ธนบัตรแคนาดาเริ่มถูกปลอมเพราะปลอดภัยเกินไป

By: lew on Mon, 2013-05-20 21:45

การต่อสู้ระหว่างธนบัตรปลอมของธนาคารชาติต่างๆ เป็นเรื่องที่ต่อสู้กันมานาน อย่างประเทศไทยเองก็เริ่มมีการใช้ธนบัตรพลาสติกที่มีจุดปลอมแปลงยากอยู่หลายจุด ในแคนาดาเองธนบัตร 100$ รุ่นใหม่ก็ใช้พลาสติกที่มีช่องพลาสติกใสพร้อมพิมพ์ภาพโฮโลแกรมที่ปลอมแปลงได้ยาก จนได้ชื่อว่าเป็นธนบัตรที่ปลอมยากที่สุดนับแต่แคนาดาออกธนบัตรมา แต่ล่าสุดก็เริ่มมีรายงานธนบัตร 100$ ปลอมในเขตเมืองแวนคูเวอร์

ช่วงเดือนที่ผ่านมามีเหตุการณ์รายงานเข้าไปยังตำรวจสองครั้ง ครั้งหนึ่งเป็นการซื้อของในร้านขายของชำ และอีกครั้งหนึ่งเป็นการฝากเงินในธนาคาร ตำรวจยังไม่สามารถตามตัวชายที่ใช้ธนบัตรปลอมซื้อของชำได้ แต่ในกรณีการฝากเงินที่ธนาคารนั้นตำรวจเชื่อว่าลูกค้าธนาคารที่นำเงินมาฝากก็ไม่รู้ว่าเงินนั้นเป็นของปลอม

ปัญหาของธนบัตร 100$ ที่ปลอดภัยมากเช่นนี้สร้างนิสัยไม่ตรวจสอบ ให้กับผู้ใช้ธนบัตรโดยทั่วไป คนจำนวนมากเห็นเงินพลาสติกก็รับมาโดยแทบไม่ตรวจสอบอะไรเพราะรู้ว่าเงินประเภทนี้ปลอมแปลงได้ยากมาก

ธนบัตรพลาสติกรุ่นใหม่มีหมุนเวียนใช้ในแคนาดาแล้วถึง 500 ล้านฉบับ และจับแต่ออกใช้งานมา ยังพบการปลอมแปลงเพียง 56 คดีเท่านั้น แต่ธนาคารกลางก็ออกมาเตือนว่าควรตรวจสอบทั้งจุดโปร่งใสและรอยนูนตามจุดสังเกตต่างๆ ของธนบัตรด้วย

ที่มา - GlobalPost

Dwolla ถูกห้ามให้บริการ BitCoin

By: lew on Fri, 2013-05-17 12:54

บริการจ่ายเงินออนไล์ Dwolla ถูกคำสั่งศาลที่ร้องขอโดย กระทรวงความมั่นคง (Department of Homeland Security - DHS) ให้หยุดให้บริการกับบัญชี Mt. Gox ที่เป็นช่องทางการซื้อขายเงิน BitCoin เนื่องจากไม่ทำตามข้อบังคับของการควบคุมบริการการเงิน

Mt. Gox ให้บริการจาก Dwolla ด้วยการเปิดบัญชีกับ Well Fargo ด้วยบริษัท Mutum Sigillum LLC ที่เป็นตัวแทน Mt. Gox ในสหรัฐฯ โดยหมายศาลระบุว่าเอกสารเปิดบัญชีนั้นระบุว่า Mutum Sigillum LLC ไม่ได้ให้บริการการเงิน จึงอาจจะเป็นที่มาของการสั่งหยุดให้บริการนี้ เพราะ Dwolla กลายเป็นทางเข้าออกของการโอนเงินใน BitCoin ในสหรัฐฯ

Mt. Gox ระบุว่ายังไม่ได้รับเอกสารจาก DHS และไม่ทราบว่าคำสั่งนี้มีเหตุผลหรือความครอบคลุมแค่ไหน จึงให้ความเห็นเพิ่มเติมไม่ได้

ที่มา - TechCrunch, Mt. Gox

วงเกิลกรุ๊ปญี่ปุ่นใช้แนวทาง "ความยาวกระโปรงกลับกับดัชนีตลาดหุ้น"

