Tesla Motors เปิดตัว Tesla S D Series ซุปเปอร์คาร์มอเตอร์คู่ พร้อมระบบ Autopilot

By: Blltz on Mon, 2014-10-13 18:43

Tesla Motors ผู้ผลิตรถยนต์พลังไฟฟ้าเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่เซอร์ไพรส์เล็กน้อย เนื่องจากไม่ได้เป็น Model E รุ่นราคาถูกลงที่ถูกยกเลิกการจดทะเบียนไป กลายเป็น Model D ซุปเปอร์คาร์รุ่นแรกของบริษัทที่อัพเกรดจาก Model S อีกที

Tesla S D Series (รหัส P85D) เป็นรถซีดานที่มาพร้อมกับมอเตอร์สองตัว ขับเคลื่อนได้ทุกล้อ ทำความเร็วจาก 0 ไป 60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.2 วินาที แน่นอนว่าเร็วที่สุดในซีรีส์รถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla แล้ว ความเร็วสูงสุดนั้นอยู่ที่ 155 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ส่วนภายนอกนั้นเหมือนกับ Model S ทุกประการ

ความแตกต่างจาก Model S ปกติคือ เจ้ารุ่นนี้มาพร้อมกับระบบช่วยขับอัตโนมัติ (Autopilot) ตามแบบฉบับของรถหรู โดยมาพร้อมกับฟังก์ชันเพื่อความปลอดภัยเช่น ปรับความเร็วตามป้ายเตือนความเร็ว หยุดรถฉุกเฉินเมื่อเสี่ยงรถชน เปลี่ยนเลนให้อัตโนมัติตามเส้นทางที่จะไป หรือแม้แต่จอดรถให้อัตโนมัติ โดยฟังก์ชันทั้งหลายปวงมาจากการเพิ่มของใหม่เข้าไปอย่างเรดาร์สำหรับใช้ในหมอก และหิมะ กล้องที่สามารถจดจำสัญลักษณ์จราจร รวมถึงไฟได้ ระบบโซนาร์ 360 องศา และระบบกลางสำหรับประมวลผลข้อมูลทั้งจากแผนที่นำทาง จีพีเอส รวมถึงข้อมูลสภาพจราจร ซึ่งมองภาพรวมแล้วยังไม่ถึงกับให้รถขับได้ด้วยตัวเอง ตามที่ Elon Musk ซีอีโอ Tesla Motors เคยบอกว่าระบบไร้คนขับยังไม่พร้อมที่จะทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง

ลอนดอนเตรียมเปลี่ยนขบวนรถไฟใต้ดินเป็นรุ่นใหม่ เริ่มปี 2020

By: mk on Mon, 2014-10-13 11:15

การขนส่งลอนดอน (Transportation of London) เปิดตัวดีไซน์ของขบวนรถไฟใต้ดินแบบใหม่ที่จะเริ่มนำมาใช้งานในปี 2020 และจะใช้ดีไซน์แบบนี้ไปอีก 30-40 ปี

ขบวนรถไฟโฉมใหม่ออกแบบโดยสตูดิโอ Priestmangoode จากลอนดอน โยนรูปโฉมของรถไฟแบบเดิมๆ ทิ้งไปหมด เลิกใช้ตู้โดยสารสั้นๆ ต่อกันหลายตู้แล้วกั้นประตู แต่เปลี่ยนมาเป็นตู้เดียวยาว เดินตลอดได้ทั้งขบวน มีระบบปรับอากาศและ Wi-Fi ในตัว ภายในใช้แสงสว่างด้วยหลอดไฟแบบ LED และเปลี่ยนป้ายโฆษณาแบบกระดาษเป็นหน้าจอ

รถไฟชุดแรกออกแบบโดยยังมีคนขับ แต่ในอนาคตช่วงกลางยุค 2020 จะมีรถไฟแบบไร้คนขับด้วย ซึ่งนโยบายรถไฟไร้คนขับนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Boris Johnson นายกเทศมนตรีลอนดอนคนปัจจุบัน

