Deutsche Post ยังคงกำไรดี ได้ประโยชน์จากอีคอมเมิร์ซ
ความนิยมติดต่อสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ตอาจจะทำให้คนส่งจดหมายแบบดั้งเดิมกันน้อยลง แต่บริษัท Deutsche Post ยังคงทำกำไรได้อย่างดี จากความนิยมซื้อของออนไลน์ ที่จำเป็นต้องใช้บริการขนส่งสินค้าผ่านไปรษณีย์กันมากขึ้น
Deutsche Post DHL บริษัทด้านไปรษณีย์และลอจิสติกส์ของเยอรมนีที่เป็นเจ้าของกิจการ DHL ประกาศผลกำไรในปี 2011 ที่ผ่านมา โดยกำไรสุทธิของบริษัทนั้นลดลงจากปีก่อนหน้า 54.2 เปอร์เซ็นต์ แต่ตัวเลขนี้เป็นผลทางบัญชีจากการขายกิจการ Postbank ไปก่อนหน้านี้
Deutsche Post คำนวณว่า หากตัดผลกระทบทางบัญชีจาก Postbank ออกแล้ว กำไรสุทธิของบริษัทเติบโตขึ้นถึง 50.6 เปอร์เซ็นต์ และในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานนั้น เพิ่มขึ้น 32.8% จาก 1.8 พันล้าน เป็น 2.4 พันล้านยูโร
กิจการไปรษณีย์ภายในประเทศของ Deutsche Post นั้นค่อนข้างทรงตัว โดยการส่งพัสดุจากพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากการส่งจดหมาย ในขณะที่บริการ DHL สร้างรายได้เพิ่มจากปีก่อนหน้า 18.6 เปอร์เซ็นต์ โดยได้ประโยชน์จากการเติบโตในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (emerging markets)
ที่มา - Financial Times, DP DHL Presentation
Arsenal เผยผลประกอบการ กำไรเกือบ 50 ล้านปอนด์
สโมสรฟุตบอลอาร์เซน่อลได้รายงานผลประกอบการ 6 เดือนหลัง ได้รายงานผลประกอบการ ซึ่งสโมสรสามารถทำกำไรได้ถึง 49.5 ล้านปอนด์ ซึ่งมากกว่าปี 2010 ซึ่งขาดทุนไป 6.1 ล้านปอนด์
กำไร 41.6 ล้านปอนด์ ส่วนหนึ่งมาจากการขายนักเตะเช่น ซาเมียร์ นาสรี่, เชส ฟาเบรกาส
อาร์เซน่อลมีเงินสดสำรองเพิ่มขึ้นจาก 110.4 ล้านปอนด์ เป็น 115.2 ล้านปอนด์ ซึ่งเหล่ากองเชียร์ของ Arsenal ได้แนะนำว่าควรให้เอาเงินเหล่านั้นไปซื้อนักเตะใหม่ๆ เพื่อไล่ล่าการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในอนาคต ซึ่งอาร์เซน่อลไม่ได้ครองแชมป์พรีเมียร์ลีกมาถึง 7 ปีแล้ว
ทางด้านอิวาน กาซิดิซผู้บริหารระดับสูงได้กล่าวว่า "สิ่งสำคัญที่เราต้องเข้าใจคือ เงินสดสำรองทั้งหมดที่เรามี เราไม่สามารถเอาไปซื้อนักเตะทั้งหมดได้ เรามีค่าใช้จ่ายสำหรับสโมสร เช่น ค่าเหนื่อยของนักเตะ เป็นต้น เราจึงต้องสำรองเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อการนี้"
ปัจจุบันสโมสรอาร์เซน่อลมีผู้หุ้นรายใหญ่โดยสแตน โครเอนเก้ซึ่งถือหุ้นอยู่ 67% และอลิชเชอร์ อุสมานอฟอีกประมาณ 29%
ที่มา: BBC News
แมนยูไนเต็ดเผยผลประกอบการ กำไรเพิ่ม หนี้ลด
สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเปิดเผยผลประกอบการของช่วงหกเดือนหลังของปี 2011 มีรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ามา 18 ล้านปอนด์ เป็น 175 ล้านปอนด์
เมื่อดูแยกตามแต่ละส่วนแล้ว รายได้จากทั้งส่วนของแมตช์การแข่งขัน สื่อ และโฆษณา ต่างเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าทั้งหมด
ในส่วนของหนี้ สโมสรมีหนี้ตอนปลายปี 2011 อยู่ที่ 439 ล้านปอนด์ ลดลงจากปลายปี 2010 ที่ 508 ล้านปอนด์
อย่างไรก็ตาม สโมสรมีต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้น และต้นทุนใช้จ่ายซื้อนักเตะเพิ่มขึ้น จากการที่ทุ่มเงินซื้อผู้เล่นใหม่เข้ามาช่วงกลางปีที่ผ่านมา ทั้งดาบิด เดเคอา. แอชลีย์ ยัง. และฟิล โจนส์
