟ้อแทน

ที่มา - BBC

สี่สาเหตุ ทำไมสถานะทางการเงินของสหรัฐฯ ยังดีกว่าอิตาลี ณ เวลานี้

By: toandthen on Thu, 2011-11-17 18:08

ผู้ที่สนใจเรื่องเศรษฐกิจอเมริกันอาจจะเป็นกังวลว่าสหรัฐจะมีปัญหาทางด้านการเงินเช่นเดียวกับอิตาลีหรือเปล่า หากเมื่อเทียบสองประเทศแล้วจะพบว่าหนีสาธารณะของทั้งสองประเทศต่างกันไม่มาก โดยอิตาลีมีอัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีที่ 120% ส่วนสหรัฐฯ มีอยู่ที่ 100% แต่บทความของ CNN ได้ออกมาบอกว่าสหรัฐฯ ไม่เหมือนกับอิตาลีอย่างแน่นอน

สาเหตุแรกคืออิตาลีมีระดับการขยายตัวของเศรษฐกิจค่อนข้างแย่ คือโตน้อย หรือไม่ก็ไม่โตเลยมาเป็นเวลาสิบกว่าปีแล้ว และคาดว่าจะเป็นแบบนี้อีกต่อไปในอนาคต ในขณะที่เศรษฐกิจของอเมริกานั้นค่อย ๆ ดีขึ้นหลังจากวิกฤต และคาดว่าจะสามารถโตต่อไปได้ในอัตราที่สูงกว่าอิตาลี คำอธิบายหลักของสาเหตุนี้ก็คือเศรษฐกิจของอเมริกานั้นมีความยืดหยุ่นตัวที่สูงกว่ามาก ในขณะที่อิตาลีมีปัญหาทางด้านกฎหมายที่ทำให้ภาคแรงงานและผู้ว่าจ้างติดกับปัญหาทางด้านการแข่งขันและการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ

คนอเมริกันหนึ่งในสี่บอกว่าจะเกษียณอายุตอน 80 ปี

By: arjin on Thu, 2011-11-17 11:32

บริษัท Wells Fargo & Co. เปิดเผยผลสำรวจด้วยการเกษียณอายุการทำงานของกลุ่มชนชั้นกลางในอเมริกา โดยการสำรวจนี้สอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง 1,500 คนทางโทรศัพท์ พบข้อมูลน่าสนใจดังนี้

  • 76% ของกลุ่มตัวอย่างบอกว่าจะเกษียณอายุเมื่อมีเงินเก็บเพียงพอ ขณะที่ 20% บอกว่าจะเกษียนเมื่ออายุถึงตัวเลขที่คิดไว้
  • 25% ของกลุ่มตัวอย่างคาดว่าตนเองจะทำงานจนถึงอายุ 80 ปีแล้วค่อยเกษียณ
  • กลุ่มตัวอย่างที่มีอายุเยอะกว่าครึ่งบอกว่าพวกเขา "ยังจำเป็นต้องทำงานหาเงิน" ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่อายุน้อยกว่ายังมองว่าแค่ "ต้องการทำงาน" เพราะเป็นเหมือนกิจกรรมสังคมอย่างหนึ่ง

ผลสำรวจดังกล่าวบ่งชี้ว่าคนอเมริกันที่มีอายุเยอะขณะนี้มีปัญหาด้านเงินออมที่รุนแรงขึ้น 37% ในกลุ่มตัวอย่างก็ระบุว่าพวกเขาไม่มีเงินออมหลังการเกษียณเลย อีกทั้งด้วยการตัดค่าใช้จ่ายของภาครัฐทำให้ไม่สามารถหวังพึ่งการช่วยเหลือจากรัฐได้มากเท่าแต่ก่อนแล้ว พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากยืดช่วงเวลาการทำงานออกไปเพื่อให้มีเงินเก็บในบั้นปลายชีวิต และยังจำเป็นต้องตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปอย่างมากด้วยเช่นกัน