ขบวนรถไฟชุดนี้จะเริ่มใช้งานในรถไฟใต้ดิน 4 สายคือ Piccadilly, Central, Bakerloo, Waterloo & City โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงรถไฟใต้ดิน New Tube for London มีมูลค่าโครงการทั้งหมด 1.6 หมื่นล้านปอนด์

บริษัทผลิตจอแซฟไฟร์ส่งให้แอปเปิลยื่นล้มละลายหลังเซ็นสัญญาไม่ถึงปี

By: lew on Tue, 2014-10-07 00:16

GT Advanced Technologies ผู้ผลิตหน้าจอแซฟไฟร์, เซลล์แสงอาทิตย์, และเส้นใยโพลีซิลิกอน ที่เพิ่งเซ็นสัญญากระจกหน้าจอแซฟไฟร์กับแอปเปิลเมื่อไม่ถึงปีที่ผ่านมา ยื่นล้มละลายแล้วในัวันนี้

ทางบริษัทมีเงินสดอยู่ 85 ล้านดอลลาร์ ปริมาณเงินสดของบริษัทลดลงเรื่อยๆ สิ้นไตรมาสสามปีที่แล้ว บริษัทมีเงินสด 258.5 ล้านดอลลาร์ สิ้นปี 2012 บริษัทมีเงินสด 479.2 ล้านดอลลาร์

หลังจากนี้จะหาแหล่งทุนเพิ่มเติม เพื่อให้ดำเนินงานต่อไปได้ โดยซีอีโอบริษัทระบุว่าการยื่นขอความคุ้มครองตาม chapter 11 ไม่ได้หมายความบริษัทกำลังเลิกกิจการ แต่การยื่นขอความคุ้มครองจะให้โอกาสบริษัทกลับมาทำตามแผนธุรกิจต่อไปได้

สัญญาระหว่างแอปเปิลและ GT Advanced ลงนามกันปีที่แล้ว โดยแอปเปิลจะจ่ายเงินให้ 578 ล้านดอลลาร์แบ่งจ่าย 5 ปี เป็นค่าติดตั้งเครื่องมือและดำเนินการในโรงงานของแอปเปิล (แต่เครื่องจักรเป็นของ GT) เมื่อดูจากระยะเวลาแล้วก็เป็นไปได้ว่ากระจกหน้าจอ Apple Watch จะมาจากโรงงานนี้

ที่มา - GT Advanced

โบรกเกอร์ญี่ปุ่นส่งคำสั่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นผิดมูลค่าเกือบ 20,000 ล้านบาท

By: lew on Thu, 2014-10-02 13:12
Tags: 

โบรกเกอร์ญี่ปุ่นรายหนึ่งส่งคำสั่งซื้อขายนอกตลาดผิดถึง 42 คำสั่ง รวมมูลค่ากว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 20,000 ล้านบาท

รายงานการซื้อขายขนาดใหญ่ 42 รายการถูกรายงานเข้ามาในตลาดหุ้นช่วงเวลา 9:25 นาฬืกาเมื่อวานนี้ และถูกยกเลิกคำสั่งออกไปในเวลา 9:43 นาฬิกา รายงานการซื้อขายใหญ่ที่สุดเป็นการขายหุ้นโตโยต้า จำนวนถึง 1.96 พันล้านหุ้น มูลค่า 12.68 ล้านล้านเยน

ทางสมาคมตัวแทนค้าหลักทรัพย์ (Japan's Securities Dealers Association - JSDA) ยืนยันว่ารายงานทั้งหมดเกิดจากความผิดพลาดในการส่งคำสั่ง

เนื่องจากเป็นการรายงานการซื้อขายนอกตลาด แม้จะสร้างความวิตกบ้างแต่ก็ไม่เกี่ยวข้องกับดัชนีโดยตรง

