Stock Exchange

Coca-Cola Hellenic บริษัทใหญ่สุดในกรีซ เตรียมย้ายออกนอกประเทศ

By: chayaninw on Wed, 2012-10-17 02:26

Coca-Cola Hellenic (CCH) บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในกรีซ กำลังจะถอนตัวออกจากตลาดหุ้นเอเธนส์ โดยจะย้ายบริษัทไปที่สวิตเซอร์แลนด์ และเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ในลอนดอนแทน

CCH เป็นผู้ผลิตเครื่องดื่ม Coca-Cola ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รับผิดชอบการผลิตและจัดจำหน่ายใน 28 ประเทศ โดยปัจจุบันมีมูลค่าบริษัทประมาณ 5.7 พันล้านยูโร ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของกรีซหลังจากที่กลุ่มธนาคารมีมูลค่าลดลงในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ

Dimitris Lois ผู้บริหารของบริษัท ได้ระบุว่า การย้ายออกจากกรีซนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในทางธุรกิจ เพราะกิจการมากกว่า 95% ของบริษัทนั้นอยู่นอกประเทศ และผู้ลงทุนส่วนใหญ่ก็อยู่นอกประเทศเช่นกัน CCH ยืนยันว่าการย้ายบริษัทออกจากกรีซนี้จะไม่กระทบกับการดำเนินงานส่วนที่อยู่ในกรีซ

ถึงแม้ว่าการย้ายไปสวิตเซอร์แลนด์นั้นจะมองได้ว่าเป็นการย้ายเพื่อผลประโยชน์ทางภาษี เนื่องจากกรีซมีอัตราภาษีขั้นสูง 45% แต่โฆษกของ CCH กล่าวว่า การย้ายนี้ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ทางภาษี โดยแต่ละประเทศก็ยังคงมีบริษัทที่ดำเนินการซึ่งต้องจ่ายภาษีเงินได้ในประเทศนั้นๆ ซึ่งในกรณีของกรีซก็ยังคงมีการดำเนินธุรกิจอยู่ และอัตราการจ่ายภาษีโดยรวมก็น่าจะยังคงอยู่ที่ 25-27%

CCH ซึ่งมีกิจการอยู่ในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้รับผลกระทบเทียบเท่ากับบริษัทอื่นๆ ในตลาดหลักทรัพย์ของกรีซ แต่การตั้งอยู่ในกรีซก็ส่งผลให้บริษัทถูกลดอันดับเครดิตจาก Moody's และ S&P เนื่องด้วยความเสี่ยงในประเทศ ซึ่ง Lois ก็บอกว่าเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องสภาพคล่องของหุ้นหากยังคงอยู่ในตลาดหุ้นเอเธนส์ด้วย

Bloomberg ได้เปรียบเทียบมูลค่าตลาดหุ้นเอเธนส์ ซึ่งจะลดลงจาก 39.2 พันล้านดอลลาร์ เหลือประมาณ 31 พันล้านดอลลาร์ ว่าจะมีขนาดเล็กกว่าตลาดหุ้นของเวียดนาม

ที่มา - Bloomberg, Reuters, The Guardian

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเตรียมจดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นนิวยอร์ค

By: arjin on Wed, 2012-07-04 11:58

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแห่งประเทศอังกฤษได้ตัดสินใจได้ยื่นไฟลิ่งหรือเอกสารขอจดทะเบียนเพื่อซื้อขายหุ้นของสโมสรในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์คแล้ว โดยเปลี่ยนไปจากข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะจดทะเบียนในตลาดหุ้นในทวีปเอเชียโดยพิจารณาฮ่องกงและสิงคโปร์ไว้ โดยมูลค่าเพิ่มทุนนั้นอยู่ราว 100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งน้อยกว่าแผนเดิมที่จะจดทะเบียนในสิงคโปร์คือ 1,000 ล้านดอลลาร์

นักวิเคราะห์มองว่าเหตุที่มูลค่าที่จะเพิ่มทุนน้อย อาจเพราะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดตั้งใจให้หุ้นไอพีโอมีจำนวนไม่มาก ทำให้เกิดสภาพคล่องต่ำและผู้ต้องการถือหุ้นต้องไล่ราคาให้สูงขึ้นกว่าปกติ ส่งผลให้มูลค่ากิจการสโมสรรวมเพิ่มขึ้นได้รวดเร็ว การเพิ่มทุนนี้นักวิเคราะห์มองว่าสโมสรจะนำไปใช้จ่ายด้านภาระหนี้สินที่ปัจจุบันมีสูงถึง 664 ล้านดอลลาร์

ปัจจุบันสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีผู้ถือหุ้นหลักคือตระกูล Glazer ซึ่งเป็นชาวอเมริกา ประเมินว่าหลักการจดทะเบียนในตลาดหุ้น ตระกูล Glazer จะยังถือหุ้นอยู่ราว 2 ใน 3 ทำให้รักษาอำนาจในการบริหารตัดสินใจไว้ได้

ที่มา: Reuters

ปรากฎการณ์ Facebook กระทบหุ้น Twitter ปรับตัวลงด้วย แม้ยังไม่เข้าตลาด

By: Blltz on Wed, 2012-06-06 21:29

ดูท่าราคาหุ้นที่ตกลงเรื่อยๆ หลังจาก IPO ของ Facebook จะไม่ได้ส่งผลกระทบแค่หุ้นไอทีตัวอื่นในตลาดเสียแล้ว เพราะแม้กระทั่ง Twitter ที่ยังไม่ได้เข้าตลาดหุ้นก็ยังได้รับผลกระทบไปด้วย

New York Post รายงานว่าราคาหุ้นของ Twitter ที่ปัจจุบันซื้อขายอยู่นอกตลาดหุ้นได้ปรับตัวลดลง 15% จาเดิม 21 ดอลลาร์สหรัฐฯ ลงไปอยู่ที่ 18 ดอลลาร์สหรัฐฯ แสดงได้ถึงความตื่นตะหนกของนักลงทุนในหุ้นกลุ่มไอทีว่าได้รับผลกระทบ Facebook มากเหลือเกิน

จากการปรับตัวลงของราคาหุ้นดังกล่าวทำให้มูลค่าบริษัทของ Twitter ตกลงมาเล็กน้อยจากราว 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เหลือประมาณ 8,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่มา - New York Post

เผย Facebook ลดประเมินรายได้ก่อน IPO, หุ้นยังคงตกต่อ

By: chayaninw on Wed, 2012-05-23 14:49

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่าย (underwriter) หุ้น Facebook รายหลัก ได้ปรับลดประมาณการรายได้ของ Facebook ไม่นานก่อนที่หุ้นของ Facebook จะเปิดกระจายต่อสาธารณะ

Scott Devitt นักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley ได้ปรับลดตัวเลข หลังจาก Facebook ได้ยื่นหนังสือชี้ชวนฉบับแก้ไขต่อคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐในวันที่ 9 พฤษภาคม โดย Facebook ได้เตือนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลของตลาดที่ผู้ใช้หันไปใช้อุปกรณ์พกพากันมากขึ้น นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ของผู้จัดจำหน่ายรายอื่นก็ได้ปรับลดตัวเลขเช่นกัน

ต่อมารอยเตอร์ได้รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ตัว Facebook ได้แจ้งต่อนักวิเคราะห์ของผู้จัดจำหน่ายหุ้นเอง ให้ปรับลดประมาณการรายได้และผลกำไรของปี 2012 นี้ ในช่วงเดียวกับที่ Facebook ได้ยื่นแก้ไขหนังสือชี้ชวนต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ แต่ไม่มีการยืนยันว่า Facebook ได้แจ้งนักวิเคราะห์รายใดของผู้จัดจำหน่ายรายใดจากทั้งหมด 33 รายที่ Facebook ใช้

Morgan Stanley ได้ยืนยันว่า บริษัทปฏิบัติตามข้อกำหนดทุกอย่างเกี่ยวกับ IPO ของ Facebook แบบเดียวกับที่ทำกับบริษัทอื่นๆ แต่ล่าสุด องค์กรกำกับดูแลภาคการเงิน เตรียมเข้ามาสอบสวน Morgan Stanley หลังจากมีข้อสงสัยว่าบริษัทดังกล่าว ได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการปรับลดประมาณการรายได้ต่อนักลงทุนบางรายเท่านั้น

หุ้นของ Facebook ได้ตกลงมาอีก 3.03 ดอลลาร์ในวันอังคาร ทำให้สามวันหลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ หุ้นของ Facebook ได้ตกลงมาแล้ว 7 ดอลลาร์จากราคาที่ตั้งตอน IPO 38 ดอลลาร์