แม้ว่ารายได้ในครึ่งหลังของปี 2011 จะเพิ่มขึ้น แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดน่าจะประสบปัญหารายได้ลดลงในครึ่งแรกของปี 2012 จากการตกรอบการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกที่เป็นแหล่งรายได้ขนาดใหญ่ไป
รายงานของบริษัท ยังไม่เปิดเผยถึงการกระจายหุ้นในตลาดสิงคโปร์ ที่เคยมีการประกาศออกมาก่อนหน้านี้
ที่มา - BBC News, Financial Times
Telefonica ขาดทุนครั้งแรกในรอบ 9 ปีหลัง
Telefonica เป็นยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของสเปน (เจ้าของโอเปอเรเตอร์แบรนด์ Movistar) แต่นอกจากกิจการในสเปนแล้วยังให้บริการมือถือในกลุ่มประเทศละตินอเมริกาอีกหลายแห่ง รวมถึงเป็นเจ้าของเครือข่าย O2 ของอังกฤษด้วย
(ถ้าใครติดตามฟุตบอลสเปน อาจเคยเห็นโลโก้ของ Telefonica บนเสื้อของสโมสร Real Zaragoza บ้างนะครับ)
แต่ผลประกอบการไตรมาสที่สามของปี 2011 บริษัทกลับขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี (มูลค่าการขาดทุนคือ 429 ล้านยูโร)
สาเหตุของการขาดทุนเกิดจากเศรษฐกิจสเปนที่ตกต่ำ (ทำให้รายได้ของบริษัทในสเปนลดลง 9%) อย่างไรก็ตาม Telefonica ยังมีกิจการฟากละตินอเมริกาที่ยังไปได้สวยมาช่วยไม่ให้ยอดรวมขาดทุนมากเกินไป กิจการภูมิภาคละตินอเมริกาของ Telefonica กลายเป็นอนาคตใหม่ของบริษัท และมีส่วนแบ่งรายได้รวมกันถึงครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมดแล้ว
ผลประกอบการ ARM ไตรมาสสาม : ชิปบนสมาร์ทโฟนเกินพันล้าน ส่วนอื่นโตถึงร้อยละ 50
ARM Holding รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่สาม มีรายได้ 120.2 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 จากไตรมาสเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว และมีกำไรในจากการดำเนินงานร้อยละ 44 หรือ 55.8 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการเติบโตที่พุ่งไม่หยุดของตลาดสมาร์ทโฟนนั่นเอง
และถึงแม้ว่าธุรกิจเซมิคอนดัคเตอร์จะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ทว่าในไตรมาสนี้มีชิป ARM ที่ใช้ในสมาร์ทโฟนออกสู่ท้องตลาดมากกว่า 1 พันล้านชิ้น สุงกว่าไตรมาสเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 10 และถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์อื่นที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟนถึง 900 ล้านชิ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์พกพา โทรทัศน์ดิจิทัล และอุปกรณ์ในครัวเรือนต่างๆ โดยรวมแล้วสูงกว่าปีก่อนถึงร้อยละ 50 โดยเฉพาะในส่วนของชิปกราฟิก Mali เริ่มมีการนำไปใช้ในอุปกรณ์ชนิดอื่นที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟนบ้างแล้ว และคาดว่าจะเติบโตได้ดีในอนาคต
ที่มา - ARM Holding(PDF)
กำไร TSMC ไตรมาสสามร่วง ยันปีหน้าชิป 28 นาโนเมตรช่วยกระตุ้นตลาด
TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Co.) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศผลกระกอบการไตรมาสที่สาม กำไรสุทธิลดลงร้อยละ 35.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันเมื่อปีก่อน (YoY) เหตุจากความไม่มั่นใจในตลาด ส่งผลให้ยอดสั่งชิปลดลง