By: lew on Thu, 2013-05-16 13:06

วง Machikado Keiki Japan เป็นวงเกิลกรุ๊ปสี่คมีสมาชิกอายุในช่วง 16 ถึง 23 ปี แม้ทั้งสี่คนจะไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์ แต่วงนี้ก็ผูกตัวเองเข้ากับเศรษฐกิจอย่างมาก ทั้งเนื้อเพลงที่พูดถึงเรื่องนโยบายการเงินของญี่ปุ่น, อัตราการเติบโต GDP, และกฎของธนาคารกลาง แม้แต่ชื่ออัลบั้มก็ยังเป็น "Abeno Mix"

นโยบายของวงนี้คือหากดัชนีหุ้นนิเคอิเพิ่มขึ้นทุกๆ 1,000 จุด ทั้งสี่คนจะใส่กระโปรงแสดงสั้นลง 1 นิิ้ว หากหุ้นลดลงก็จะเพิ่มความยาวกระโปรงไปด้วยเช่นกัน

อินเดียตั้งเป้า อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์มูลค่าเกินหมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2020

By: lew on Wed, 2013-05-15 12:24
Tags: 

NASSCOM หรือสมาคมบริษัทซอฟต์แวร์และบริการไอทีของอินเดียตั้งเป้าว่าจะขยายอุตสาหกรรมไอทีในอินเดียให้มีมูลค่าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณสามแสนล้านบาทภายในปี 2020 เทียบกับประมาณการปีนี้ มูลค่าอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จะมีมูลค่า 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของ NASSCOM คือการสร้างผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ของตัวเอง เป็นคณะกรรมการผลิตภัณฑ์ (Product Council) เพื่อให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของอินเดียมีทรัพย์สินทางปัญญาเป็นของตัวเอง

NASSCOM ระบุว่าปี 2012 ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมไอทีของอินเดียมีมูลค่า 101 พันล้านดอลลาร์ เป็นมูลค่าส่งออก 69 พันล้านดอลลาร์ ส่วนในปี 2020 นั้น NASSCOM คาดว่ามูลค่าจะพุ่งไปถึง 300 พันล้านดอลลาร์ ทำให้มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์นั้นยังเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของอุตสาหกรรมไอทีในอินเดีย

ที่มา - NASSCOM, The Register

DOCOMO ซื้อหุ้น Pioneer เพื่อลงทุนในระบบจราจรอัจฉริยะ

By: mk on Tue, 2013-05-14 08:00

NTT DOCOMO โอเปอเรเตอร์อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ประกาศซื้อหุ้นบริษัทร่วมชาติ Pioneer จำนวน 7% คิดเป็นมูลค่า 5 พันล้านเยนหรือประมาณ 1.5 พันล้านบาท

เป้าหมายของ DOCOMO คือบุกเข้าไปยังตลาดระบบขนส่งอัจฉริยะ (intelligent transport systems - ITS) โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของ Pioneer ที่เป็นเจ้าพ่อเครื่องเสียงและระบบนำทางในรถยนต์

ภาพฝันของ DOCOMO คือผนวกเอาเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตัวเองเข้ากับระบบนำทางรถยนต์ของ Pioneer และใช้ข้อมูลสภาพจราจรร่วมกัน ก่อนหน้านี้ทั้งสองบริษัทเคยมีความร่วมมือกันในผลิตภัณฑ์ docomo Drive Net ที่นำโทรศัพท์ไปเสียบเข้ากับระบบนำทางของ Pioneer

ที่มา - DOCOMO

นายกเทศมนตรีลอนดอนสนับสนุนประชามติ เพื่อตัดสินว่าอังกฤษควรจะอยู่ใน EU ต่อไปหรือไม่

By: toandthen on Mon, 2013-05-13 16:44

นายบอริส จอห์นสัน นายกเทศมนตรีของกรุงลอนดอน ได้ออกมาประกาศว่าเขาสนับสนุนนโยบายของสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยมที่ไม่ได้มีตำแหน่งในสภา ให้มีการจัดประชามติเพื่อเลือกว่าอังกฤษยังต้องการมีสถานภาพเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ต่อไปหรือไม่ โดยเขาบอกว่าเมื่ออังกฤษออกจาก EU แล้ว คนอังกฤษจะได้รู้เสียทีว่าปัญหาของประเทศหลาย ๆ อย่างไม่ได้เกิดจาก EU เลย