ที่มา - Reuters (1), Reuters (2), The Press Association

เปิดซื้อขายวันที่สอง หุ้น Facebook ราคาตกมากกว่า 10%

By: chayaninw on Tue, 2012-05-22 02:53

หลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์เปิดทำการในเช้าวันจันทร์ หุ้นของ Facebook ที่เพิ่งทำ IPO ไปเมื่อวันศุกร์ ก็ราคาตกลงมากกว่า 10% ทำให้ตอนนี้ราคาหุ้นของ Facebook ตกไปอยู่ต่ำกว่าราคาเปิดตัวแล้ว

Facebook กระจายหุ้นต่อสาธารณะโดยตั้งราคาไว้ที่หุ้นละ 38 ดอลลาร์ ซึ่งในช่วงชั่วโมงแรกๆ ที่มีการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ ราคาก็ได้ขยับขึ้นไปสูงสุด 42.05 ดอลลาร์ ก่อนที่ช่วงบ่ายจะตกลงมาปิดที่ 38.23 ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาตอนเปิดตัว ทว่าเมื่อเปิดตลาดมาเช้าวันจันทร์ที่นิวยอร์ก ราคาหุ้นก็ได้ลดลงมาในช่วงเช้าอยู่ที่ราวๆ 33 ดอลลาร์ ก่อนที่จะขยับขึ้นมาในตอนบ่าย ปิดที่ 34.03 ดอลลาร์

มีนักวิเคราะห์มองว่า หุ้น Facebook นั้นน่าจะตกลงมาต่ำกว่านี้ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ แต่ Morgan Stanley ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายหุ้น (underwriter) รายหลักได้เข้าซื้อหุ้นเพื่อประคองไม่ให้ราคาลงไปต่ำกว่า 38 ดอลลาร์ และก็เริ่มมีคำถามว่า ราคาที่ตั้ง 38 ดอลลาร์นั้น สูงไปหรือไม่ และบริษัทจะสามารถทำรายได้มูลค่าที่ประเมินไว้สูงได้จริงหรือ

ที่มา - BBC News, Financial Times, Bloomberg

Facebook ตั้งราคาหุ้น IPO ไว้ที่ 28-35 เหรียญ เตรียมระดมทุนเป็นเงินกว่า 13,000 ล้านเหรียญ

By: Blltz on Sat, 2012-05-05 10:53

ใกล้ถึงเวลาที่ Facebook จะระดมทุนครั้งแรกในตลาดหุ้น (IPO) เข้าไปทุกขณะแล้ว หลังจากที่มีข่าวลือว่าจะเข้าตลาดในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ล่าสุด Facebook เพิ่มข้อมูลลงใน S-1 ว่าจะตั้งราคาหุ้นไว้ระหว่าง 28-35 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคาดการณ์จะเริ่มซื้อขายในตลาด NASDAQ และใช้ตัวอักษรย่อว่า "FB" ตามข่าวก่อนหน้า

จากราคาเปิดเท่านี้ คาดการณ์ได้ว่า Facebook ต้องการเงินจากการระดมทุนที่ราว 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีมูลค่าตามตลาดหุ้นที่ 77,000-96,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ทั้งนี้ทั้งนั้น Mark Zuckerberg ยืนยันว่าจะถือหุ้นไว้ที่ประมาณ 57.3% เพื่อครองอำนาจการตัดสินใจเอาไว้

ที่มา - The Wall Street Journal

พม่าเตรียมเปิดตลาดหุ้นใหม่ รับความช่วยเหลือจากญี่ปุ่น

By: chayaninw on Thu, 2012-04-12 13:23

พม่ากำลังจะเปิดตลาดหลักทรัพย์แห่งใหม่ของประเทศ ด้วยความช่วยเหลือจากตลาดหลักทรัพย์โตเกียวและบริษัทหลักทรัพย์ Daiwa Securities Group จากญี่ปุ่น

ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวกับ Daiwa ได้ทำบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับธนาคารกลางของพม่า โดยโฆษกของ Daiwa เปิดเผยว่า ตามแผนการแล้ว ตลาดหลักทรัพย์แห่งใหม่จะเปิดทำการภายในปี 2015 โดยในแถลงการณ์ระบุว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกของประเทศ

ก่อนหน้านี้ พม่าเคยมีตลาดลักษณะ over the counter ขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งขึ้นด้วยความช่วยเหลือจาก Daiwa ในปี 1996 โดยมีหุ้นซื้อขายกันเพียงสองบริษัทเท่านั้น

ที่มา - BBC News, The Irrawaddy

Facebook จะเลือกซื้อขายในตลาดหุ้น Nasdaq

By: arjin on Fri, 2012-04-06 21:07

ทราบกันดีอยู่แล้วว่า Facebook ได้ยื่นเอกสารเพื่อเตรียมเข้าซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แต่ที่ผ่านมา Facebook ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกว่าจะเอาหุ้นของบริษัทเข้าซื้อขายที่ตลาดหุ้นนิวยอร์ค (NYSE) หรือ Nasdaq ซึ่งรายงานล่าสุดจาก The New York Times และ CNBC ยืนยันตรงกันว่า Facebook เลือกตลาดหุ้น Nasdaq แล้ว

ประเด็นที่ว่าซื้อขายในตลาดใดอาจไม่มีนัยยะต่อ Facebook นัก แต่ข่าวนี้ส่งผลดีต่อตัวตลาด Nasdaq อย่างมาก เพราะ Facebook จะมีหุ้นเพิ่มทุนเพื่อมาซื้อขายในตลาดช่วงแรกมีมูลค่าประเมินสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะช่วยเสริมวอลุ่มให้กับตลาดได้อย่างดี

อีกเหตุผลที่ Facebook เลือก Nasdaq ก็คือในตลาด Nasdaq มีบริษัทด้านเทคโนโลยีเข้ามาจดทะเบียนซื้อขายหุ้นอยู่แล้วหลายรายทั้ง แอปเปิล กูเกิล และไมโครซอฟท์ หากแต่ปีที่แล้วตลาดหุ้นนิวยอร์คสามารถชิงเอา LinkedIn เข้ามาซื้อขายในตลาดของตนได้สำเร็จ ก็เลยเกิดกระแสว่า Facebook อาจตามไปอยู่ตลาดหุ้นนิวยอร์คด้วยนั่นเอง

ที่มา: USA Today

ตลาดหลักทรัพย์กัมพูชาเปิด 18 เมษายนนี้

By: lew on Fri, 2012-03-23 20:30

หลังการล่มสลายของระบบการเงินเมื่อพรรคกัมพูชาประชาธิปไตย (Khmer Rouge) เข้าปกครองประเทศในปี 1975 แต่หลังการล่มสลายของเขมรแดง กัมพูชาก็กลับมารับทุนต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งตอนนี้กัมพูชาก็กำลังจะมีตลาดหลักทรัพย์เป็นของตัวเอง แสดงถึงการกลับมาสู่ระบบทุนนิยมอย่างเต็มตัว

ตลาดหลักทรัพย์กัมพูชากำลังจะเปิดซื้อขายในวันที่ 18 เมษายนที่จะถึงนี้ โดยจะเป็นการเปิดกระจายหุ้นของบริษัทการประปาพนมเปญ โดยจะกระจายหุ้นมูลค่า 630 ล้านบาท โดยช่วงจองหุ้นแหล่งข่าวบอกกับบลูมเบิร์กว่ามียอดจองหุ้นถึงสิบเท่าตัวของหุ้นที่เปิดขาย

การเปิดตัวตลาดนี้เป็นความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ และนโยบายของรัฐบาลกัมพูชานั้นมีแนวทางที่จะแปลงรัฐวิสาหกิจไปเป็นบริษัทเอกชน

ตอนนี้มีบริษัทได้รับใบอนุญาตเป็นผู้รับประกันการกระจายหุ้น (underwriter) แล้วจำนวนเจ็ดบริษัท และคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์กัมพูชาระบุว่าควรจะมีเพิ่มอีกหนึ่งบริษัท

ที่มา - Bloomberg

นักวิเคราะห์คาดหุ้นแอปเปิลทะลุ 700 ดอลลาร์

By: lew on Thu, 2012-03-15 13:39

หลังยอดขายไอแพดใหม่ถล่มตลาดได้อย่างสวยงามอีกรอบ นักวิเคราะห์จากสี่สถาบันก็ปรับราคาเป้าหมายของแอปเปิลอยู่สูงกว่า 700 ดอลลาร์กันแล้ว เช่น Bloomberg ตั้งเป้าไว้ที่ 710 ดอลลาร์ Morgan Stanley นั้นตั้งเป้าหมายไว้ที่ 720 ดอลลาร์

