รัฐแมรีแลนด์: คู่สมรสเพศเดียวกันมีสิทธิหย่า (แต่ยังไม่มีสิทธิแต่ง)
ศาลสูงสุดของรัฐแมรีแลนด์ในสหรัฐอเมริกา ได้ตัดสินว่า คู่สมรสเพศเดียวกันที่ได้แต่งงานมาจากรัฐอื่น มีสิทธิที่จะหย่าได้ตามกฎหมายในรัฐแมรีแลนด์ แม้ว่ากฎหมายของแมรีแลนด์ที่อนุญาตการสมรสเพศเดียวกันจะยังไม่มีผลบังคับใช้ก็ตาม
Jessica Port กับ Virginia Anne Cowan ได้แต่งงานกันในปี 2008 ในซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วงที่แคลิฟอร์เนียอนุญาตให้มีการแต่งงานเพศเดียวกันได้ สองปีต่อมาคู่ดังกล่าวได้ยื่นขอหย่าภายในรัฐแมรีแลนด์
ผู้พิพากษาชั้นต้นในแมรีแลนด์ได้ปฏิเสธคำขอหย่า โดยให้เหตุผลว่า การสมรสของเพศเดียวกันนั้นไม่ได้มีการรับรองในกฎหมายของแมรีแลนด์
ศาลสูงสุดได้ตัดสินว่า รัฐแมรีแลนด์จะไม่ยอมรับการสมรสจากภายนอกรัฐก็ต่อเมื่อการสมรสนั้น "เป็นปฏิปักษ์" (repugnant) ต่อนโยบายสาธารณะของรัฐ ซึ่งการสมรสในกรณีนี้ยังไม่ถึงขั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อนโยบายของแมรีแลนด์ จึงมีสถานะเป็นคู่สมรสที่สามารถหย่าได้ไม่ต่างจากกรณีอื่นๆ
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แมรีแลนด์ได้ผ่านกฎหมายที่อนุญาตให้เพศเดียวกันแต่งงานกันได้ แต่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2013 ซึ่งอาจจะถูกยกเลิกโดยประชามติในเดือนพฤศจิกายนนี้
ที่มา - CNN, The Washington Post
ตอนนี้ Eduardo Saverin อยู่ที่ไหน?
คนจำนวนมากคงจะคุ้นเคยชื่อของ Eduardo Saverin ผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook จากภาพยนตร์ The Social Network ล่าสุดที่ Facebook เพิ่งจะขายหุ้นสู่สาธารณะชน Saverin ก็เพิ่งจะออกมาโพสต์แสดงความยินดีกับเขาด้วย สิ่งที่หลายคนอาจจะสงสัยคือ แล้วตอนนี้ Saverin ไปอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ได้ตีพิมพ์บทความที่พูดถึงชีวิต "หลัง Facebook" ของ Eduardo Saverin ที่ตอนนี้ก็เรียกได้ว่า ร่ำรวยมาก จากหุ้น Facebook ที่ครอบครอง แม้จะโดนบีบออกจาก Facebook อย่างที่เห็นในภาพยนตร์ The Social Network ก็ตาม (จริงๆ แต่เดิม Saverin ก็มีพื้นฐานที่ค่อนข้างร่ำรวยอยู่แล้ว)
อัตราการเกิดของคนผิวขาวในสหรัฐฯ ต่ำกว่าครึ่งแล้ว
การเปลี่ยนแปลงด้านเชื้อชาติในสหรัฐฯ นั้นมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดรายงานการการเกิดของประชากรสหรัฐฯ ก็ถึงจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญเมื่อจำนวนการเกิดของประชากรผิวขาวในสหรัฐฯ นั้นลดลงต่ำกว่า 50% หลังจากมีอันตราการเพิ่มประชากรในกลุ่มนี้น้อยมากมาต่อเนื่องหลายปี