การเมืองในอังกฤษปัจจุบัน มีการความแตกแยกกันระหว่างสมาชิกของพรรคเอง และพรรคร่วมรัฐบาล โดยต้นเหตุความแตกแยกเกิดจากการพยายามผลักดันให้มีการจัดประชามติแบบ "เอา หรือ ไม่เอา" ว่าประชาชนอยากจะให้อังกฤษอยู่ใน EU ต่อไปหรือไม่ โดยตอนนี้มีรัฐมนตรีสองคนได้ขู่ว่าจะลาออกจากตำแหน่ง หากมีการทำประชามติจริง

นายกรัฐมนตรีของอังกฤษคนปัจจุบัน เป็นคนออกมาผลักดันให้มีประชามติขึ้น โดยสัญญาว่าหากประชาชนเลือกพวกเขากลับเข้ามาเป็นรัฐบาล จะมีการจัดประชามติอย่างแน่นอนภายในปี 2017 แต่เขากลับบอกว่าเขาอยากให้ประชาชนเลือกให้อังกฤษอยู่ใน EU ต่อ แต่เขาจะพยายามอย่างที่สุดในการต่อรองกับ EU เพื่อเปลี่ยนระบอบอำนาจที่ EU มีเหนือกว่าระบบต่าง ๆ ในประเทศสมาชิก เช่น อำนาจศาล อำนาจทางนิติบัญญัติ ฯลฯ

สำหรับสาเหตุที่นายบอริส จอห์นสัน ได้ออกมาสนับสนุนการจัดประชามติครั้งนี้ ก็เพื่อให้อังกฤษก้าวข้าม EU ไปให้ได้ ทุกวันนี้ผู้นำ EU ทั้งหลายต่างก็ให้ความสำคัญกับปัญหาเงินยูโรมาก จนอังกฤษไม่อาจจะพูดได้ว่าตนนั้นเป็นประตูสู่ยุโรปได้อีกต่อไป เช่นกัน ถ้าอังกฤษออกจาก EU ประชาชนและนักการเมืองจะไม่สามารถโบ้ยความรับผิดชอบให้กับสหภาพยุโรปได้อีกต่อไป

บอริส จอห์นสัน ยังกล่าวอีกว่าปัญหาส่วนใหญ่ที่อังกฤษมีอยู่ เกิดจากการที่คนอังกฤษมัวแต่แก้ปัญหาในระยะสั้นโดยไม่คิดถึงปัญหาระยะยาวมาโดยตลอด อีกทั้งการบริหารจัดการที่แย่ ความสามารถในการทำงานที่ต่ำ การสำเร็จความพึงพอใจในตนเองที่ง่ายเกินไป และการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ต่ำเกินไป

ที่มา - BBC

บั๊กใน Diablo 3 ทำเงินเฟ้อในเกมพุ่ง ระบบเศรษฐกิจปั่นป่วน

By: lew on Wed, 2013-05-08 22:53

Diablo 3 รุ่น 1.0.8 มีฟีเจอร์ใหม่คือการประมูลสินค้าในเกมด้วยเงินจริง แต่ปรากฎว่าฟังก์ชั่นนี้กลับมีบั๊ก ทำให้ผู้ใช้สามารถ "สำเนา" ทองได้ไม่จำกัด รายงานผู้เล่นตอนนี้จำนวนมาก มีเงินนับพันล้านหน่วยทองคำจากบั๊กนี้ และผู้เล่นรายหนึ่งมีเงินถึง 371 ล้านล้านหน่วยทองคำ ผู้เล่นรายหนึ่งสามารถใช้บั๊กนี้ทำทองเข้ากระเป๋าตัวเองได้ 420,000 ล้านหน่วยภายในนาทีเดียว

ทาง Blizzard ปิดระบบประมูลทันทีหลังจากมีรายงานบั๊กนี้ แต่ยังไม่ระบุว่าจะทำอย่างไรกับเงินที่หลุดออกมาจำนวนมหาศาลนี้ โดยทีมงานกำลังพิจารณาว่าอาจจะล็อกบัญชีเหล่านี้ไว้ชั่วคราว ไปจนถึงการแบนถาวร

สักวันคงมีเกมสักเกมใช้ BitCoin เป็นเงินในเกมจริงๆ

ที่มา - The Escapist, Polygon

สำนักพิมพ์ Tor ทดสอบขายหนังสือไม่มี DRM หนึ่งปี ไม่มีผลต่อยอดขาย

By: lew on Tue, 2013-05-07 10:59

สำนักพิมพ์ Tor ผู้จัดพิมพ์หนังสือไซไฟโดยเฉพาะหนังสือขายดีอย่างชุด Ender's Game ได้ทดลองขายหนังสือบางส่วนโดยไม่มี DRM ติดไปด้วยเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม และไม่พบว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นอย่างสังเกตได้เมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนปลด DRM

