อัตราการเกิดของคนผิวขาวในสหรัฐฯ ต่ำกว่าครึ่งแล้ว
การเปลี่ยนแปลงด้านเชื้อชาติในสหรัฐฯ นั้นมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดรายงานการการเกิดของประชากรสหรัฐฯ ก็ถึงจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญเมื่อจำนวนการเกิดของประชากรผิวขาวในสหรัฐฯ นั้นลดลงต่ำกว่า 50% หลังจากมีอันตราการเพิ่มประชากรในกลุ่มนี้น้อยมากมาต่อเนื่องหลายปี
ประชากรชนกลุ่มน้อยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 2% ทำให้เมื่อปี 2010 ชนกลุ่มน้อยมีสัดส่วนเป็น 36.6% อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้เคยมีการคาดการณ์ว่าคนกลุ่มน้อยจะมีสัดส่วนประชากรรวม (ไม่ใช่แค่การเกิด) มากกว่า 50% ภายในปี 2040 แต่ปรากฏว่าช่วงหลังอัตราการเกิดของเชื้อชาติอื่นๆ ก็กำลังอยู่ในช่วงขาลงเช่นเดียวกับคนผิวขาว ทำให้การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนอาจจะช้ากว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ไปอีกหลายปี เหตุผลหนึ่งคือการอพยพเข้ามาในสหรัฐฯ นั้นมีจำนวนลดลงมาก
การเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนประชากรเช่นนี้มีผลทั้งด้านเศรษฐกิจ และการเมือง โดยประชากรในสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะมีความหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละรุ่น
ที่มา - Fox News
วิกฤติตุลาการ ศาลฎีกาสหรัฐฯ เหลืออัตราการรับรองจากประชาชนเพียง 52%
Pew Internet Research ได้สำรวจระดับการรับรองศาลฎีกาสูงสุด (Supreme Court) ของสหรัฐฯ และพบว่าอัตราการรับรอง (favorable ratings) ลดลงเหลือเพียง 52% ต่ำที่สุดในรอบ 25 ปี โดยจุดสูงสุดของศาสฎีกาสูงสุดสหรัฐฯ นั้นเคยมีอัตราการรับรองถึง 80% ในปี 1994
อัตราการไม่รับรอง (unfavorable) นั้นอยู่ที่ 29% จากที่เคยสูงสุดในปี 2005 แต่ที่มากกว่าคือกลุ่มไม่มีความคิดเห็น สูงขึ้นเป็น 19% มากที่สุดนับแต่มีการสำรวจมาก
เมื่อแยกตามฝั่งการเมือง พบว่ากลุ่มผู้นิยมพรรคเดโมแคตรดนั้นให้การรับรอง 52% ส่วนพรรครีพับลิคกันให้การรับรอง 56% นับว่าไม่ต่างกันมากนัก เทียบกับสมัยประธานาธิปดีบุชคนลูกที่ความต่างของการรับรองศาลฎีกานี้ต่างกัน 10-20%
สาเหตุของอัตราการรับรองที่ลดลงเหตุผลหนึ่ง คือ การที่ศาลฎีกาเข้าตรวจสอบกฏหมายประกันสุขภาพของโอบามาในปี 2010 ทำให้ฝ่ายเดโมแครตให้ความรับรองต่อศาลลดลงอย่างรวดเร็ว โดย 32% ของฝ่ายเดโมแครตระบุว่าให้การรับรองต่อศาลน้อยลง
การสำรวจนี้ทำขึ้นกับประชาชน 3,008 คน ในระหว่างวันที่ 4-14 เมษายนที่ผ่านมา โดยอาศัยการสุ่มโทรศัพท์ ตามโทรศัพท์บ้านหรือโทรศัพท์มือถือ
ที่มา - Pew Research Center
รักไม่มีพรมแดน รายงาน Pew ฉบับล่าสุดระบุ การแต่งงานข้ามเชื้อชาติในสหรัฐฯ มีมากขึ้น