ที่มา: Los Angeles Times

อัตราเงินเฟ้อเขตยูโรโซนยังเกินเป้า

By: Fiyen on Wed, 2011-11-16 19:47

ในเดือนตุลาคมที่ผ่าน อัตราเงินเฟ้อเขตยูโรโซนยังคงอยู่ที่ระดับ 3% ซึ่งเกินกว่าเป้าหมาย 2% ที่คาดไว้ แต่กลุ่มนักวิเคราะห์ยังมองว่าอัตราเงินเฟ้อในเขตนี้น่าจะลดลงในเดือนถัดๆ ไป

โดยกลุ่มประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำที่่สุดใน ได้แก่ ประเทศสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (1.1%) และฝรั่งเศส (2.5%) ตามลำดับ ส่วนกลุ่มประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อสูงที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ ประเทศเอสโตเนีย สโลวาเกีย โปรตุเกส ซึ่งมีอัตราเงินเฟ้อสูงถึง 4% หรือมากกว่านั้น

ปัจจัยหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ที่ระดับนี้ เกิดจากราคาพลังงานและเชื้อเพลิงที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อทางด้านการขนส่งสูงถึง 5.8% เลยทีเดียว

ที่มา - BBC

อียูประกาศกฎคุมเข้มสถาบันจัดเรตติง แต่ยังไม่มีอำนาจห้ามจัดเรต

By: chayaninw on Wed, 2011-11-16 17:53

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศร่างกฎหมายใหม่ที่จะใช้ควบคุมสถาบันจัดอันดับเครดิต (credit rating agency) ตามแผนการที่ได้มีการพูดคุยกันมาก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่มีการให้อำนาจในการสั่งห้ามจัดอันดับประเทศในสถานการณ์วิกฤติ

Michel Barnier กรรมาธิการที่กำกับดูแลตลาดภายในของคณะกรรมธิการยุโรป ได้ออกมาเปิดเผยร่างกฎใหม่ ที่จะให้รัฐบาลประเทศต่างๆ และสภายุโรปอนุมัติ โดยมีเนื้อหาสำคัญคงตามที่มีการเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้

  • สถาบันจัดอันดับเครดิตจะมีความรับผิดชอบทางกฎหมายเพิ่มขึ้น โดยจะต้องรับผิดชอบทางกฎหมายหากมีความผิดพลาดจากการดำเนินงานที่ทำให้เกิดความเสียหาย
  • จะต้องมีรายงานความโปร่งใสประจำปีที่เปิดเผยระเบียบวิธีที่ใช้ในการจัดอันดับเครดิต
  • ลูกค้าของสถาบันจัดอันดับเครดิตจะต้องเปลี่ยนสถาบันที่ใช้บริการอย่างน้อยรายใดรายหนึ่งทุกสามปี และไม่สามารถใช้บริการรายใดต่อเนื่องกันเกินหกปี และหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงแล้วจะต้องเว้นระยะอย่างน้อยสี่ปี

อย่างไรก็ตาม มาตรการสำคัญที่เคยเปิดเผยออกมาในร่างก่อนหน้า แต่ถูกนำออกจากร่างสุดท้ายนี้ คือการให้อำนาจแก่สหภาพยุโรปในการสั่งห้ามจัดอันดับเครดิตกับประเทศที่กำลังรับความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรปหรือกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งยังคงมีความเห็นขัดแย้งกันในคณะกรรมาธิการ

ที่มา – AFP, The Telegraph, The New York Times

หุ้น Olympus ดีดขึ้น รับข่าวอาจไม่หลุดจากตลาดหุ้น

By: chayaninw on Mon, 2011-11-14 23:09

หลังจากที่ราคาหุ้นของ Olympus บริษัทผู้ผลิตเครื่องมือทางการแพทย์และกล้องถ่ายรูปจากญี่ปุ่น ได้ตกลงอย่างต่อเนื่องหลังจากที่มีการเปิดเผยการทุจริตภายในบริษัท ล่าสุดหุ้นของ Olympus ได้พุ่งกลับขึ้นมาชนเพดานราคาหุ้นในวันจันทร์ หลังจากที่มีข่าวออกมาว่า บริษัทอาจไม่โดนเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ (delist) แต่โดนเพียงปรับเงินและผู้บริหารจะโดนคดีทางอาญาเท่านั้น