สำนักพิมพ์ Tor ตีพิมพ์หนังสือไซไฟเป็นหลัก กลุ่มผู้อ่านจึงเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างใกล้ชิดเทคโนโลยีอยู่แล้ว จึงเป็นไปได้ว่าคนที่ละเมิด ก็ละเมิดอยู่แล้วไม่ว่าจะ DRM หรือไม่ แต่กการทดลองของ Tor ก็เป็นตัวอย่างสำคัญว่าธุรกิจบางกลุ่มไม่ต้องการการปกป้องจาก DRM ที่มักทำให้คนที่จ่ายเงินอย่างถูกต้องต้องถูกจำกัดด้วยรูปแบบต่างๆ ของ DRM

สำนักพิมพ์ Tor ได้รับการสนับสนุนจากนักเขียนบางส่วนอย่างมาก แต่ไม่ใช่ทุกคนทีี่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ สำนักพิมพ์ Hachette ในอังกฤษแสดงความไม่เห็นด้วยโดยส่งจดหมายถึงนักเขียนในสังกัดและบ่งบอกว่าอาจจะมีสัญญาผูกมัดว่าหนังสือที่จะขายสิทธิิให้กับสำนักพิมพ์ จะต้องบังคับให้สำนักพิมพ์อื่นที่ตีพิมพ์ในประเทศอื่นๆ จะต้องมี DRM เสมอ

ความกลัวการละเมิดของฝั่งธุรกิจ ที่อยากใช้ DRM แม้จะมีการแกะจนไร้ประสิทธิภาพมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนคงเป็นปริศนาที่เข้าใจได้ยากกันต่อไป

ที่มา - ArsTechnica, Tor

อุตสาหกรรมสื่อเบลเยี่ยมฟ้องขอค่าธรรมเนียมอินเทอร์เน็ต 3.4%

By: lew on Fri, 2013-05-03 17:37

สมาคมนักประพันธ์, นักแต่งเพลง, และสำนักพิมพ์แห่งเบลเยี่ยมฟ้องต่อศาลขอให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจ่ายค่าธรรมเนียม 3.4% จากรายได้เพื่อชดเชยค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์

อีกประเทศที่มีการเก็บภาษีสินค้าหรือบริการที่อาจจะนำไปสู่การละเมิดลิขสิทธิ์ได้แก่แคนาดาที่มีการเก็บภาษีซีดีเปล่าที่ระบุว่า "สำหรับการบันทึกเพลง"

ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มเข้าเจรจากับกลุ่มผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมาก่อนแล้วตั้งแต่ปี 2011 แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงต้องฟ้องศาล

ที่มา - ArsTechnica, TechWorld

แคนาดาประกาศเงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับจ่ายเงินเศษ

By: lew on Thu, 2013-05-02 19:57

ปัญหา "ไม่มีทอน" เป็นปัญหาทั่วโลก ที่ผ่านมามักเป็นหน้าที่ของบริษัทรับจ่ายเงินทั้งหลาย เช่น Octopus ในฮ่องกง หรือ Rabbit ในประเทศไทยที่พยายามทำระบบจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ระดวกต่อการพกพาและการจ่ายเงินย่อยๆ แต่ในแคนาดา The Royal Canadian Mint หรือสำนักกษาปณ์ของแคนาดาก็เตรียมทดสอบใช้ MintChip เงินอิเล็กทรอนิกส์ที่จะมาใช้ในการจ่ายเงินต่ำกว่า 10 ดอลลาร์ทั้งหมด

MintChip ถูกออกแบบมานับปีแล้ว โดยเริ่มโครงการหาสิ่งทดแทนเงินจริงมาตั้งแต่ปี 2009 การเปิดตัว MintChip ครั้งนี้เป็นการรับฟังความเห็นจากนักพัฒนาและภาคการเงิน และก่อนที่จะใช้งานจริง ต้องมีการแก้กฎหมายเพื่อรองรับสถานะเงินของ MintChip เหล่านี้เสียก่อน