ประชากรชนกลุ่มน้อยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 2% ทำให้เมื่อปี 2010 ชนกลุ่มน้อยมีสัดส่วนเป็น 36.6% อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้เคยมีการคาดการณ์ว่าคนกลุ่มน้อยจะมีสัดส่วนประชากรรวม (ไม่ใช่แค่การเกิด) มากกว่า 50% ภายในปี 2040 แต่ปรากฏว่าช่วงหลังอัตราการเกิดของเชื้อชาติอื่นๆ ก็กำลังอยู่ในช่วงขาลงเช่นเดียวกับคนผิวขาว ทำให้การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนอาจจะช้ากว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ไปอีกหลายปี เหตุผลหนึ่งคือการอพยพเข้ามาในสหรัฐฯ นั้นมีจำนวนลดลงมาก
การเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนประชากรเช่นนี้มีผลทั้งด้านเศรษฐกิจ และการเมือง โดยประชากรในสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะมีความหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละรุ่น
ที่มา - Fox News
ไปรษณีย์สหรัฐฯ เลิกส่งอุปกรณ์ที่มีแบตลิเธียมฯ ออกนอกประเทศ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
ข่าวร้ายสำหรับพวกชอบสั่งของจากสหรัฐฯ มาถึงแล้ว เมื่อไปรษณีย์สหรัฐฯ (USPS) ที่กำลังประสบสภาวะขาดทุนอย่างหนักอยู่ ได้ประกาศยกเลิกการส่งอุปกรณ์ทุกชนิดที่มีแบตเตอรี่ประเภทลิเธียมไอออนออกนอกสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ยอดนิยมอย่างแท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟนด้วย โดยจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมเป็นต้นไป
เหตุผลที่ทาง USPS ยกขึ้นมาคือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนนั้นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการขนส่งด้วยเครื่องบิน ซึ่งเคยมีกรณีที่เกิดไฟไหม้ในตัวเครื่องเกิดขึ้น และเป็นผลให้เสียเครื่องบินไปถึง 2 ลำตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา
สำหรับผู้ให้บริการรายอื่นอย่าง UPS และ FedEx ยังไม่ออกมาพูดถึงกรณีนี้ และน่าจะไม่มีแผนปรับเปลี่ยนอะไร เนื่องจากมูลค่าการขนส่งของอุปกรณ์กลุ่มดังกล่าวนั้นสูงพอตัว
แชทระหว่างเดินในรัฐนิวเจอร์ซีย์ผิดกฎหมาย มีโทษปรับที่ 85 เหรียญ
เรื่องธรรมดาที่เห็นได้ทั่วไปอย่างการพิมพ์ข้อความบนมือถือระหว่างเดินตามทางเท้ากำลังจะกลายเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ผู้กระทำผิดจะถูกปรับเป็นเงิน 85 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2,500 บาท)
ประเด็นหลักของพวกแชทระหว่างเดินนอกจากจะสร้างความน่ารำคาญด้วยการบังทางแล้ว ยังไปเกี่ยวโยงกับอุบัติเหตุด้วย โดย Thomas Ripoli หัวหน้ากรมตำรวจประจำเมืองฟอร์ต ลี บอกว่าในปีนี้มีอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับคนที่แชทระหว่างเดินถึงสามครั้ง ทำให้ต้องยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนทราบถึงความอันตรายของการแชทระหว่างเดินเสียที
แน่นอนว่าต้องมีหลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับกฎดังกล่าว และบอกว่าค่าปรับนั้นสูงเกินไป แต่ถึงกระนั้นนับตั้งแต่เริ่มใช้กฎดังกล่าวก็มีผู้ถูกปรับไปแล้วทั้งสิ้น 117 คนเข้าไปแล้ว