หุ้นของ Olympus กลับขึ้นมาอยู่ที่ราคา 540 เยน เพิ่มขึ้นมา 80 เยนซึ่งเป็นเพดานสูงสุดที่ราคาปรับขึ้นมาได้ในหนึ่งวัน แต่ Masayoshi Okamoto จาก Jujiya Securities ก็ยังเตือนว่า การคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับ Olympus ในตอนนี้ยังคงเร็วเกินไป และคำสั่งซื้อตอนนี้ยังอยู่ในระดับที่เป็นการเก็งกำไรอยู่

ปัจจุบัน Olympus เป็นผู้ผลิตกล้อง endoscope รายใหญ่ของโลก มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 70%

ที่มา – Reuters

ครั้งแรกกับบริษัทไอที: บัฟเฟตต์กว้านหุ้น IBM มูลค่ามากกว่า 10 พันล้าน

By: Blltz on Mon, 2011-11-14 22:45

เมื่อครั้งก่อนเราเคยได้ยินวอร์เรน บัฟเฟตต์กล่าวว่าเขาไม่ลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีเนื่องจากเขาไม่เข้าใจธุรกิจ และผลิตภัณฑ์ของโลกเทคโนโลยีที่ดีพอ แต่ล่าสุดบัฟเฟตต์คงทำการบ้านเกี่ยวกับวงการเทคโนโลยีมามากพอแล้ว หลังจากเผยผ่านการสัมภาษณ์กับ CNBC ว่าเขาได้เข้าซื้อหุ้นมูลค่ามหาศาลถึง 10.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นสัดส่วนร้อยละ 5.5 จากบริษัทไอทีแห่งหนึ่ง และบริษัทที่ว่าก็คือ "Big Blue" IBM นั่นเอง

สำหรับสถานการณ์ของ IBM ช่วงหลังมานี้ต้องบอกว่าดีขึ้นเรื่อยๆ ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดมีรายได้รวม 26.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีแนวโน้มว่ากำไรจะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้จากเดิมที่ ไปอยู่ที่ร้อยละ 14 ในปีนี้

สำหรับการเข้าซื้อหุ้นจำนวนมหาศาลในครั้งนี้เป็นครั้งที่สองของปีแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือนเพิ่งลงทุนใน Bank of America เป็นมูลค่าสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ภายหลังข่าวเผยแพร่ออกไปหุ้นของ IBM ถีบตัวขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.9 ไปอยู่ที่มูลค่า 189.05 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหุ้น

ที่มา - Financial Times

ข้อมูลน่าสนใจ: โซนี่ทำเงินจากบริการทางการเงินมากกว่าการขายสินค้าอิเล็กโทรนิกส์

By: toandthen on Sun, 2011-11-13 11:36

แม้ว่าโซนี่จะมีชื่อเสียงจากสินค้าอิเล็กโทรนิกส์เช่นทีวีจอแบน คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป หรือเครื่องเล่นเกม PlayStation แต่จริง ๆ แล้วนั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำกำไรให้กับบริษัทแม้แต่น้อย

Dan Frommer จาก SplatF ชี้ว่าธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าเครื่องใช้ภายในบ้านและอิเล็กโทรนิกส์ของโซนี่ทำให้โซนี่ขาดทุนเกือบ 500 ล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส ในขณะที่ธุรกิจประเภทเอ็นเทอร์เทนเมนท์ อย่างค่ายเพลงและภาพยนตร์ภายในเครือ กลับทำกำไรให้กับบริษัท แต่นี่ก็ไม่มากเท่ากับธุรกิจประเภทการเงิน (เช่นการประกันและธุรกรรมทางธนาคาร) ที่ทำกำไรให้กับบริษัทมากกว่าธุรกิจอื่น ๆ ของโซนี่