ที่มา - BBC

ที่มาภาพ - Chris 73

สื่อจีนเตือนให้ระวัง "โดราเอมอน" อาจเป็นเครื่องมือทางการเมืองของรัฐบาลญี่ปุ่น

By: arjin on Thu, 2014-10-02 11:27

เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หน้าบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ Chengdu Daily News หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเมืองเฉิงตู ประเทศจีน ได้ให้ความเห็นว่าการ์ตูนโดราเอมอน อาจเป็นอาวุธทางการเมืองที่สำคัญของรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อแทรกซึมความคิดต่อประชาชนในจีน ให้เปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อประเทศญี่ปุ่น จากความขัดแย้งปัจจุบันไปจนถึงบาดแผลของสงครามในอดีต จนลืมว่าที่ผ่านมาญี่ปุ่นเคยกระทำอะไรบ้างต่อชาวจีน

ในวันเดียวกันหนังสือพิมพ์อีกสองฉบับก็ตีพิมพ์บทความวิพากษ์วิจารณ์โดราเอมอนในทำนองเดียวกันด้วย

สาเหตุที่เกิดบทความดังกล่าว เนื่องจากมีการจัดงานนิทรรศการ 100 Doraemon Secret Gadgets Expo ที่เมืองเฉิงตู ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากชาวจีนมาก ภายใต้ธีม "มิตรภาพและการเคารพซึ่งกันและกัน" จนทำให้สื่อในประเทศเกิดความกังวลนั่นเอง

ชาวเน็ตในจีนก็มีความคิดเห็นออกไปสองทิศทาง บ้างก็มองว่าผู้เขียนบทความพยายามหยิบโยงทุกเรื่องให้เป็นการเมืองมากเกินไป ขณะที่บางความเห็นก็เชื่อว่าญี่ปุ่นเจตนาใช้โดราเอมอนเป็นเครื่องมือจริง เพราะการ์ตูนเรื่องนี้ไม่มีอะไรมากกว่าสอนให้เด็กพึ่งพาทางลัดในการแก้ปัญหาอย่างโดราเอมอน

โดราเอมอนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตด้านอนิเมะจากกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น รวมถึงเป็นทูตในกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ที่จะจัดขึ้นที่โตเกียว

ที่มา: The New York Times

พม่าให้ใบอนุญาตธนาคารต่างประเทศเปิดดำเนินการเป็นครั้งแรก ของไทยมีธนาคารกรุงเทพ

By: arjin on Thu, 2014-10-02 08:58

ธนาคารกลางพม่าประกาศให้ใบอนุญาตธนาคารจากต่างประเทศเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศเป็นครั้งแรก เพื่อส่งเสริมการให้สินเชื่อการลงทุนในประเทศ โดยธนาคารที่ได้รับใบอนุญาตประกอบด้วย Bank of Tokyo-Mitsubishi UFJ (ญี่ปุ่น), SMBC (ญี่ปุ่น), Mizuho Bank (ญี่ปุ่น), ANZ (ออสเตรเลีย), OCBC (สิงคโปร์), UOB (สิงคโปร์), Maybank (มาเลเซีย), ICBC (จีน) และธนาคารกรุงเทพ (ไทย)

อย่างไรก็ตามธนาคารต่างประเทศเหล่านี้จะถูกจำกัดการดำเนินงานในพม่า โดยสามารถให้บริการสินเชื่อได้เฉพาะบริษัทต่างชาติในสกุลอื่นที่ไม่ใช้เงินจ๊าดของพม่า และให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราเท่านั้น รวมถึงจำกัดให้เปิดได้เพียง 1 สาขาในประเทศ

ด้านผู้ประกอบการธนาคารในพม่าให้ความเห็นว่าการให้ใบอนุญาตนี้จะสร้างปัญหาให้ธนาคารท้องถิ่น เนื่องจากธนาคารเหล่านี้มีขนาดเล็กเมื่อเทียบธนาคารต่างชาติและขาดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงอาจถูกซื้อตัวพนักงานที่มีความสามารถไปอีกด้วย