ที่มา - ABC NEWS
กฎหมาย FATCA สหรัฐฯ เริ่มมีผล ธนาคารทั่วโลกเลิกให้บริการลูกค้าสัญชาติอเมริกัน
เครือข่ายธนาคารนานาชาติหลายแห่งได้ออกมา "ตอบรับ" กฎหมายใหม่ของสหรัฐที่ชื่อ Foreign Account Tax Compliance Act (FATCA) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมาป้องกันการเลี่ยงการจ่ายภาษีของชาวอเมริกันด้วยการทำธุรกรรมทางการเงินนอกประเทศ โดยกฎหมายนี้สั่งให้ธนาคารทุกแห่งนอกสหรัฐฯ ต้องรายงานรายได้ของลูกค้าชาวอเมริกันทุกอย่างให้แก่รัฐบาลสหรัฐฯ
โดยการตอบรับที่ว่านี้ คือการปฏิเสธที่จะให้บริการลูกค้าชาวอเมริกัน โดยตัวแทนจากหลาย ๆ ธนาคารเห็นว่ามันเป็นไปไม่ได้ ที่ธนาคารจะต้องรับภาระจุดนี้ ซึ่งภาระดังกล่าวจะทำให้ต้นทุนการให้บริการลูกค้าชาวอเมริกันสูงมากจนไม่คุ้มแก่การให้บริการ
กฎหมายนี้ได้ถูกผ่านในสภาทั้งสองของสหรัฐในปี 2010 แต่มีผลบังคับใช่จริงวันที่ 1 มกราคมปีหน้า
ที่มา - Washington Post
วิกฤติตุลาการ ศาลฎีกาสหรัฐฯ เหลืออัตราการรับรองจากประชาชนเพียง 52%
Pew Internet Research ได้สำรวจระดับการรับรองศาลฎีกาสูงสุด (Supreme Court) ของสหรัฐฯ และพบว่าอัตราการรับรอง (favorable ratings) ลดลงเหลือเพียง 52% ต่ำที่สุดในรอบ 25 ปี โดยจุดสูงสุดของศาสฎีกาสูงสุดสหรัฐฯ นั้นเคยมีอัตราการรับรองถึง 80% ในปี 1994
อัตราการไม่รับรอง (unfavorable) นั้นอยู่ที่ 29% จากที่เคยสูงสุดในปี 2005 แต่ที่มากกว่าคือกลุ่มไม่มีความคิดเห็น สูงขึ้นเป็น 19% มากที่สุดนับแต่มีการสำรวจมาก
เมื่อแยกตามฝั่งการเมือง พบว่ากลุ่มผู้นิยมพรรคเดโมแคตรดนั้นให้การรับรอง 52% ส่วนพรรครีพับลิคกันให้การรับรอง 56% นับว่าไม่ต่างกันมากนัก เทียบกับสมัยประธานาธิปดีบุชคนลูกที่ความต่างของการรับรองศาลฎีกานี้ต่างกัน 10-20%
สาเหตุของอัตราการรับรองที่ลดลงเหตุผลหนึ่ง คือ การที่ศาลฎีกาเข้าตรวจสอบกฏหมายประกันสุขภาพของโอบามาในปี 2010 ทำให้ฝ่ายเดโมแครตให้ความรับรองต่อศาลลดลงอย่างรวดเร็ว โดย 32% ของฝ่ายเดโมแครตระบุว่าให้การรับรองต่อศาลน้อยลง
การสำรวจนี้ทำขึ้นกับประชาชน 3,008 คน ในระหว่างวันที่ 4-14 เมษายนที่ผ่านมา โดยอาศัยการสุ่มโทรศัพท์ ตามโทรศัพท์บ้านหรือโทรศัพท์มือถือ
ที่มา - Pew Research Center
มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ไม่ออกทรานคริปต์หากไม่จ่ายเงินกู้
โครงการเงินกู้เพื่อการศึกษานั้นมีอยู่ทั่วโลก รวมถึงบ้านเราที่มีโครงการกยศ. และเช่นเดียวกับทั่วโลก โครงการเช่นนี้บางครั้งก็มีปัญหาเรื่องคนกู้ยืมไม่ยอมจ่ายคืนเงิน โดยสหรัฐฯ นั้นมีปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ถึง 8.8% ทำให้โครงการเงินกู้เพื่อการศึกษาเป็นเงินกู้ที่มีปัญหามาก
งานนี้กระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐฯ ถึงกับออกมาสนับสนุนให้หน่วยงานการศึกษาใช้เทคนิคงดออกใบรับรองผลการศึกษา หากนักศึกษายังไม่สามารถจ่ายเงินกู้ได้ตามกำหนด
