นายกสหราชอาณาจักรเตรียมเยือนเมียนมาร์ศุกร์นี้
นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรเตรียมเยือนเมียนมาร์ในวันศุกร์นี้ แม้สหภาพยุโรปยังคงคว่ำบาตรเมียนมาร์อยู่ก็ตาม โดยการเดินทางของนายเดวิด รอบนี้จะไปพร้อมกับตัวแทนธุรกิจอีก 35 คน ทั้งด้านการทหาร, พลังงาน, ก่อสร้าง, และธุรกิจอื่นๆ โดยคาดว่าผลประโยชน์ในสหราชอาณาจักรสนใจ คือ ธุรกิจ พลังงาน, เหมือง, การเงิน, โทรคมนาคม, และการท่องเที่ยว
การเดินทางรอบนี้ไม่ใช่การเดินทางสู่เมียนมาร์โดยตรง แต่เป็นการเดินทางไปยัง ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, และอินโดนีเซีย
เมียนมาร์เคยเป็นเมืองขึ้นของสหราชอาณาจักรสมัยยังเป็นประเทศพม่า และการเยือนระดับนายกรัฐมนตรีนั้นมีขึ้นครั้งสุดท้ายในปี 1955 หลังจากนั้นพม่าก็มีรัฐประหารในปี 1962 ก็ไม่มีการเยือนอย่างเป็นทางการอีก
ทางด้านสหภาพยุโรปนั้นอาจจะยกเลิกคำสั่งคว่ำบาตรเมียนมาร์ได้ แต่การพิจารณาจะมีขึ้นในวันที่ 23 เมษายนที่จะถึงนี้
ที่มา - Reuters
กฎหมายใหม่ของอินเดียมองเงินลงทุนเป็นรายได้ ต้องจ่ายภาษี
ร่างกฏหมายภาษีฉบับใหม่ของอินเดียมีเรื่องที่เสนอเข้ามาอย่างน่าประหลาดคือเงินลงทุนที่เกินกว่ามูลค่าตลาดของบริษัทจะถูกมองเป็นรายได้ และต้องเสียภาษี 30% เช่นเดียวกับรายได้ปรกติ
งานนี้บริษัทลงทุนของอินเดียออกมาโวยกันว่ากฏหมายนี้จะทำลายการประกอบการของอินเดีย โดยนักลงทุนเชื่อว่าผู้ร่างกฏหมายนี้เข้าใจผิดบางอย่างกับการลงทุนในบริษัทเกิดใหม่
นอกจากประเด็นการลงทุนแล้วประเด็นการประเมินมูลค่าบริษัทก็อาจจะสร้างปัญหาได้อีกมาก โดยตัวร่างนั้นเปิดให้ใช้กระบวนการประเมินมาตรฐาน หรือจากการยื่นหลักฐานจากผู้ประกอบการ กระบวนการนี้จะเปิดให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินภาษีจากบริษัทที่ได้รับเงินลงทุนสามารถใช้ดุลยพินิจอย่างมาก เปิดช่องให้มีการคอรัปชั่นได้สูงในที่สุด
ที่มา - First Post Economy
เผยแอปเปิลจะเริ่มให้เงินปันผลผู้ถือหุ้น และซื้อหุ้นคืน
เป็นที่ทราบกันดีว่าแอปเปิลเป็นบริษัทที่มีเงินสดจำนวนมหาศาลที่มูลค่าเกือบ 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ล่าสุดแอปเปิลได้เผยรายละเอียดว่าจะทำอะไรกับจำนวนเงินมหาศาลนี้แล้วผ่านการประชุมแบบ Conference Call กับผู้ถือหุ้น
สำหรับรายละเอียดแผนการลดเงินสดของตัวเองในครั้งนี้ ขั้นแรก แอปเปิลเลือกที่จะปันผลกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้นในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้เป็นจำนวน 2.65 ดอลลาร์ต่อหุ้น สำหรับขั้นที่สองแอปเปิลจะเริ่มซื้อหุ้นของตัวเองคืนที่มูลค่าหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์ โดยจะเริ่มเข้าซื้อหุ้นของตัวเองปลายเดือนกันยายนนี้
ทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิลเผยว่าแอปเปิลมีแผนที่จะใช้เงินจำนวน 45 พันล้านของตัวเองในช่วงเวลาสามปีหลังจากนี้ และเป็นไปได้ว่าแอปเปิลอาจจะเลือกที่จะซื้อหุ้นคืนและปันผลอีกในอนาคต
ที่มา - BBC
เมียนมาร์ร่างกฏหมายการลงทุนใหม่: ปลอดภาษี 5 ปี, ไม่ต้องร่วมทุนกับคนท้องถิ่น
หลังจากเตรียมเปิดเสรีทางการเงิน (บางส่วน) เมียนมาร์ก็เริ่มพิจารณาร่างกฎหมายลงทุนฉบับใหม่ที่เป็นมิตรกับนักลงทุนมากขึ้น โดยเปิดให้ทุนต่างชาติสามารถลงทุนในบริษัทได้เต็ม 100% หรือร่วมกับทุนท้องถิ่นโดยต้องเป็นทุนต่างชาติอย่างน้อย 35%
บริษัทเหล่านี้จะมีสิทธิเช่าที่ดินได้สูงสุด 30 ปีขึ้นกับประเภทธุรกิจ และสามารถต่อสัญญาไปได้อีกสองรอบ รอบละ 15 ปี การจ้างงานนั้นจะไม่อนุญาตให้จ้างแรงงานไร้ฝีมือต่างชาติ ส่วนแรงงานมีฝีมือนั้นจะต้องเป็นชาวเมียนมาร์อย่างน้อย 25% หลังดำเนินกิจการไป 5 ปี 50% ภายใน 10 ปี และหยุดที่ 75% ภายใน 15 ปี กฏหมายนี้รับรองว่ารัฐบาลจะไม่เข้าไปยึดกิจการแต่หากจะแปลงเป็นของรัฐจะเป็นการเข้าซื้อกิจการที่ราคาตลาด แม้จะยังน่ากลัวว่าราคาตลาดที่รัฐบาลเมียนมาร์จะจ่ายนั้นจะเป็นอย่างไร แต่การรับรองนี้ก็ดีกว่าการไม่มีหลักประกันอะไรเหมือนก่อนหน้านี้
ที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากคือกิจการเหล่านี้สามารถผลิตเพื่อขายในเมียนมาร์ได้แล้ว หลังจากการก่อนหน้านี้กิจการของชาวต่างชาติจะต้องเป็นกิจการเพื่อการส่งออกทั้งหมด ขณะที่ชาวเมียนมาร์ต้องพึ่งพาสินค้านำเข้าหลายอย่าง
ร่างกฏหมายนี้น่าจะผ่านสภาภายในเดือนนี้ หลังจากนั้นประธานาธิปดีเมียนมาร์มีเวลาลงนามภายใน 15 วัน จึงจะมีผลบังคับ
ทุนไทยน่าจะเป็นชาติหนึ่งที่เข้าไปลงทุนอย่างสูงในเมียนมาร์หลังการเปิดประเทศครั้งนี้
ที่มา - Chicago Trubune
นักวิเคราะห์คาดหุ้นแอปเปิลทะลุ 700 ดอลลาร์
หลังยอดขายไอแพดใหม่ถล่มตลาดได้อย่างสวยงามอีกรอบ นักวิเคราะห์จากสี่สถาบันก็ปรับราคาเป้าหมายของแอปเปิลอยู่สูงกว่า 700 ดอลลาร์กันแล้ว เช่น Bloomberg ตั้งเป้าไว้ที่ 710 ดอลลาร์ Morgan Stanley นั้นตั้งเป้าหมายไว้ที่ 720 ดอลลาร์
ราคาปัจจุบันของหุ้นแอปเปิลอยู่ในช่วง 580-590 ดอลลาร์ หากไปถึงราคาเป้าหมายจริงแสดงว่าหุ้นกำลังจะขึ้นไปอีกถึงเกือบ 20%
บางทีสิ่งที่ควรตัดสินใจซื้อในงานเปิดตัวสินค้าของแอปเปิลก็คือหุ้นแอปเปิลเอง
ที่มา - Washington Post
ประกันสังคมมาเลเซียเตรียมโยกเงินลงทุน 30% ออกนอกประเทศ