สามารถเข้าไปดูชาร์ทที่แยกกำไรตามกลุ่มธุรกิจของโซนี่ได้จากที่มาครับ

ที่มา - Business Insider

สภาล่างอิตาลีผ่านมาตรการรัดเข็มขัดแล้ว ในขณะที่ Berlusconi ประกาศลาออกจากตำแหน่ง

By: toandthen on Sun, 2011-11-13 11:18

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สภาล่างของอิตาลีได้ผ่านมาตรการรัดเข็มขัดตามคำเรียกร้องของสหภาพยุโรปเรียบร้อยแล้ว โดยมีสมาชิกสภาล่างเพียงแค่ 26 รายเท่านั้นที่โหวตโนให้กับมาตรการดังกล่าวจากจำนวนสมาชิกทั้งหมด 406 คน ในขณะเดียวกันนาย Silvio Berlusconi ก็ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามที่ได้ให้สัญญาไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

หัวหน้ากลุ่มผู้ว่าจ้างงานในอิตาลี (Confindustria) นาง Ema Marcegaglia ได้ออกมากล่าวว่าอิตาลีเหมือนกับกรีซ อิตาลีเป็นประเทศที่มีฐานเศรษฐกิจที่แข็งแรง และเป็นเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่อันดับ 8 ของโลก แต่อิตาลีก็จำเป็นที่จะต้องผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้

แม้ว่าอิตาลีจะมีหนี้สูงถึง 1.9 ล้านล้านยูโรก็ตาม แต่อิตาลีเป็นหนึ่งในประเทศที่ใหญ่สำคัญที่สุดในยุโรป และอาจจะใหญ่เกินกว่าที่สหภาพยุโรปจะปล่อยให้ล้มไปตามเวรตามกรรมได้ แต่ขนาดที่ใหญ่ก็ทำให้การกอบกู้ยากขึ้นไปอีกเช่นกัน

ที่มา - CNN Money

Telefonica ขาดทุนครั้งแรกในรอบ 9 ปีหลัง

By: mk on Sun, 2011-11-13 08:43

Telefonica เป็นยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของสเปน (เจ้าของโอเปอเรเตอร์แบรนด์ Movistar) แต่นอกจากกิจการในสเปนแล้วยังให้บริการมือถือในกลุ่มประเทศละตินอเมริกาอีกหลายแห่ง รวมถึงเป็นเจ้าของเครือข่าย O2 ของอังกฤษด้วย

(ถ้าใครติดตามฟุตบอลสเปน อาจเคยเห็นโลโก้ของ Telefonica บนเสื้อของสโมสร Real Zaragoza บ้างนะครับ)

แต่ผลประกอบการไตรมาสที่สามของปี 2011 บริษัทกลับขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี (มูลค่าการขาดทุนคือ 429 ล้านยูโร)

สาเหตุของการขาดทุนเกิดจากเศรษฐกิจสเปนที่ตกต่ำ (ทำให้รายได้ของบริษัทในสเปนลดลง 9%) อย่างไรก็ตาม Telefonica ยังมีกิจการฟากละตินอเมริกาที่ยังไปได้สวยมาช่วยไม่ให้ยอดรวมขาดทุนมากเกินไป กิจการภูมิภาคละตินอเมริกาของ Telefonica กลายเป็นอนาคตใหม่ของบริษัท และมีส่วนแบ่งรายได้รวมกันถึงครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมดแล้ว