ที่มา: WSJ

ผลสอบเบื้องต้นอียู: ข้อตกลงภาษีระหว่างไอร์แลนด์-แอปเปิล อาจผิดกฎหมาย

By: chayaninw on Tue, 2014-09-30 23:38

คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission: EC) ได้เผยแพร่ผลการสอบสวนเบื้องต้น ว่าข้อตกลงด้านภาษีระหว่างประเทศไอร์แลนด์ กับบริษัทแอปเปิล อาจจะเข้าข่ายการอุดหนุนจากรัฐ (state aid) ที่ผิดกฎข้อบังคับของสหภาพยุโรป

ประเด็นที่ EC มองว่า ไอร์แลนด์อาจกระทำผิด เป็นเรื่องหลักเกณฑ์การกำหนดราคาสำหรับธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือ (transfer pricing) ซึ่งมีลักษณะที่อาจจะเกิดจากการตกลงร่วมกันบนพื้นฐานอื่นอย่างการจ้างงานในประเทศ

transfer pricing คือการกำหนดราคาสำหรับธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างสองบริษัทในเครือเดียวกัน ซึ่งมีผลอย่างมากต่อกำไรทางบัญชีของบริษัทที่เกี่ยวข้อง การกำหนดราคาระหว่างกันนี้สามารถใช้ในการโยกย้ายผลกำไรให้อยู่ในบริษัทที่ต้องการ (เช่น บริษัท A อาจลงบัญชีซื้อสินค้าจากบริษัท B ในราคาต้นทุนแพง ทำให้กำไรอยู่ในบัญชีของบริษัท B ที่อยู่ในเขตที่เสียภาษีอัตราต่ำกว่า เป็นต้น) บริษัทผู้เสียภาษีอาจมีการตกลงหลักเกณฑ์การกำหนดราคาระหว่างกันนี้ล่วงหน้าร่วมกับรัฐที่เก็บภาษี เรียกว่า advanced pricing arrangement (APA)

ในเอกสารฉบับเผยแพร่ต่อสาธารณชนที่เผยแพร่ออกมาในวันนี้ (30) EC ได้ระบุว่า จากหลักฐานในเบื้องต้น พบว่า การเอกสารการเจรจาตกลงหลักเกณฑ์ transfer pricing ระหว่างไอร์แลนด์กับบริษัทแอปเปิล มีการต่อรองกันเรื่องอัตรากำไรที่จะใช้ มีการกำหนดเป้าหมายรายได้เพื่อที่จะคิดย้อนกลับ (reverse engineer) ให้ได้อัตราที่ต้องการ และมีการพูดคุยกันถึงเรื่องการจ้างงานในประเทศ ที่ไม่ควรเกี่ยวข้องกับการพิจารณาด้านภาษีทำให้ EC เห็นว่า ข้อตกลงระหว่างไอร์แลนด์กับแอปเปิล อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจ ซึ่งขัดต่อกฎข้อบังคับของสหภาพยุโรป ที่ห้ามรัฐสมาชิกให้การอุดหนุนจากรัฐต่อสินค้าหรือธุรกิจในลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อการค้าเสรีภายในตลาดร่วมของสมาชิกสหภาพยุโรป

ขั้นตอนต่อไป EC ได้ข้อเอกสารเพิ่มเติมจากไอร์แลนด์ เพื่อทำการพิจารณาและตัดสิน ซึ่งหากมีคำตัดสินว่าขัดต่อข้อบังคับจริง แอปเปิลอาจถูกบังคับให้จ่ายภาษีคืนเพิ่มเติมได้

ทั้งรัฐบาลไอร์แลนด์และบริษัทแอปเปิล ได้ปฏิเสธว่าไม่มีการกระทำผิดกฎหมายข้อบังคับเกิดขึ้น

นอกจากคดีระหว่างแอปเปิลกับไอร์แลนด์แล้ว วันนี้ EC ยังได้เผยแพร่เอกสารลักษณะเดียวกัน ระหว่างบริษัท Fiat Finance and Trade กับประเทศลักเซมเบิร์กด้วย