ราคาปัจจุบันของหุ้นแอปเปิลอยู่ในช่วง 580-590 ดอลลาร์ หากไปถึงราคาเป้าหมายจริงแสดงว่าหุ้นกำลังจะขึ้นไปอีกถึงเกือบ 20%

บางทีสิ่งที่ควรตัดสินใจซื้อในงานเปิดตัวสินค้าของแอปเปิลก็คือหุ้นแอปเปิลเอง

ที่มา - Washington Post

ประกันสังคมมาเลเซียเตรียมโยกเงินลงทุน 30% ออกนอกประเทศ

By: lew on Wed, 2012-03-14 23:25

กองทุนประกันสังคมมาเลเซีย (Employees Provident Fund - EPF) เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ใหญ่เป็นอันดับสองของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิครองจากเกาหลีใต้ (ไม่รวมญี่ปุ่น) กำลังเตรียมยกเพดานการลงทุนในต่าประเทศจาก 23% เป็น 30% ในปี 2017 เพื่อเพิ่มผลตอบแทน

กองทุนมีขนาดสินทรัพย์รวม 470,000 ล้านริงกิต หรือประมาณ 4.8 ล้านล้านบาท มีผลตอบแทนปีที่แล้ว 27,200 ล้านริงกิต คิดเป็นประมาณ 5% ขณะที่กองทุนเกาหลีใต้นั้นทำได้เพียง 2.3% เท่านั้น

การเพิ่มการลงทุนในต่างประเทศจะเป็นการเพิ่มสัดการซื้อพันธบัตรในต่างประเทศไปด้วย โดยตอนนี้การลงทุนในต่างประเทศของ EPF เป็นการลงทุนหุ้นถึง 80% ขณะที่การลงทุนท้องถิ่นเป็นหุ้นเพียง 35% แม้เพดานการลงทุนหุ้นจะอยู่ที่ 42% ก็ตาม

ส่วนตลาดหุ้นนั้น EPF เล็งที่จะเข้าลงทุนระยะยาวในตลาดอินโดนีเซียเป็นหลัก นอกจากนั้นยังมีตลาดสหราชอาณาจักร, สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, และฮ่องกงอีกด้วย

ที่มา - Bloomberg

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอาจจะเปิดไอพีโอหุ้นในตลาดสิงคโปร์ในปีนี้

By: lew on Sun, 2012-03-11 10:26

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเคยเตรียมการเปิดขายหุ้นไอพีโอในตลาดสิงคโปร์มาก่อนหน้านี้แต่หยุดแผนการไปหลังจากตลาดหุ้นสิงคโปร์ตกลงไปถึง 17% ในปีที่แล้ว เมื่อสถานะการณ์ในปีนี้ดีขึ้นก็ได้เวลากลับมาพิจารณาแผนการอีกครั้ง

แผนการเดิมของทีมฟุตบอลที่ได้แชมป์ 19 สมัยนี้คือการเปิดขายหุ้นไอพีโอมูลค่าถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยกำไรสุทธิก่อนหักภาษีในปีที่แล้วอยู่ที่ 46.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ยังไม่มีความแน่นอนว่าทางทีมจะขายหุ้นในตลาดหุ้นสิงคโปร์แน่นอนหรือไม่ แหล่งข่าวบางแหล่งอ้างว่าทางทีมพิจารณาตลาดฮ่องกงอยู่ด้วยเช่นกัน

ซื้อหุ้นแล้วจะได้ตั๋วเข้าไปดูฟรีไหม?