จุดสำคัญของ MintChip คือกระบวนการทำงานจะเหมือนกับเงินสดทุกประการ กระบวนการรับจ่ายจะไม่มีรายงานบันทึก กระบวนการโอนจะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม มูลค่าของเงินจะถูกบรรจุอยู่ในชิปซึ่งอาจจะฝังอยู่ใน USB, โทรศัพท์, หรือแท็บเล็ตก็ได้ กระบวนการเช่นนี้ทำให้ตลาดสามารถโอนเงินมูลค่าต่ำมากๆ เช่นเงินสองสามบาทเพื่อซื้อบทความในหนังสือพิมพ์ออนไลน์ หรือค่ารถสาธารณะ

โดยรวมแล้วหาก MintChip ประสบความสำเร็จ จะลดค่าใช้จ่ายที่สำนักกษาปณ์ต้องแบกรับในการดูแลรักษาเงินสดที่ค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงขึ้นเรื่อยๆ

นักพัฒนาหลักร้อยคนได้รับ MintChip ในรูปแบบ microSD ไปล่วงหน้าแล้วตั้งแต่ปีที่แล้ว

ที่มา - The Star

แคนาดาเริ่มเก็บภาษี BitCoin

By: lew on Mon, 2013-04-29 13:56

สรรพากรแคนาดาประกาศเก็บภาษีจากการทำกำไรในระบบเงิน BitCoin โดยถือว่าเป็นธุรกรรมแบบสินค้าแลกสินค้า (barter trade) โดยจะตีมูลค่าสินค้าแลกเปลี่ยนตามมูลค่า ณ วันที่ส่งมอบ และสำหรับผู้ที่ซื้อขายเงิน BitCoin จะต้องเสียภาษีกำไรส่วนทุน (capital gain tax)

นักลงทุนที่ลงทุนในเงิน BitCoin บางคนระบุว่าเสียภาษีตามกฎหมายแคนาดาอยู่แล้ว แต่ก่อนหน้านี้ไม่มีระบบการตรวจสอบใดๆ ต้องอาศัยความซื่อสัตย์ของนักลงทุนที่จะระบุรายได้กับสรรพากรเอง

BitCoin นั้นออกแบบมาเพื่อเลี่ยงการควบคุมของธนาคารกลาง ไม่ให้สามารถควบคุมกระบวนการรับจ่ายเงินได้ แต่ความจริงของชีวิตคนเราคงไม่สามารถหนีได้สองอย่างคือความตายและภาษี

ที่มา - CBC

ศาลฎีกาไอซ์แลนด์ยืนยัน ผู้ให้บริการต้องยอมให้บริจาคเงินให้ Wikileaks

By: chayaninw on Thu, 2013-04-25 12:57

เมื่อวันพุธ (24) ที่ผ่านมา ศาลฎีกาของไอซ์แลนด์ได้พิพากษายืนว่า Valitor ผู้ให้บริการ payment gateway (ชื่อเดิมคือ VISA Iceland) จะต้องกลับมาเปิดบริการสำหรับใช้บริจาคเงินให้กับเว็บไซต์ Wikileaks ภายใน 15 วัน ไม่เช่นนั้นแล้วจะต้องจ่ายค่าเสียหายวันละ 800,000 โครนาไอซ์แลนด์ (ประมาณ 1.97 แสนบาท)

เมื่อปลายปี 2010 Valitor ได้ระงับการทำธุรกรรมจ่ายเงินให้กับ DataCell ซึ่งทำหน้าที่รับบริจาคให้กับ Wikileaks หลังจากที่ Wikileaks เผยแพร่เอกสารลับของสหรัฐออกมา ซึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ศาลชั้นต้นของไอซ์แลนด์ก็ได้ตัดสินว่า Valitor จะต้องกลับมาให้บริการบริจาคเงินให้ Wikileaks

Julian Assange ผู้ก่อตั้ง Wikileaks เขียนในแถลงการณ์ออนไลน์ว่า คำตัดสินนี้เป็นชัยชนะเหนือการเซ็นเซอร์ทางเศรษฐกิจ ที่ใช้ควบคุมนักข่าวและผู้จัดพิมพ์ (publisher) ต่างๆ

ที่มา - Ars Technica

วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านกฎหมายภาษีการค้าออนไลน์

By: lew on Wed, 2013-04-24 18:52

การค้าออนไลน์ของสหรัฐฯ มีความได้เปรียบการค้าปลีกตามร้านมาเป็นเวลานานจากช่องทางการค้าข้ามรัฐที่ไม่ต้องเสียภาษี ดังนั้นหากลูกค้าอยู่คนละรัฐกับตัวร้านที่เปิดเว็บก็ไม่ต้องเสียภาษีเลย