กองทุนประกันสังคมมาเลเซีย (Employees Provident Fund - EPF) เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ใหญ่เป็นอันดับสองของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิครองจากเกาหลีใต้ (ไม่รวมญี่ปุ่น) กำลังเตรียมยกเพดานการลงทุนในต่าประเทศจาก 23% เป็น 30% ในปี 2017 เพื่อเพิ่มผลตอบแทน
กองทุนมีขนาดสินทรัพย์รวม 470,000 ล้านริงกิต หรือประมาณ 4.8 ล้านล้านบาท มีผลตอบแทนปีที่แล้ว 27,200 ล้านริงกิต คิดเป็นประมาณ 5% ขณะที่กองทุนเกาหลีใต้นั้นทำได้เพียง 2.3% เท่านั้น
การเพิ่มการลงทุนในต่างประเทศจะเป็นการเพิ่มสัดการซื้อพันธบัตรในต่างประเทศไปด้วย โดยตอนนี้การลงทุนในต่างประเทศของ EPF เป็นการลงทุนหุ้นถึง 80% ขณะที่การลงทุนท้องถิ่นเป็นหุ้นเพียง 35% แม้เพดานการลงทุนหุ้นจะอยู่ที่ 42% ก็ตาม
ส่วนตลาดหุ้นนั้น EPF เล็งที่จะเข้าลงทุนระยะยาวในตลาดอินโดนีเซียเป็นหลัก นอกจากนั้นยังมีตลาดสหราชอาณาจักร, สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, และฮ่องกงอีกด้วย
ที่มา - Bloomberg
ฮอนด้าประกาศเพิ่มกำลังผลิตสกูตเตอร์ในอินโดนีเซียอีก 25%
ฮอนด้าประกาศลงทุน 340 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างโรงงานผลิตสกูตเตอร์แห่งใหม่ที่จะขยายกำลังผลิตให้กับฮอนด้าเป็น 5.3 ล้านคันต่อปี จากเดิมที่มีกำลังผลิต 4.2 ล้านคันต่อปี โดยตอนนี้ฮอนด้าครองตลาดมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดอินโดนีเซีย คาดว่าโรงงานใหม่จะแล้วเสร็จในปีหน้า
ปีที่แล้วเศรษฐกิจอินโดนีเซียเติบโตถึงร้อยละ 6.5 และคาดว่าปีนี้จะเติบโตอีกร้อยละ 6 ส่วนเงินลงทุนนั้นสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ภายในปีที่แล้วเพียงปีเดียว
ทางฝั่งรถยนต์นั้นโตโยต้าที่เป็นผู้ครองตลาดส่วนใหญ่ก็มีแผนจะขยายกำลังการผลิตเช่นเดียวกัน โดยเตรียมจะขยายอีกถึงเท่าตัวภายในปี 2014
ที่มา - Wall Street Journal
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอาจจะเปิดไอพีโอหุ้นในตลาดสิงคโปร์ในปีนี้
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเคยเตรียมการเปิดขายหุ้นไอพีโอในตลาดสิงคโปร์มาก่อนหน้านี้แต่หยุดแผนการไปหลังจากตลาดหุ้นสิงคโปร์ตกลงไปถึง 17% ในปีที่แล้ว เมื่อสถานะการณ์ในปีนี้ดีขึ้นก็ได้เวลากลับมาพิจารณาแผนการอีกครั้ง
แผนการเดิมของทีมฟุตบอลที่ได้แชมป์ 19 สมัยนี้คือการเปิดขายหุ้นไอพีโอมูลค่าถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยกำไรสุทธิก่อนหักภาษีในปีที่แล้วอยู่ที่ 46.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ยังไม่มีความแน่นอนว่าทางทีมจะขายหุ้นในตลาดหุ้นสิงคโปร์แน่นอนหรือไม่ แหล่งข่าวบางแหล่งอ้างว่าทางทีมพิจารณาตลาดฮ่องกงอยู่ด้วยเช่นกัน
ซื้อหุ้นแล้วจะได้ตั๋วเข้าไปดูฟรีไหม?