ที่มา - BusinessWeek

หุ้นแอปเปิลกลายเป็นหุ้นเก็งกำไรระยะสั้นยอดนิยมของวอลล์สตรีท

By: arjin on Tue, 2012-03-06 16:10

ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาราคาหุ้นของบริษัทแอปเปิล (NASDAQ:AAPL) มีความผันผวนระหว่างวันในช่วงการซื้อขายสูงมากขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์จาก Wedgewood Partners ให้ความเห็นว่านักเก็งกำไรเริ่มเข้ามาซื้อขายหุ้นแอปเปิลกันแบบระยะสั้นมากขึ้น นับตั้งแต่แอปเปิลกลายเป็นบริษัทที่ 6 ในประวัติศาสตร์อเมริกาที่มีมูลค่ากิจการตามราคาในตลาดหลักทรัพย์เกิน 5 แสนล้านดอลลาร์ อีกทั้งแอปเปิลยังมีเป็นหุ้นประเภท "มีข่าว" ออกมาอยู่ต่อเนื่อง อย่างล่าสุดก็คือการเก็งกำไรประเด็น iPad รุ่นถัดไป จึงเหมาะมากสำหรับการเล่นเพื่อหวังทำกำไรระยะสั้น

ปัจจุบันแอปเปิลมีมูลค่ากิจการที่สูงจนถ่วงน้ำหนักถึง 4% ในดัชนีเอสแอนด์พี 500 พูดได้ว่าการขึ้นลงของหุ้นแอปเปิลส่งผลได้สูงต่อดัชนีเอสแอนด์พี 500 มาก เมื่อรวมกับความผันผวนระหว่างวันที่สูงขึ้นมาก โดยกรอบการขึ้นลงระหว่างวันปัจจุบันอยู่ที่ $12 ส่วนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหุ้นแอปเปิลมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อจบการซื้อขายของวันระดับบวกลบเกิน 1% ถึง 12 วัน ปัจจัยเหล่านี้เองที่ส่งผลให้หุ้นแอปเปิลเริ่มเป็นที่นิยมของบรรดาเฮดจ์ฟันด์ ตลอดจนการซื้อขายในตลาดออปชันอีกด้วย

ที่ผ่านมาบริษัทในอเมริกาที่เคยมีมูลค่าเกิน 5 แสนล้านดอลลาร์ได้แก่ ไมโครซอฟท์, Exxon Mobil, ซิสโก้, อินเทล และ GE ซึ่งทุกบริษัทปัจจุบันมีมูลค่าต่ำกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์แล้วทั้งสิ้น เหล่านักเก็งกำไรจึงไม่เชื่อว่าแอปเปิลจะ "สร้างประวัติศาสตร์ใหม่" ขึ้นมาได้สำเร็จ มองว่าวันหนึ่งหุ้นแอปเปิลก็จะเข้าสู่ขาลงและมีมูลค่าต่ำกว่าตัวเลข 5 แสนล้าน

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาปัจจัยพื้นฐานแบบหุ้นคุณค่าแล้ว หุ้นแอปเปิลซื้อขายกันที่อัตราส่วน P/E 15 เท่า ขณะที่กำไรสุทธิปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 83% และอยู่ในระดับนี้หลายปีแล้ว จึงอาจกล่าวในอีกด้านหนึ่งได้ว่าตลาดหุ้นยังกดราคาหุ้นแอปเปิลไม่ให้สูงอยู่นั่นเอง ความเชื่อที่ว่าหุ้นเกิน $500 แล้วแพงจึงอาจไม่ถูกเสียทีเดียว

อาจจะไม่มีอะไรในกอไผ่, Eric Schmidt อาจขายหุ้นกูเกิลเพราะจะหย่า

By: lew on Sun, 2012-02-26 01:47

ข่าวการขายหุ้นของ Eric Schmidt สร้างความกังวลใจให้กับผู้ถือหุ้นว่าเขามีความตั้งใจอะไรจึงขายหุ้น แต่ข่าวล่าสุดจาก New York Post ระบุว่าเป็นไปได้ที่ Schmidt อาจจะกำลังหย่ากับภรรยาคือ Wendy Schmidt

ข่าวนี้กลายเป็นข่าวซุบซิบเมื่อรายงานระบุว่า Eric นั้นเดทกับ Lisa Shields มาปีครึ่งแล้ว และถึงตอนนี้ก็อาจจะได้เวลาของการหย่าร้าง โดยคงต้องมีการจ่ายค่าชดเชยกัน

การคาดเดานี้ยังไม่มีหลักฐานอะไรยืนยัน แต่ครอบครัว Schmidt เองก็ค่อนข้างเก็บเงียบเรื่องส่วนตัวกันมากเป็นปรกติอยู่แล้ว

ที่มา - New York Post

Pages

Subscribe to RSS - Stock Exchange