ที่มา - Financial Times (ต้องสมัครสมาชิกฟรีเพื่ออ่าน), European Commission

ร้านกาแฟที่ลึกลับที่สุดในโลก Starbucks ในสำนักงานใหญ่ CIA

By: lew on Tue, 2014-09-30 07:22

งานบาริสต้าร้านกาแฟนอกนอกจากต้องอยู่หน้าเครื่องทำกาแฟทั้งวันแล้ว ยังอาจจะต้องสร้างสัมพันธ์พูดคุยกับลูกค้าอยู่เป็นระยะ แต่ร้าน Starbucks สาขาแลงลีย์ที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ซีไอเอคงไม่เหมือนสาขาอื่นในโลก หนังสือพิมพ์ Washington Post ทำรายงานถึงร้านกาแฟสาขานี้

สำนักงานใหญ่ซีไอเอเต็มไปด้วยนักวิเคราะห์, สายลับ, และนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมาก คนกลุ่มนี้ก็เหมือนคนทำงานออฟฟิศทั่วไปที่ติดกาแฟกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ความกดดันในสำนักงานจะสูงกว่าคนทั่วไป เพราะคนกลุ่มนี้หลายคนต้องทำงานในห้องที่ไม่มีหน้าต่าง ไม่สามารถเล่นโทรศัพท์มือถือในช่วงเวลาว่างงานได้ ตัวโทรศัพท์ส่วนตัวเองจะพกเข้ามายังสำนักงานยังไม่ได้ด้วยซ้ำไป

ร้าน Starbucks ในสำนักงานซีไอเอจึงกลายเป็นจุดผ่อนคลายให้กับเจ้าหน้าที่ในอาคาร แต่บาริสต้าประจำสาขานี้ทั้งเก้าคนจะถูกย้ำว่ามีความเสี่ยงด้านความมั่นคงเสมอๆ บาริสต้าทุกคนจะต้องแจ้งหัวหน้าหากมีใครสนใจเป็นพิเศษว่าพวกเขาทำงานที่ไหน กระบวนการรับสมัครบาริสต้าจะบอกเพียงว่ารับสมัครเจ้าหน้าที่ในบริษัทจัดเตรียมอาหารสำหรับหน่วยงานรัฐบาลกลาง และตัวบาริสต้าเองก็บอกคนรอบข้างได้เพียงว่าทำงานในอาคารสำนักงานรัฐบาลกลางเท่านั้น

สินค้าขายดีช่วงกลางวันของสาขานี้ คือ ลาเต้วนิลา และเค้กเลมอน ในช่วงกลางวัน ส่วนกลางคืนที่เจ้าหน้าที่ต้องดูแลปฎิบัติการข้ามโลกสินค้าขายดีจะกลายเป็นดับเบิ้ลเอสเปรสโซ่ และเฟรปปูชิโน่

ที่มา - Washington Post

SoftBank จากญี่ปุ่น สนใจซื้อกิจการ DreamWorks Animation

By: arjin on Sun, 2014-09-28 15:02

มีรายงานข่าวว่าบริษัท SoftBank ซึ่งทำธุรกิจโทรคมนาคมในญี่ปุ่น สนใจซื้อกิจการ DreamWorks Animation SKG ทั้งหมด ด้วยมูลค่าราว 3,400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งต้องใช้วิธีการซื้อหุ้นคืนทั้งหมด เนื่องจาก DreamWorks Animation เป็นบริษัทในตลาดหุ้น Nasdaq

DreamWorks Animation เป็นบริษัทลูกที่แยกออกมาจากสตูดิโอภาพยนตร์ DreamWorks SKG โดยมี Jeffrey Katzenber เป็นซีอีโอ ช่วงที่ผ่านมา DreamWorks Animation ประสบปัญหาภาพยนตร์เรื่องใหม่ๆ ขาดทุนหนัก อาทิ Rise of the Guardians และ Turbo ส่วนเรื่องล่าสุด How to Train Your Dragon 2 นั้นน่าจะมีกำไร นอกจากนี้บริษัทยังมีแฟรนไชส์ภาพยนตร์ดังในอย่าง Shrek และ Madagascar