กระบวนการรุนแรงเช่นนี้สร้างปัญหาตามมา นักศึกษาที่ผิดนัดชำระหนี้บางคนตกงานจริงมาเป็นเวลานานทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ แต่พอได้งานแล้วกลับไม่สามารถเข้าทำงานใหม่ได้เพราะไม่สามารถขอใบรับรองการศึกษาได้
ที่มา - LA Times
กูเกิลจ่ายเงินล็อบบี้ในไตรมาสแรก 2012 มากขึ้น 240%
ในช่วงสามเดือนแรกของปี 2012 บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ กูเกิล ได้จ่ายเงินสำหรับการล็อบบี้ถึง 5.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พุ่งสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 240% เป็นสถิติใหม่ของบริษัท
เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทไอทีอื่นๆ ค่าใช้จ่ายของกูเกิลสูงกว่าแอปเปิล (500,000 ดอลลาร์) เฟซบุ๊ก (650,000 ดอลลาร์) แอมะซอน (870,000 ดอลลาร์) และไมโครซอฟท์ (1.79 ล้านดอลลาร์) อย่างมาก และแซงกระทั่งบริษัทโทรคมนาคมอย่าง Verizon ที่ปรกติใช้เงินล็อบบี้สูงมาก (4.51 ล้านดอลลาร์)
บทบาทของกูเกิลที่ขยายจากบริการค้นหาตอนเริ่มแรกอย่างมาก เริ่มเข้าไปเกี่ยวพันกับประเด็นนโยบายสาธารณะหลายอย่าง ทำให้กูเกิลต้องเข้าไปปกป้องผลประโยชน์และจุดยืนของตัวเองมากขึ้น
Ars Technica เปรียบเทียบว่า ถ้ากูเกิลยังคงอัตราการใช้จ่ายในระดับนี้ตลอดปี ค่าใช้จ่ายด้านล็อบบี้ของกูเกิลจะแซงอุตสาหกรรมบุหรี่รวมกัน
ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมากของกูเกิลส่วนใหญ่น่าจะมาจากการล็อบบี้ต่อต้านกฎหมาย SOPA/PIPA ที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่ากูเกิลจ่ายเงินเพื่อการล็อบบี้ในประเด็นนี้สูงถึง 4 ล้านดอลลาร์
ในสหรัฐนั้น อุตสาหกรรมการล็อบบี้นั้นค่อนข้างจะใหญ่โต โดยกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ จะจ้างนักล็อบบี้ (รวมไปถึงธุรกิจที่ทำหน้าที่ล็อบบี้โดยเฉพาะ) เพื่อโน้มน้าวสมาชิกนิติบัญญัติในประเด็นสาธารณะต่างๆ
ชาวเวียดนามเข้าซื้อ "เมือง" ในสหรัฐฯ ที่ราคา 900,000 ดอลลาร์
เมือง Buford ในสหรัฐฯ เป็นเมืองที่แทบจะร้างหลังจากยุคตื่นทองในช่วงปี 1880 ที่เคยมีประชากร 2,000 คน และเมืองทั้งเมืองถูกซื้อโดยนาย Don Sammons ตั้งแต่ปี 1992 ล่าสุดเขาประกาศขายทั้งเมืองผ่านการประมูล ปรากฏว่าเมืองนี้ได้รับความสนใจอย่างสูง มีผู้เข้าประมูลจาก 46 ประเทศ และราคาสุดท้ายคือ 900,000 ดอลลาร์ ประมูลโดยชาวเวียดนามที่ไม่เปิดเผยชื่อ
เมือง Buford มีพื้นที่ถึง 10 เอเคอร์ (ประมาณ 40,000 ตารางเมตร) ภายในมีร้านค้า, ปั๊มน้ำมัน, และบ้าน
การซื้อยกเมืองยังมีอีกที่หนึ่งคือเมือง Pray ในรัฐมอนทาน่า ที่เปิดขายเมืองขนาด 5 เอเคอร์ในราคา 1.4 ล้านดอลลาร์
ที่มา - Reuters
เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยออสการ์และรายได้หนัง:ปรากฏการณ์ The Artist
ใครว่า “หนังทำกล่องมักขาดทุน”?