ที่มา - Reuters, ZDNet

ปัญหาการเงินบีบให้กรีซต้องซื้อน้ำมันจากอิหร่าน

By: lew on Sun, 2011-11-13 01:22

ปัญหาทางการเงินของกรีซกำลังสร้างปัญหาใหม่คือกรีซไม่สามารถซื้อน้ำมันจากบริษัททั่วไปได้ และอาจจะเหลือทางเลือกเดียวคือซื้อจากอิหร่าน ขณะที่สหภาพยุโรปนั้นไม่ต้องการสนับสนุนทางการเงินให้กับอิหร่านเพราะกลัวว่าจะถูกนำไปใช้ในโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

สำนักข่าว Reuters อ้างแหล่งข่าวเป็นนักค้าน้ำมันมากกว่า 24 คนยืนยันตรงกันว่ากรีซไม่สามารถซื้อน้ำมันจากรัสเซีย, อาเซอร์ไบจัน, และคาซัคสถานได้เช่นเดิมอีกต่อไป หลังจากหยุดการสั่งซื้อมานานหลายเดือนแล้ว

ในปีที่แล้วกรีชพึ่งพาน้ำมันจากอิหร่านอยู่ร้อยละ 16 โดยน้ำมันส่วนมมากมาจากรัสเซียถึงร้อยละ 46 หากกรีซไม่สามารถซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้จริง ทางออกเดียวคือต้องไปซื้อจากอิหร่านเพิ่มเติม ปัญหาคือความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างอิหร่านกับสหภาพยุโรปนั้นย่ำแย่มากในช่วงหลัง โดยสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาคว่ำบาตรอิหร่านเพื่อกดดันให้อิหร่านหยุดโครงการนิวเคลียร์

แต่นาทีนี้หากกรีซต้องคว่ำบาตรอิหร่านตามมติสหภาพยุโรปก็เป็นการรับประกันถึงหายนะภายในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยปริมาณน้ำมันที่หายไปจำนวนมากจะสร้างความโกลาหลภายในจนกว่าจะหาทางออกอื่นได้

ที่มา - Reuters-1, Reuters-2

อียูเตรียมคุมสถาบันจัดอันดับเครดิต

By: chayaninw on Sun, 2011-11-13 00:08

สหภาพยุโรปเตรียมออกมาตรการใหม่ที่จะควบคุมบรรดาสถาบันจัดอันดับเครดิต (credit rating agency) นับเป็นครั้งที่สามนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์การเงิน และมาตรการที่หนักกว่าครั้งเดิมๆ ที่ผ่านมา โดยพยายามจะควบคุมอิทธิพลของ "Big Three" หรือรายใหญ่สามรายได้แก่ S&P, Moody's และ Fitch

เหตุการณ์ในฝรั่งเศสเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมายิ่งตอกย้ำอียูถึงการควบคุมสถาบันจัดอันดับเครดิต เมื่อ S&P ส่งอีเมลที่ระบุว่า ได้ลดอันดับเครดิตของหนี้รัฐบาลฝรั่งเศสลงจากเกรดสูงสุด AAA ก่อนที่จะออกมาปฏิเสธภายหลังว่าเป็นความผิดพลาด ซึ่งรัฐบาลฝรั่งเศสก็ประกาศที่จะสอบสวนสาเหตุและผลกระทบจากความผิดพลาดนี้

Michel Barnier กรรมาธิการที่กำกับดูแลภาคการเงิน ได้ออกมาย้ำทันทีว่ายุโรปจะต้องมีกฎที่เข้มงวด โดยจะมีความรับผิดชอบทางกฎหมายหากสถาบันจัดอันดับมีพฤติกรรมที่ไม่ชอบ หรือผิดพลาดโดยประมาทอย่างร้ายแรง