SoftBank เป็นบริษัทจากญี่ปุ่นที่มีแผนจะลงทุนในบริษัทใหญ่ทั่วโลก ปัจจุบันบริษัทถือหุ้นใน Alibaba 32% และเคยพยายามซื้อกิจการ T-Mobile ในอเมริกา แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากติดเงื่อนไขผูกขาดเพราะบริษัทถือหุ้นใหญ่ใน Sprint อยู่แล้ว

หากดีลนี้สำเร็จ SoftBank จะเป็นบริษัทญี่ปุ่นรายที่สองที่ซื้อกิจการสตูดิโอภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด (โซนี่ซื้อ Columbia Pictures ในปี 1989)

ที่มา: Reuters

ก.ล.ต. สั่ง JAS แก้ไขงบการเงิน ให้บันทึกหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการยกเลิกคำสั่งฟื้นฟูกิจการ

By: arjin on Thu, 2014-09-25 17:40
Tags: 

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ได้แจ้งให้บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS แก้ไขงบการเงินในงวดปี 2556 และงวดไตรมาสที่ 2/2557 และนำส่งงบฉบับแก้ไขที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี ภายในวันที่ 27 ตุลาคมนี้

ประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นกับ JAS คือการที่ศาลฎีกามีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลล้มละลายกลาง ในช่วงไตรมาสที่ 3/2556 ทำให้มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ส่งผลให้เจ้าหนี้ของ JAS กลับมามีสิทธิเรียกร้องหนี้สินเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ JAS ยังไม่มีการบันทึกหนี้สินจากเหตุการณ์ดังกล่าวเข้ามาในงบการเงิน เนื่องจากเห็นว่าไม่มีข้อมูลที่เพียงพอในการประมาณหนี้สินที่ต้องบันทึก

ก.ล.ต. มองว่าการไม่บันทึกหนี้สินนี้ไม่ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชี จึงแจ้งให้ JAS แก้ไขงบการเงิน โดยใช้การประมาณการที่ดีที่สุดของรายจ่ายที่คาดว่าต้องชำระผูกพันบันทึกเข้ามาในงบการเงิน

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์ฯ ภาพจาก MThai

American Icon บทเรียนการกู้ชีพบริษัทรถยนต์ระดับโลก

By: lew on Wed, 2014-09-24 08:25
Tags: 

หนังสือธุรกิจส่วนมากเป็นเรื่องของการเริ่มต้น ที่บรรยายถึงความท้าทายในการเริ่มต้นธุรกิจ ประสบการณ์ที่ผู้บริหารต้องเรียนรู้ไประหว่างทางที่ธุรกิจโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ American Icon เป็นเรื่องราวของการเข้าไปแก้ปัญหาในองค์กรขนาดใหญ่ มีความซับซ้อนสูง การเมืองภายในหยั่งรากไปทั่ว แต่ด้วยความที่บริษัทกำลังประสบปัญหา ทายาทตระกูลฟอร์ด คือ William Clay Ford Jr. เหลนของฟอร์ดผู้ก่อตั้งบริษัทที่ขณะนั้นเป็นซีอีโอก็เรียก Alan Mulally ผู้บริหารจากบริษัทโบอิ้งให้มารับตำแหน่งซีอีโอแทนเขาเพื่อรับภารกิจดึงบริษัทให้กลับมามีกำไร

เนื้อหาในหนังสือแสดงความซับซ้อนของการบริหารบริษัทขนาดใหญ่อย่างฟอร์ดที่มีกลุ่มผลประโยชน์และวาระที่ผู้บริหารแต่ละคนอยากผลักดัน การต่อสู้ให้ฟอร์ดกลับมามีกำไรเริ่มจากการปรับโครงสร้างขนานใหญ่ Mulally นำทรัพย์สินแทบทั้งหมดของบริษัทไปจำนองเพื่อกู้เงินสดถึง 23.6 พันล้านดอลลาร์ พร้อมๆ กับหยุดทางไหลออกของเงินสดของบริษัทให้มากที่สุด รวมถึงการหยุดจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น ซึ่งทำให้เขาต้องพึ่ง William Clay Ford Jr. ที่ยังคงตำแหน่งประธานบริษัทเพื่อช่วยจัดการปัญหาในครอบครัวที่ถือหุ้นที่มีสิทธิโหวตเหนือหุ้นทั่วไป