ที่มา - BusinessWeek
กระทรวงต่างประเทศแจง งานสัมมนาในหอการค้าญี่ปุ่นมีล่ามพร้อม
กระทรวงต่างประเทศชี้แจงกรณีนายกรัฐมนตรีไปกล่าวสุนทรพจน์ที่หอการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (Japan Chamber of Commerce and Industry - JCCI) ที่มีข่าวออกมาว่านายกกล่าวเป็นภาษาไทยโดยไม่มีล่ามนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นตามปกติเมื่องานมีข้อจำกัดเรื่องเวลา และในงานเองก็มีล่ามเตรียมไว้ให้กับนักธุรกิจไทยและญี่ปุ่นไว้พร้อม
กระทรวงต่างประเทศได้ทำหนังสือเพื่อชี้แจงไปยัง Wall Street Journal เพื่อทำความเข้าใจและแสดงความผิดหวังด้วย
ที่มา - กระทรวงต่างประเทศ
อินโดนีเซียเปลี่ยนนโยบายเหมืองแร่ ให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49%
รัฐบาลอินโดนีเซียออกข้อบังคับใหม่ห้ามไม่ให้ต่างชาติถือหุ้นในเหมืองแร่อินโดนีเซียเกินกว่า 49% จากเดิมที่ถือครองได้ 80%
อธิบดีกรมการพลังงานและเหมืองแร่ยืนยันว่าข้อบังคับนี้ไม่มีผลต่อใบอนุญาตเดิมที่ได้รับไปแล้ว แต่ฝั่งรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและทรัยากรธรณีกลับให้สัมภาษณ์ว่าสัญญาเดิมที่ทำไว้ก็ต้อง "เจรจากันใหม่"
เหมืองขนาดใหญ่ของอินโดนีเซียไม่ว่าจะเป็นเหมืองทอง, ถ่านหิน, สังกะสี, หรือทองแดง ล้วนมีต่างชาติลงทุนในสัดส่วนที่สูง
ที่มา - The Sydney Morning Herald
ยิ่งลักษณ์อธิบายแผนป้องกันน้ำท่วมที่หอการค้าญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเดินทางไปยังญี่ปุ่นในช่วงนี้ ภารกิจหลักคงเป็นการสร้างความมั่นใจถึงแผนการสร้างโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมมูลค่า 350,000 ล้านบาทว่าจะทำให้ประเทศไทยปลอดภัยจากภัยน้ำท่วมในอนาคตได้อย่างไรบ้าง
แต่การกล่าวสุนทรพจน์ที่หอการค้าญี่ปุ่น (Japanese Chamber of Commerce) เมื่อวันพุธที่ผ่านมาก็สร้างความประหลาดใจให้กับผู้เข้าฟังเมื่อนางสาวยิ่งลักษณ์กล่าวสุนทรพจน์เป็นภาษาไทยโดยไม่มีล่ามร่วมแปลให้ มีเพียงเอกสารที่แปลไว้ล่วงหน้าแจกให้ผู้เข้ารับฟัง
รายงานขององค์กรการค้านอกประเทศของญี่ปุ่น (Japan External Trade Organization) รายงานว่า 67% ของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในไทยหรือส่งออกสินค้ามายังประเทศไทยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่ผ่านมา
คงต้องถามไปยังรัฐบาลและกระทรวงต่างประเทศว่าเกิดอะไรขึ้นถึงไม่มีล่ามในการกล่าวสุทนรพจน์ครั้งนี้
ที่มา - Wall Street Journal
Eric Schmidt ขายหุ้นกูเกิลมูลค่า 1,450 ล้านดอลลาร์
หลังจาก Eric Schmidt ถอนตัวจากงานบริหารกูเกิลไป บทบาทของเขาในบริษัทก็น้อยลงเรื่อยๆ ล่าสุดเขาก็ยื่นแบบฟอร์มไปยังคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ โดยเป็นการขายหุ้นชนิด A ออกไป 2.4 ล้านหุ้น
หุ้นของกูเกิลนั้นแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ ชนิด A กับชนิด B โดยชนิด B นั้นมีเสียงโหวต 10 เสียง การขายครั้งนี้ในแง่เสียงโหวตแล้วจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก หุ้นที่อยู่ในมือ Schmidt ยังมีเสียงโหวตถึง 7.3% มูลค่ารวมกว่าสี่พันล้านดอลลาร์ โดยเขาให้เหตุผลของการขายว่าต้องการกระจายการลงทุนออกไป