รายงานจาก Pew Research Center ได้แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงของสังคมสหรัฐฯ ที่พบการแต่งงานข้ามเชื้อชาติที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- การแต่งงานข้ามเชื้อชาติเพิ่มขึ้นเป็น 15% ในปี 2010 เทียบกับ 6.7% ในปี 1980 ทำให้สัดส่วนคู่สมรสข้ามเชื้อชาติเพิ่มเป็น 8.4% จาก 3.2% ในช่วงเวลาเดียวกัน
- เชื้อชาติที่มีการแต่งงานข้ามไปยังเชื้อชาติอื่นๆ มากที่สุดคือเอเชีย (28%), สเปน (26%), คนผิวดำ (17%), และคนผิวขาว (9%)
- เมื่อแบ่งตามเพศ พบว่าคนผิวดำที่แต่งงานข้ามเชื้อชาตินั้นมักเป็นชาย (24%) เทียบกับหญิง (9%) ขณะที่คนเอเชียนั้นกลับกันคือหญิงที่แต่งงานข้ามเชื้อชาติสูงกว่า (36%) ชาย (17%) ขณะที่กลุ่มเชื้อชาติสเปนและคนผิวขาวนั้นตัวเลขไม่ค่อยต่างกัน
- รายได้ของคู่แต่งงานนั้นเปลี่ยนไปตามเชื้อชาติ เช่น ครอบครัวชายเอเชียแต่งงานกับหญิงผิวขาวนั้นมีรายได้เฉลี่ยสูงสุด (71,800 ดอลลาร์ต่อปี) ตามมาด้วยครอบครัวชายผิวขาวแต่งงานกับหญิงเอเชีย (70,592 ดอลลาร์ต่อปี) ขณะที่ครอบครัวชายผิวขาวที่แต่งงานกับหญิงชาติอื่นๆ นั้นมีรายได้รวมสูงกว่าการแต่งงานกับคนผิวขาวด้วยกัน
- ในแง่ของการยอมรับนั้นสังคมให้การยอมรับคู่ต่างเชื้อชาติมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นการยอมรับคู่ผิวขาวและผิวดำนั้นมีเพียง 48% ในปี 1987 แต่ในปี 2009 นั้นเพิ่มขึ้นมาเป็น 83%
รายงานยังมีการนำเสนอตัวเลขอื่นๆ อีกมา สามารถอ่านฉบับเต็มได้ในที่มาครับ
ที่มา - Pew Research Center
ไมโครซอฟท์ประกาศสนับสนุนกฏหมายรองรับแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน
ไมโครซอฟท์ประกาศเข้าร่วมสนับสนุนร่างกฏหมายของวอชิงตันให้รองรับการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน โดยบริษัทที่ประกาศสนับสนุนยังมีอีกหลายบริษัท เช่น ไนกี้, RealNetwork เป็นต้น
เรื่องน่าสนใจคือไมโครซอฟท์ระบุว่ากฏหมายการรองรับการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันนี้จะเป็นผลดีต่อธุรกิจของบริษัท และเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของรัฐเอง เพราะการที่กฏหมายรองรับสถานะภาพแต่งงานให้กับคู่แต่งงานระหว่างเพศเดียวกันจะลดข้อจำกัดการย้ายถิ่นฐานของแรงงาน ให้มาทำงานในรัฐได้ง่ายขึ้น หากพนักงานนั้นๆ มีคู่แต่งงานเพศเดียวกันอยู่
ประเด็นการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันยังเป็นเรื่องที่ได้รับการถกเถียงกันค่อนข้างมากแม้แต่ในสหรัฐฯ เองที่หลายรัฐยังมีแนวทางอนุรักษ์นิยมอยู่ ไมโครซอฟท์เองเมื่อประกาศจุดยืนของบริษัทออกมาก็ต้องกำกับว่าบริษัทยังเคารพความเห็นที่ต่างออกไป แต่ตัวไมโครซอฟท์เองก็เป็นบริษัทที่รองรับสิทธิประโยชน์ของพนักงานที่แต่งงานในเพศเดียวกันมาตั้งแต่ปี 1993 นับเป็นบริษัทแรกในกลุ่มบริษัท Fortune 500
ที่มา - TechNet