Tesco อังกฤษ รายงานความผิดพลาดในการลงบัญชี เสียหายกว่าหมื่นล้านบาท

By: arjin on Tue, 2014-09-23 16:56

บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ Tesco รายงานว่าบริษัทพบความผิดพลาดในการลงบัญชีของครึ่งปีแรก ซึ่งลงบันทึกกำไรสูงกว่าปกติถึง 250 ล้านปอนด์ คิดเป็นเงินไทยราว 13,000 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทได้สั่งพักงานผู้บริหารระดับสูงที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหลายคนแล้ว

Dave Lewis ซีอีโอ Tesco คนใหม่ที่เพิ่งมารับตำแหน่งได้ไม่ถึงหนึ่งเดือนระบุว่า Tesco ได้ให้บริษัทตรวจสอบบัญชีอิสระ Deloitte รวมทั้งบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายหลายแห่งเข้ามาตรวจสอบปัญหานี้แล้ว ในเบื้องต้นพบว่ามีปัญหาการลงบัญชี โดยเร่งบันทึกรายได้เข้ามาเร็วเกินไป ขณะที่มีการเลื่อนบันทึกค่าใช้จ่าย จึงส่งผลให้กำไรบริษัทสูงผิดปกติ โดยหากมีการปรับแก้ไขงบการเงิน ก็ย่อมส่งผลต่อผลประกอบการรวมทั้งปีนั่นเอง

สถานการณ์นี้สำหรับ Tesco นี้ค่อนข้างยากลำบากกว่าปกติ เพราะบริษัทเพิ่งไม่มีประธานเจ้าหน้าที่บริหารทางการเงินหรือซีเอฟโอ ที่ลาออกไปไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ (ยื่นใบลาออกตั้งแต่เมษายน) โดยซีอีโอได้เจรจากับ Marks and Spencer เพื่อขอให้ซีเอฟโอ Alan Stewart ซึ่งกำหนดจะเริ่มงานที่ Tesco เดือนธันวาคม มาเริ่มงานโดยทันทีซึ่งทาง Marks and Spencer ก็ยินดี

ช่วงปีที่ผ่านมาผลประกอบการ Tesco เสียส่วนแบ่งยอดขายที่ลดลงในอังกฤษจากคู่แข่งที่จำหน่ายสินค้าราคาถูกกว่าโดยเน้นลดต้นทุนการดำเนินงานอย่าง Aldi และ Lidl

ราคาหุ้น Tesco ปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 11 ปี หลังมีรายงานข่าวดังกล่าว

ที่มา: BBC และ Huffington Post

อินทัชร่วมมือกับกันตนา ลงทุนผลิตรายการลงทีวีดิจิตอล

By: arjin on Tue, 2014-09-23 08:47

บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าบริษัทลูก อินทัช มีเดีย ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในกิจการร่วมค้า กันตนาและอินทัช ซึ่งเป็นการร่วมทุนโดยถือหุ้นบริษัทละ 50% มูลค่าการลงทุนรวม 40 ล้านบาท เพื่อขยายการลงทุนในการผลิตรายการโทรทัศน์

ก่อนหน้านี้บริษัท อินทัช มีเดีย ได้เคยเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอล โดยร่วมประมูลในกลุ่มช่องวาไรตี้ SD เพื่อขยายธุรกิจใหม่ตามยุทธศาสตร์บริษัทแม่ แต่บริษัทไม่ได้ใบอนุญาต ซึ่งมีการเปิดเผยในภายหลังว่ามูลค่าในการประมูลสูงกว่าที่บริษัทประเมินไว้มาก

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ร้านอาหารให้ส่วนลด 25% สำหรับคำวิจารณ์แย่ๆ บน Yelp

