ญี่ปุ่นขาดดุลย์การค้าเป็นประวัติการณ์จากการหยุดใช้นิวเคลียร์, ขึ้นภาษีลดงบประมาณขาดดุลย์
อาการของเศรษฐกิจญี่ปุ่นหลังภัยพิบัติอาจจะหนักกว่าที่เราคิด เมื่อตัวเลขการส่งออกลดลงทั้งปี 9.3% ขณะที่ยอดนำเข้ากลับเพิ่มขึ้นถึง 9.8% จากการนำเข้าน้ำมันเพราะการหยุดใช้เตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์เกือบทั้งหมด 54 เตาหลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อปีที่แล้ว เหลือเพียง 2 เตาที่ยังทำงานอยู่ ส่งผลให้การนำเข้าเชื้อเพลิงฟอซซิลทุกประเภทพุ่งสูงขึ้นในทันที ขณะที่ค่าเงินเยนกลับแข็งค่าขึ้น ทำให้ยอดส่งออกลดลง
เตาปฎิกรณ์ทั้งหมดต้องถูกปิดเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยซ้ำ แม้แต่สองเตาที่กำลังทำงานอยู่เองก็มีคิวปิดทำงานในเดือนเมษายนนี้ ปัญหาค่าเชื้อเพลิงจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ญี่ปุ่นต้องฝ่าฟันต่อไป
ที่มา - BBC, Google News
พร้อมๆ กับภาวะขาดดุลย์การค้า ญี่ปุ่นเองมีปัญหาเรื่องหนี้สาธารณะอยู่มากถึง 228% ของ GDP รวมทั้งหมด 315 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินบำนาญผู้สูงอายุในญี่ปุ่นนั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้แตะระดับ 1 ล้านล้านเยน หรือ 378,000 ล้านบาทต่อปีเข้าไปแล้ว และคาดว่าในปี 2060 จะมีประชากรที่อยู่ในช่วงอายุรับเงินบำนาญถึง 40% ของประชากรประเทศ
ทางแก้ในช่วงนี้คือการขึ้นภาษีการขายอีกเท่าตัว จาก 5% จะขึ้นเป็น 8% ในปี 2014 และ 10% ในปี 2015
ที่มา - BBC
Shell และ Mitsubishi ได้สัมปทานบ่อน้ำมันทางภาคใต้ของอิรัก
Royal Dutch Shell และ Mitsubishi ได้ทำข้อตกลงมูลค่า 17,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสำรวจและขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ทางภาคใต้ของอิรักซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในเมือง Basra ในข้อตกลงนี้ได้มีการร่วมทุนระหว่างรัฐบาลอิรัก 51% Royal Dutch Shell 44% และ Mitsubishi อีก 5% ภายใต้ชื่อบริษัท Basra Gas ซึ่งเป็นการร่วมทุนครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของทางอิรักซึ่งมีระยะเวลาสัมปทานมากกว่า 25 ปี
ที่มา: BBC News
ExxonMobil จับมือ Rosneft ร่วมสำรวจหาพลังงานในมหาสมุทรอาร์กติกแถบรัสเซีย
ExxonMobil ยักษ์ใหญ่วงการพลังงานของโลกได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ Rosneft บริษัทปิโตรเลียมแห่งรัสเซีย ในแผนการสำรวจมหาสมุทรอาร์กติก เขตประเทศรัสเซีย หนึ่งในแหล่งน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือ Rosneft จะได้สิทธิ์ในการเข้าถึงแหล่งน้ำมันสำรองในอ่าวเม็กซิโก และรัฐเท็กซัสเป็นการแลกเปลี่ยน
ความร่วมมือในครั้งนี้มี Vladimir Putin นายกรัฐมนตรีแห่งรัสเซียมาร่วมในการเซ็นสัญญาระหว่างสองบริษัท ซึ่งจะมีมูลค่าสูงถึง 17.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับแผนการสำรวจ และวางโครงสร้างงานในรัสเซีย โดยมีแผนจะสร้างศูนย์วิจัยในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเป็นจำนวนเงินถึง 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
สัญญาพันธมิตรทางธุรกิจในครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งมหาสมุทรอาร์กติก 3 แห่งด้วยกัน โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และปฏิบัติการ
ทั้งนี้ ExxonMobil ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซีย ด้วยการปฏิรูปการจัดเก็บภาษีน้ำมัน และแก้เงื่อนไขการลงทุนของชาวต่างชาติ และบริษัทน้ำมันในประเทศรัสเซียเอง
สำหรับดีลการสำรวจในแถบมหาสมุทรอาร์กติกนี้ เคยมีบริษัทปิโตรเลียมสัญชาติอังกฤษอย่าง BP มายื่นข้อเสนอให้กับ Rosneft แต่ก็ถูกตีตกไปตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเนื่องจากปัญหาการเมืองภายในบริษัทเอง
ที่มา - Financial Times