ที่ผ่านมาเรามักจะได้ยินคำว่า ”หนังทำกล่อง มักขาดทุน” กันมาไม่มากก็น้อย แต่จากข้อมูลล่าสุดจาก The Economist อาจจะทำให้เราต้องเปลี่ยนความคิดว่าข้อความดังกล่าวอาจไม่เป็นจริงเสมอไป โดยเฉพาะกับหนังนอกอเมริกาที่กวาดรางวัลระดับ “พ่อทุกสถาบัน” อย่าง The Artist (หนังฝรั่งเศสปี 2011), The King’s Speech (หนังสหราชอาณาจักรปี 2010) และ Slumdog Millionaire (หนังสหราชอาณาจักรปี 2008)
The Economist แจกแจงรายได้บน US Box Office และจำนวนวันทั้งหมดที่ยืนโรงในอเมริกาของหนัง 9 เรื่องที่เข้าชิงรางวัลออสการ์อันได้แก่ The Help, The Descendant, War Horse, Moneyball, Hugo, Midnight in Paris, The Artist, Extremely Loud & Incredibly Close และ The Tree of Life โดยแบ่งเป็นรายได้ก่อนการประกาศผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนต์ยอดเยี่ยม รายได้หลังจากประกาศผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรายได้หลังจากประกาศผลรางวัลออสการ์ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวทำให้พบความข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับหนังที่กวาดรางวัลใหญ่ในเวทีนี้แบบเรียบวุธอย่าง The Artist ว่าจำนวนโรงฉายเพิ่มขึ้นจาก 662 โรงก่อนการประกาศผลเป็น 1,735 โรงหลังจากการประกาศผล หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 162.085 จากช่วงก่อนหน้า นอกจากนี้รายได้ของหนังกว่าร้อยละ 67 ของรายได้ทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากที่ The Artist ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ในสาขาต่างๆ รวม 10 รางวัล (จากช่วงก่อนหน้าที่ทำเงินราวๆ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กลายเป็น 38,155,023 ดอลลาร์สหรัฐฯ ณ ปัจจุบัน) ส่งผลให้จากรายได้เฉพาะในอเมริกาประเทศเดียวก็ทำให้หนังทุนสร้าง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เรื่องนี้ ทำกำไรไปแล้วกว่า 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
อุตสาหกรรมในสหรัฐ: พลังงานทดแทน-อินเทอร์เน็ต ดาวรุ่ง, หนังสือพิมพ์-ภัตตาคาร ดาวร่วง
LinkedIn รวบรวมข้อมูลจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ (Council of Economic Advisors - CEA) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งสรุปข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐระหว่างปี 2007-2011 แยกรายอุตสาหกรรม
ผลคืออุตสาหกรรมในกลุ่ม "ดาวรุ่ง" ที่ขนาดของอุตสาหกรรมเติบโตสูงสุดคือกลุ่มพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งโตขึ้นเกือบ 50% ในรอบ 5 ปี ตามด้วยอินเทอร์เน็ต-สื่อออนไลน์ โตเกือบ 30%
ส่วนอุตสาหกรรม "ดาวร่วง" อันดับหนึ่งคือหนังสือพิมพ์กระดาษ ติดลบไปเกือบ 30% ตามด้วยภัตตาคาร โกดังสินค้า ตลาดทุน และซูเปอร์มาร์เก็ต
รายละเอียดและกราฟประกอบดูได้ตามลิงก์
ที่มา - LinkedIn Blog
สหรัฐร้องเรียนคำสั่งนำเข้าไก่ของอินเดียต่อ WTO
สหรัฐอเมริกายื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก ให้ตัดสินกรณีที่อินเดียสั่งห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์ไก่ ทั้งเนื้อและไข่ จากสหรัฐ
อินเดียสั่งห้ามนำเข้าไก่จากสหรัฐมาตั้งแต่ปี 2007 เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไข้หวัดนก ในขณะที่สหรัฐมองว่าอินเดียพยายามจะปกป้องผู้ผลิตภายในประเทศโดยเอาเหตุผลด้านสาธารณสุขมาบังหน้า