By: lew on Mon, 2014-09-22 12:29

ร้านพิซซ่า Botto Bistro จัดโปรโมชั่นลดราคา 25% ให้กับลูกค้าที่ให้คะแนน 1 ดาวบน Yelp เพื่อให้กลายเป็นร้านอาหารที่คะแนนต่ำที่สุด เพื่อแก้แค้นที่ Yelp มารบกวนเพื่อขายโฆษณา หลังจากร้าน Botto Bistro ถูกรีวิวไม่ดีนัก

Davide Cerretini หนึ่งในเจ้าของร้านระบุว่า Yelp โทรมาหาเขาถึงสัปดาห์ละ 30 ครั้ง จนสุดท้ายเขาตัดสินใจลงโฆษณานาน 6 เดือนโดยหวังว่า Yelp จะเลิกโทรมา แต่หลังจากหมดแคมเปญ ทาง Yelp ก็โทรมาอีกครั้ง Cerretini เริ่มไม่พอใจและด่าว่าตัวแทนของ Yelp สารพัด และสุดท้ายก็สร้างแคมเปญลดราคาให้กับลูกค้าที่รีวิว 1 ดาวบน Yelp

Cerretini ระบุว่าหลังจากเริ่มแคมเปญนี้ทาง Yelp ไม่เคยโทรมาอีกเลย แต่ส่งอีเมลมาระบุว่าทางร้านกำลังทำผิด Term of Service เพราะให้ค่าตอบแทนเพื่อบิดเบือนการให้คะแนนของลูกค้า (แม้ว่าจะเป็นการบิดเบือนทางลบก็ตาม) โดยเตือนว่าหากยังไม่หยุดแคมเปญนี้ทาง Yelp จะถอดร้านออกจากรายการ

ทาง Yelp ระบุว่าตัวแทนโทรไปหาร้าน Botto Bistro บ่อยกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์เล็กน้อย และตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ทาง Yelp โทรไปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ตอนนี้ Botto Bistro มีคะแนนเฉลี่ยบน Yelp อยู่ที่ 1 ดาวสมใจอยาก โดยเป็นรีวิว 1 ดาวจากผู้ใช้ 884 คนจากคนรีวิวทั้งหมด 961 คน

12 ข้อมูลน่าสนใจของการใช้จ่ายภาคครัวเรือนในสิงคโปร์

By: arjin on Mon, 2014-09-22 12:10

สำนักงานสถิติของประเทศสิงคโปร์ เปิดเผยผลสำรวจการใช้จ่ายภาคครัวเรือน (Household Expenditure) ในช่วงปี 2012-2013 ซึ่งพบความเปลี่ยนแปลงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาของประเทศเพื่อนบ้านเราแห่งนี้ครับ

  1. รายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่อครอบครัว 10,503 ดอลลาร์สิงคโปร์ (267,000 บาท) เพิ่มขึ้นจาก 5 ปีซึ่งอยู่ที่ 8,105 ดอลลาร์สิงคโปร์
  2. เฉลี่ยรายได้ต่อเดือนคนสิงคโปร์เพิ่มขึ้นปีละ 5.3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในประเทศเพิ่มขึ้นปีละ 3.1%
  3. ค่าใช้จ่ายต่อเดือนล่าสุดอยู่ที่ 4,724 ดอลลาร์สิงคโปร์ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 4.4% ซึ่งน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้
  4. คนกลุ่มรายได้เฉลี่ยต่ำสุด 5% ของประชากร มีการเติบโตรายได้เพิ่มขึ้นช่วงที่ผ่านมา 6.6% ขณะที่ 5% บนนั้นเพิ่มขึ้น 4.7%
  5. ประชากรมีรายได้หลายทางมากกว่าแค่รายได้จากการทำงาน โดยกลุ่มรายได้น้อยจะได้เงินสนับสนุนจากรัฐ ขณะที่กลุ่มรายได้สูงมีรายได้เพิ่มจากการลงทุนและอสังหาริมทรัพย์

Pages

Subscribe to MEconomics RSS