โดยกำไรสุทธิของไตรมาสที่สามอยู่ที่ 30.3 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน ลดลงจากปีก่อนที่ 46.9 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน และมียอดขายสุทธิ 106.4 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 5
ซีอีโอของ TSMC นายมอร์ริส ชาง บอกว่าลูกค้ารายใหญ่อย่าง NVIDIA, Qualcomm และ Texus Instrument ต่างพากันยกเลิกสต๊อกของเนื่องมาจากความไม่แน่นอนของตลาด ทั้งนี้ชางยังกล่าวเพิ่มว่าสภาพเศรษฐกิจของโลกที่ซบเซา ส่งผลต่อธุรกิจเซมิคอนดัคเตอร์มาก ทางบริษัทได้คาดการณ์ว่าตลาดนี้จะโตขึ้นเพียงร้อยละ 1 ในปีนี้ ซึ่งน้อยกว่าปีก่อนที่ร้อยละ 5 อย่างมาก แต่ในปีถัดไปยังคงเชื่อว่าการผลิตในสถาปัตยกรรมขนาด 28 นาโนเมตรจะช่วยกระตุ้นให้ยอดการเติบโตกลับไปที่ราวร้อยละ 3-5 ในปี 2012 ได้
ที่มา - PC World
ไตรมาสสองวอล-มาร์ต ยอดขายทั่วโลกดึงยอดโตอีก 5.7% แต่ในสหรัฐยังย่ำแย่
วอล-มาร์ต บริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สุดในโลกประกาศผลประกอบการไตรมาสที่สอง มียอดขายเพิ่มขึ้นอีก 5.7% ส่วนใหญ่มาจากการขยายตัวในส่วนต่างประเทศ ส่วนยอดขายในสหรัฐฯยังคงย่ำแย่ ยอดย่ำอยู่กับที่เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองของสหรัฐฯ
โดยในส่วนต่างประเทศมีการเติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของเมื่อปีก่อนที่มียอดเพิ่มขึ้นจาก 25.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯไปเป็น 30.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือโตขึ้นราว 16.2% คิดเป็นยอดขายราวหนึ่งในสี่ของยอดขายทั้งหมด ส่วนยอดขายในสหรัฐฯคงที่ราว 64.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วนิดหน่อยเพียง 0.4% เท่านั้น อีกส่วนธุรกิจนึงที่ทำผลงานได้ดีในตลาดสหรัฐคือ ร้าน Sam's Club ที่เป็นร้านค้าปลีกสำหรับสมาชิกเท่านั้น มียอดอยู่ที่ 13.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โตขึ้นจากปีก่อนราว 9.5
ทั้งนี้เพือรักษายอดขายเอาไว้ วอล-มาร์ตจึงต้องนำยุทธวิธี "ของถูกทุกวัน" ซึ่งเป็นปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของ Sam Walton ผู้ก่อตั้งบริษัท หลังจากที่ช่วงหลังเริ่มเสียลูกค้าไปจากการทำสงครามหั่นราคา และผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจอันย่ำแย่ของสหรัฐฯ
ที่มา - USA Today
แมคโดนัลด์รายงานผลประกอบการไตรมาสสอง, เตรียมเปิดร้านขนาดยักษ์ในโอลิมปิกลอนดอน
แมคโดนัลด์ บริษัทแฟรนไชส์อาหารจานด่วนที่ใหญ่ที่สุดในโลกประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2011 มีกำไรสุทธิ 1.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15% ส่วนตัวเลขยอดขายอยู่ที่ 6.9 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 16% โดยแผนการณ์เพิ่มเมนูจำพวกเครื่องดื่มได้แก่ กาแฟ น้ำผลไม้ปั่นเกล็ดหิมะ ช่วยกระตุ้นยอดขายได้ดี ส่งผลให้การเติบโตในตลาดโลกเพิ่มขึ้นอีก 5.6%
ทั้งนี้แมคโดนัลด์เพิ่งเปิดเผยแผนสร้างร้านขนาดใหญ่ให้ทันงานโอลิมปิกประจำปี 2012 ที่จัดขึ้น ณ กรุงลอนดอน โดยจะมีที่นั่งสำหรับรับรองลูกค้ามากถึง 1,500 คน ซึ่งจะกลายเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในละแวกนั้นทันที รวมถึงการเตรียมฉลองการเป็นร้านที่ขายดีที่สุดเป็นปีที่ 20 ติดต่อกันที่รัสเซียอีกด้วย
ที่มา - DailyFinance