กฎหมาย Marketplace Fairness Act จะเปิดให้รัฐต่างๆ สามารถร่วมมือกันออกข้อตกลงการเก็บภาษีข้ามรัฐ ทำให้ธุรกิจที่อยู่ในรัฐต้นทางและขายสินค้าไปยังรัฐปลายทาง สามารถส่งเงินภาษีที่เก็บจากผู้ซื้อไปยังรัฐปลายทางได้อย่างเป็นระบบ ในกรณีที่บางรัฐไม่ต้องการใช้ข้อตกลงเดียวกับรัฐอื่นๆ ก็สามารถออกข้อกำหนดการค้าออนไลน์ข้ามรัฐของตัวเองได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบที่กฎหมายนี้ให้ไว้

กฎหมายนี้ผ่านวุฒิสภาด้วยคะแนน 74 ต่อ 20 ก่อนจะตราเป็นกฎหมายจะต้องผ่านสภาผู้แทนและให้ประธานาธิบดีลงนามอีกครั้ง

ที่มา - ArsTechnica

สภายุโรปผ่านกฎคุมธนาคาร จำกัดโบนัส เพิ่มสินทรัพย์สำรอง

By: chayaninw on Wed, 2013-04-17 13:09

สภายุโรปอนุมัติกฎควบคุมภาคธนาคารในสหภาพยุโรป โดยจำกัดการจ่ายโบนัสของธนาคาร และเพิ่มข้อกำหนดเงินทุนและสินทรัพย์สำรอง ให้สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้ดียิ่งขึ้น

ข้อกำหนดที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2014 จำกัดการจ่ายโบนัสไว้ที่ 100% ของค่าจ้างต่อปี หรือสามารถเพิ่มได้สูงสุดเป็น 200% หากผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เห็นชอบ นอกจากนี้ อย่างน้อย 25% ของโบนัสที่เกิน 100% จะต้องมีการพักไว้อย่างน้อยห้าปี เพื่อให้บุคลากรของธนาคารให้ความสำคัญกับการดำเนินการระยะยาวมากขึ้น

นอกจากการจำกัดโบนัสแล้ว ยังมีข้อบังคับที่เพิ่มปริมาณทุนสำรองส่วนที่เป็นสินทรัพย์คุณภาพดี และส่งเสริมให้ธนาคารปล่อยกู้ให้กับภาคเศรษฐกิจจริง (real sector) มากขึ้นด้วย

Jose Manuel Barroso ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่ากฎใหม่นี้จะช่วยให้ธนาคารสามารถรองรับเหตุเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจ (shock) ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งเงินภาษีอีก และทำลายวัฒนธรรมการจ่ายโบนัสสูงๆ ซึ่งสนับสนุนให้มีการเสี่ยงเพื่อผลตอบแทนระยะสั้น

ที่มา - European Parliament, BBC News

สภายุโรปปัดแผนดันราคาสิทธิ์ปล่อยคาร์บอน

By: chayaninw on Wed, 2013-04-17 10:44

สมาชิกสภายุโรปได้ลงคะแนนคัดค้านแผนการผลักดันราคาคาร์บอนในระบบซื้อขายสิทธิ์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยการลดจำนวนสิทธิ์ โดยชนะฝ่ายสนับสนุนเล็กน้อยด้วยคะแนนเสียง 334-315 โดยมีสมาชิกงดออกเสียงมากกว่า 60 คน

นโยบายลดสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้รับการเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบปัจจุบัน ที่ราคาของสิทธิ์การปล่อยก๊าซได้ลดลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 5 ยูโรต่อตัน จากที่เคยซื้อขายกันในราคามากกว่า 30 ยูโรต่อตัน ซึ่งเกิดจากการที่มีการให้สิทธิ์มากเกินไป

ฝ่ายที่คัดค้านนโยบายนี้ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม มองว่านโยบายที่จะทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ทำให้ภาคอุตสาหกรรมของยุโรปที่อยู่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่สามารถแข่งขันกับสหรัฐซึ่งมีต้นทุนพลังงานต่ำกว่าได้ ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุนนโยบายนี้เห็นว่าการปฏิเสธแผนการดังกล่าวทำให้ระบบซื้อขายสิทธิ์ปล่อยก๊าซนี้หมดประโยชน์ลงไป

ที่มา - BBC News, The New York Times

Pages

Subscribe to MEconomics RSS