ในร่างกฎหมายที่เผยแพร่ออกมาเมื่อเดือนที่แล้ว มีประเด็นที่สำคัญมากคือการบังคับให้ธุรกิจต่างๆ ที่ใช้บริการจัดอันดับตราสารของตัวเอง หมุนเวียนเปลี่ยนสถาบันจัดอันดับที่ใช้บริการ และจะต้องเว้นช่วงอย่างน้อยสี่ปีก่อนจะกลับมาใช้บริการจากรายเดิมได้ ซึ่งเป็นการบีบให้ธุรกิจต้องใช้บริการสถาบันขนาดรองๆ ลงมาด้วย แต่ในข้อบังคับที่จะเปิดเผยในวันอังคารที่จะถึงนี้ น่าจะเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดเรื่องนี้ให้อ่อนลง

ประกาศให้รางวัลเงินสด 250,000 ปอนด์สำหรับคนที่คิดวิธีให้ประเทศต่าง ๆ เลิกใช้เงินสกุลยูโรได้

By: toandthen on Sat, 2011-11-12 21:38

Simon Wolfson ซีอีโอของเชนร้านเสื้อผ้าดัง Next ได้ออกมาประกาศให้รางวัลเงินสด 250,000 ปอนด์หรือ 12 ล้านกว่าบาทสำหรับคนหรือกลุ่มใดก็ได้สามารถเสนอวิธีให้ประเทศใดประเทศหนึ่ง (หรือมากกว่า) ที่กำลังใช้เงินสกุลยูโร สามารถที่จะเลิกใช้สกุลเงินดังกล่าวโดยไม่ต้องพบกับปัญหาเศรษฐกิจและไม่กระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวมได้

นาย Wolfson กล่าวว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและทางการเมืองปัจจุบันสามารถกดดันให้ประเทศบางประเทศที่กำลังใช้สกุลเงินยูโรต้องการที่จะออกจากระบบดังกล่าวได้ แต่ขั้นตอนในการดำเนินการดังกล่าวจะต้องส่งผลกระทบแก่ระบบเงินฝากของยุโรปทั้งหมด, ระบบแรงงาน, และจะทำให้ความมั่นคงของระบบธนาคารทั่วโลกพบกับปัญหาได้อีก เพราะฉะนั้นรางวัลที่เขาเสนอมีเป้าหมายที่จะเปิดรับวิธีปัญหาทางเศรษฐกิจต่าง ๆ จากคนทั่วไป

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ นักการเมือง และธนาคารต่าง ๆ ในยุโรปรวมไปถึงธนาคารกลางยุโรปเองได้ออกมาบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ ที่ประเทศที่เลือกใช้สกุลเงินยูโรแล้วสามารถที่จะถอนตัวออกได้

Wolfson เป็นหนึ่งในนักธุรกิจหลายคนที่ต่อต้านไม่ให้สหราชอาณาจักรเปลี่ยนมาใช้สกุลเงินยูโร โดยเขาบอกว่าประเทศที่เลือกที่จะเปลี่ยนมาใช้ยูโรควรจะมีทางออกให้กับตัวเองด้วย ในกรณีที่จำเป็นจะต้องเลิกใช้สกุลเงินยูโรในอนาคต

ที่มา - CNN Money

ค่ายเพลง EMI ขายกิจการให้ Universal และ Sony Music

By: mk on Sat, 2011-11-12 17:07

ในโลกของอุตสาหกรรมเพลงภาษาอังกฤษ มีค่ายเพลงใหญ่อยู่ 4 ค่ายที่เรียกรวมๆ ว่า Big Four Music Label ซึ่งเรียงตามส่วนแบ่งตลาดได้แก่ Universal Music, Sony Music (เมื่อก่อนคือ Sony BMG), Warner Music และ EMI

ทั้งสี่ค่ายมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันมากกว่า 80% และถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ของวงการเพลงซีกโลกตะวันตก

แต่ล่าสุด Big Four จะกลายเป็น Big Three เสียแล้ว เพราะ Citigroup กลุ่มธุรกิจการเงินที่เป็นเจ้าของผู้เล่นหมายเลขสี่ EMI ประกาศว่าสามารถตกลงกับ Universal และ Sony เรื่องการขายกิจการได้แล้ว

Pages

Subscribe to MEconomics RSS