เกาหลีเหนือเซ็นตกลงหยุดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ หวังปรับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ
ในขณะที่ประเทศมหาอำนาจยังคงจับตามองสถานการณ์ของเกาหลีเหนือยุคหลังคิม จองอิล ว่าจะไปในทิศทางไหน ล่าสุดเป็นทางเกาหลีเหนือที่ยินยอมชะงักโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และขีปนาวุธพิสัยไกลลงแล้ว เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีกับทางสหรัฐฯ ในทางกลับกัน สหรัฐฯ จะให้ความช่วยเหลือทางด้านสเบียงอาหารเป็นจำนวนกว่า 240,000 ตัน และจะไม่เข้าแทรกแซงเพื่อล้มรัฐคอมมิวนิสต์ของเกาหลีเหนือที่นำโดยคิม จองอันอีกด้วย
ข้อตกลงดังกล่าวถูกประกาศโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ หลังจากการพบปะกันระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่ายในกรุงปักกิ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งนับเป็นการพบกันครั้งแรกตั้งแต่คิม จองอิลเสียชีวิตไปเมื่อเดือนธันวาคม
อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ ยังคงมีความกังวลในพฤติกรรมของเกาหลีเหนือในหลายพื้นที่ และย้ำชัดว่าข้อตกลงในครั้งนี้เป็นการปรับความสัมพันธ์ในวงจำกัดเท่านั้น แต่ก็เป็นก้าวสำคัญในการตอบโต้ภัยคุกคามที่แพร่กระจายในเกาหลีเหนือเช่นกัน
ที่มา - The Wall Street Journal
ญี่ปุ่นขาดดุลย์การค้าเป็นประวัติการณ์จากการหยุดใช้นิวเคลียร์, ขึ้นภาษีลดงบประมาณขาดดุลย์
อาการของเศรษฐกิจญี่ปุ่นหลังภัยพิบัติอาจจะหนักกว่าที่เราคิด เมื่อตัวเลขการส่งออกลดลงทั้งปี 9.3% ขณะที่ยอดนำเข้ากลับเพิ่มขึ้นถึง 9.8% จากการนำเข้าน้ำมันเพราะการหยุดใช้เตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์เกือบทั้งหมด 54 เตาหลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อปีที่แล้ว เหลือเพียง 2 เตาที่ยังทำงานอยู่ ส่งผลให้การนำเข้าเชื้อเพลิงฟอซซิลทุกประเภทพุ่งสูงขึ้นในทันที ขณะที่ค่าเงินเยนกลับแข็งค่าขึ้น ทำให้ยอดส่งออกลดลง
เตาปฎิกรณ์ทั้งหมดต้องถูกปิดเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยซ้ำ แม้แต่สองเตาที่กำลังทำงานอยู่เองก็มีคิวปิดทำงานในเดือนเมษายนนี้ ปัญหาค่าเชื้อเพลิงจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ญี่ปุ่นต้องฝ่าฟันต่อไป
ที่มา - BBC, Google News
พร้อมๆ กับภาวะขาดดุลย์การค้า ญี่ปุ่นเองมีปัญหาเรื่องหนี้สาธารณะอยู่มากถึง 228% ของ GDP รวมทั้งหมด 315 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินบำนาญผู้สูงอายุในญี่ปุ่นนั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้แตะระดับ 1 ล้านล้านเยน หรือ 378,000 ล้านบาทต่อปีเข้าไปแล้ว และคาดว่าในปี 2060 จะมีประชากรที่อยู่ในช่วงอายุรับเงินบำนาญถึง 40% ของประชากรประเทศ
ทางแก้ในช่วงนี้คือการขึ้นภาษีการขายอีกเท่าตัว จาก 5% จะขึ้นเป็น 8% ในปี 2014 และ 10% ในปี 2015
ที่มา - BBC