ตลาดค้าไก่ในอินเดียคาดการณ์ว่าจะเติบโตปีละ 8 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ และหากสหรัฐสามารถส่งออกไก่ไปยังอินเดีย จะสามารถส่งออกสินค้ามูลค่าราว 300 ล้านดอลลาร์ไปยังตลาดนี้ได้
ที่มา - BBC News
GM ปลดคนงาน 1,300 หยุดสายการผลิต Chevy Volt
General Motors ดูจะยังไม่ฟื้นดีนักหลังการฟื้นฟูในช่วงหลัง ยอกขายรถไฟฟ้าอย่าง Chevy Volt นั้นเคยถูกตั้งเป้าไว้ถึง 10,000 คันในปี 2011 และคาดว่าจะขายได้ถึง 60,000 คันในปี 2012 แต่ปรากฏว่าปี 2011 ขายได้จริงเพียง 7,671 คัน ส่วนปีนี้ยิ่งแย่หนัก เพราะสองเดือนที่ผ่านมาขายได้เพียง 1,626 คัน ส่งผลให้บริษัทตัดสินใจหยุดสายการผลิตเป็นเวลา 5 สัปดาห์ และปลดคนงานออก 1,300 คน
ประเด็นที่ถกเถียงกันมากคือรถไฟฟ้าอย่าง Chevy Volt นั้นถูกสร้างขึ้นเพราะความต้องการของรัฐบาลที่จะผลักดันนโยบายรถไฟฟ้าด้วยมาตรการสนับสนุนโดยไม่มีความต้องการของผู้บริโภคจริงๆ หรือไม่ แต่คู่แข่งอย่าง Nissan LEAF กลับยอดขายได้ถึง 9,700 คันในปี 2011 แม้จะคาดหวังยอดขายไว้ถึง 20,000 คันแต่ยอดรวมก็ยังดีกว่ามาก และตอนนี้เอง Nissan ก็ขาย LEAF ได้มากกว่า 22,000 คันทั่วโลกแล้ว ดังนั้นปัญหาอาจจะอยู่ที่ความสามารถในการแข่งขันของ GM เองที่ตั้งราคา Volt ไว้สูงถึงเกือบ 40,000 ดอลลาร์ แพงกว่า LEAF เกือบ 5,000 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองยอดขายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา GM ระบุว่ายอดขายของ Volt นั้นแซงหน้า LEAF ด้วยจำนวนส่งมอบ 1,023 คันเทียบกับ LEAF ที่ขายได้เพียง 478 คัน เป็นเดือนแรกที่ Volt แซงหน้า LEAF ขึ้นมาได้
ในแง่ของภาษีนั้นรถไฟฟ้าได้รับสนับสนุนผ่านการลดภาษีรัฐบาลกลางสูงสุด 7,500 ดอลลาร์เพื่อให้ราคาที่ต้องจ่ายจริงสำหรับรถเหล่านี้ใกล้เคียงกับรถใช้น้ำมันมากขึ้น
ที่มา - HybridCars, PRNewsWire
เกาหลีเหนือเซ็นตกลงหยุดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ หวังปรับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ
ในขณะที่ประเทศมหาอำนาจยังคงจับตามองสถานการณ์ของเกาหลีเหนือยุคหลังคิม จองอิล ว่าจะไปในทิศทางไหน ล่าสุดเป็นทางเกาหลีเหนือที่ยินยอมชะงักโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และขีปนาวุธพิสัยไกลลงแล้ว เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีกับทางสหรัฐฯ ในทางกลับกัน สหรัฐฯ จะให้ความช่วยเหลือทางด้านสเบียงอาหารเป็นจำนวนกว่า 240,000 ตัน และจะไม่เข้าแทรกแซงเพื่อล้มรัฐคอมมิวนิสต์ของเกาหลีเหนือที่นำโดยคิม จองอันอีกด้วย
ข้อตกลงดังกล่าวถูกประกาศโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ หลังจากการพบปะกันระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่ายในกรุงปักกิ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งนับเป็นการพบกันครั้งแรกตั้งแต่คิม จองอิลเสียชีวิตไปเมื่อเดือนธันวาคม
อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ ยังคงมีความกังวลในพฤติกรรมของเกาหลีเหนือในหลายพื้นที่ และย้ำชัดว่าข้อตกลงในครั้งนี้เป็นการปรับความสัมพันธ์ในวงจำกัดเท่านั้น แต่ก็เป็นก้าวสำคัญในการตอบโต้ภัยคุกคามที่แพร่กระจายในเกาหลีเหนือเช่นกัน
ที่มา - The Wall Street Journal