แต่ความกังวลของผู้ถือหุ้นว่า Schmidt อาจจะหมดใจกับกูเกิลไปแล้วและอาจจะหางานอย่างอื่นทำต่อไปก็คงมีอยู่ โดยเฉพาะในช่วงหลังๆ ที่เขาไม่ได้ค่อยได้มีบทบาทอะไรอีก
ที่มา - The Register
เรื่องหนึ่งที่แอปเปิลสู้ไมโครซอฟท์กับกูเกิลไม่ได้ - การบริหารผลตอบแทนการลงทุน
ในด้านตัวเลขทางการเงินแล้วสิ่งที่บริษัทแอปเปิลถูกจับตามองอย่างมากคือเงินสดอันล้นเหลือ ซึ่งในรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ผ่านมานั้นมีสูงถึง 9.76 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว และคาดว่า ณ ขณะนี้แอปเปิลน่าจะมีเงินสดเกินแสนล้านดอลลาร์แล้ว จึงเกิดคำถามยอดนิยมในช่วงที่ผ่านมาจากผู้ถือหุ้นและนักวิเคราะห์ว่าแอปเปิลจะเอาเงินไปทำอะไรต่อ โดยที่ผ่านมาแอปเปิลยังปฏิเสธที่จะจ่ายออกมาเป็นเงินปันผล บอกแค่เพียงต้องเก็บไปใช้ลงทุนยามจำเป็น ถ้าเช่นนั้นแล้วทุกวันนี้เงินมหาศาลก้อนนี้แอปเปิลทำอะไรกับมันอยู่?
Richard Leong จากสำนักข่าว Reuters ได้ทำการตรวจสอบการบริหารเงินสดของแอปเปิลเพราะสำหรับบริษัทใดๆ ก็ตามแล้ว พวกเขาจะนำเงินสดส่วนที่เหลือใช้ไปเก็บไว้ในการลงทุนต่างๆ แทนที่จะฝากบัญชีธรรมดาซึ่งก็พบความน่าสนใจดังนี้ครับ
ในงบการเงินประจำปีสิ้นสุดเดือนกันยายนปี 2011 แอปเปิลรายงานว่าบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 8.16 หมื่นล้านดอลลาร์ และสามารถสร้างผลตอบแทนจากการนำเงินสดไปลงทุนได้เพียง 0.77% เท่านั้น แต่ยังเยอะกว่าผลตอบแทนปี 2010 ที่อยู่ที่ 0.75% โดยถ้าย้อนไปช่วงปี 2009 นั้นแอปเปิลสามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้ถึง 3.44% ซึ่งอ่านถึงตรงนี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผลตอบแทนปีที่ผ่านมานี้ช่างน้อยยิ่งนัก ลองเทียบกับฝากประจำระยะเวลา 1 ปีของธนาคารพาณิชย์ในไทยเฉลี่ยแล้วยังได้เยอะกว่านี้เลย
ซัมซุงเตรียมขายพันธบัตร ระดมทุนสร้างโรงงานผลิตชิป
Samsung Electronics เตรียมขายพันธบัตรแก่นักลงทุนต่างชาติ เพื่อนำเงินไปสร้างโรงงานผลิตชิปที่ใช้ในอุปกรณ์พกพาในเท็กซัส
การขายพันธบัตรแก่นักลงทุนต่างชาติรอบนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ซัมซุงทำตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจเอเชียในปี 1997 โดยจะออกผ่าน Samsung USA และตัวพันธบัตรจะมีช่วงเวลาจ่ายเงินคืนคือ 5 ปี
เหตุผลที่ซัมซุงเลือกออกพันธบัตรก็เพราะต้นทุนของการระดมทุนต่ำลง (จากวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐ ทำให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลที่เป็นมาตรฐานกลางต่ำลง) ทำให้ซัมซุงหาเงินลงทุนได้ในราคาถูก และสามารถสร้างโรงงานเพื่อแข่งขันในตลาดอุปกรณ์พกพาที่กำลังบูมได้
นักวิเคราะห์การเงินจากบริษัท Woori Investment ในเกาหลีใต้ประเมินว่าพันธบัตรของซัมซุงจะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดี เพราะนักลงทุนกำลัง "กระหาย" บริษัทที่มีเครดิตที่ดีในการลงทุน
ที่มา - Bloomberg
