Credit Rating

บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือเยอรมันเสนอใช้ข้อมูลใน Social Network ประกอบการวิเคราะห์ความเสี่ยง

By: Flurrywong on Tue, 2012-06-19 16:35

ท่ามกลางความผันผวนที่เกิดจากวิกฤตในยุโรปและการจับตาผลการเลือกตั้งทั่วไปในกรีซ ในเยอรมันเองก็มีข่าวใหญ่เกี่ยวกับระบบการเงินซึ่งเป็นที่ฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในขณะนี้เช่นกัน

Der Spiegel นิตยสารข่าวรายสัปดาห์ของเยอรมันรายงานว่า SCHUFA บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ชื่อดังของเยอรมันมีแผนที่จะนำข้อมูลต่างๆ ของปัจเจกบุคคลที่อยู่ใน Social Network ชื่อดังอย่าง Facebook, Twitter และ Linkedin มาประกอบการพิจารณาความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระและความสามารถในการใช้หนี้ ซึ่งเมื่อทาง Der Spiegel ได้สอบถามความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักตรวจสอบเครดิตบูโรเยอรมันก็ไม่ได้รับคำตอบใดมากไปกว่า "เรื่องนี้จะต้องทำภายใต้กรอบของกฎหมายเยอรมัน" และจากข่าวดังกล่าวทำให้ในเยอรมันตอนนี้มีการประกาศขาย Profile Facebook ที่แสดงถึงศักยภาพในการชำระคืนเงินกู้ที่ดีให้แก่ผู้ที่ยอมจ่ายเงินสูงสุดไปเรียบร้อย

คหสต. ผู้เขียน- ต่อไปคนไทยเราอาจจะมีรายได้เสริมด้วยการขาย Profile Facebook หรือ Account Twitter ให้ชาวเยอรมันก็เป็นได้นะ เพราะ Facebook คนไทยส่วนใหญ่มีแต่รูปเที่ยวต่างประเทศ กินอาหารดีๆ เดินห้างหรูๆ กันทั้งนั้น :P

ที่มา - The Huffington Post

สเปนถูกปรับลดระดับความเชื่อถือลงมาอยู่ที่ BBB

By: toandthen on Fri, 2012-06-08 11:22

Fitch ได้ออกมาตัดเรทติ้งความน่าเชื่อถือของประเทศสเปนอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ระดับความน่าเชื่อถือของสเปนอยู่ที่ BBB แค่สองอันดับสูงกว่าระดับ "ขยะ" หลังจากที่มีความเชื่อว่าจำนวนเงินที่สเปนต้องการใช้ในการกู้เศรษฐกิจของประเทศตัวเองนั้นมากกว่าที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้อยู่มาก

ล่าสุดในการประมูลพันธบัตรของรัฐบาลสเปนนั้น ผลตอบแทนที่รัฐบาลสเปนจะต้องให้กับผู้ถือหนี้อยู่ที่ 6.044% มากกว่าเดิม 5.743% ทำให้รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของประเทศสเปนได้ออกมาบอกว่าประเทศของตน แทบจะถูกตัดออกจากการเข้าถึงแหล่งเงินเลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้หลาย ๆ สถาบันเชื่อว่าสเปนต้องการเงินอย่างน้อยหกหมื่นล้านยูโร ไปจนถึงหนึ่งแสนล้านยูโรในการกอบกู้ระบบการเงินของประเทศ แต่สุดท้ายแล้วหากซีกการเงินของประเทศต้องการเงินมากกว่านี้ ธนาคารในประเทศอาจจะต้องหันไปหารัฐบาลของตัวเองหรือไม่ก็สหภาพยุโรป ในการขอความช่วยเหลือทางด้านการเงิน

อย่างไรก็ตาม Angela Merkel ผู้นำของเยอรมนียังแสดงจุดยืนที่มั่นคง และบอกว่าสหภาพยุโรปไม่ว่าเหตุการณ์จะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม จะพร้อมที่จะยื่นมือเข้าช่วยเสมอ

ที่มา - BBC

ทุบสถิติใหม่ ชาวสเปนตกงานสูงถึง 5.64 ล่้านคน

By: toandthen on Mon, 2012-04-30 09:41

ตัวเลขผู้ว่างงานในประเทศสเปนปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาสูงถึง 5,639,500 คน ซึ่งคิดเป็นอัตราว่างงานเท่ากับ 24.4% หรือว่าง่าย ๆ เกือบ 1 ส่วน 4 ของประเทศ นับว่าเป็นอัตราว่างงานที่สูงที่สุดในสหภาพยุโรป โดยตัวเลขดังกล่าวถือว่าเป็นการยืนยันว่าประเทศกำลังพบกับห้วงเวลาเศรษฐกิจถดถอย

รัฐบาลสเปนกล่าวว่าตลาดแรงงานภายในประเทศจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ได้แก่ การยกเลิกการจ่ายเงินชดเชยโดยนายจ้าง และการจำกัดการขึ้นเงินเดือนทุกชนิด ที่อาจส่งผลให้เงินเฟ้อมากขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เริ่มทำให้สหภาพแรงงานต่าง ๆ ไม่พอใจ และขู่ว่าจะเริ่มนัดหยุดงานประท้วง

หัวหน้าฝ่ายเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร HSBC กล่าวว่า พวกเขาเริ่มที่จะเห็นปัญหาในสเปน คล้ายกับปัญหาในประเทศกรีซมากยิ่งขึ้น และทุกครั้งที่ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง รัฐบาลเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวด้วยการเริ่มมาตรการรัดเข็มขัด และผลที่ตามมาก็คือประเทศจะต้องเดินถอยหลังอีกสองก้าวเสมอ

ในขณะนี้ผลตอบแทนของพันธบัตร 10 ปีของประเทศเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.96% จากเดิมซึ่งอยู่ที่ 5.81% แสดงให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มกลัวว่าสเปนจะไม่สามารถจ่ายหนี้คืนได้ เช่นเดียวกับเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่ S&P ได้ปรับลดระดับความน่าเชื่อถือของสเปนมาอยู่ที่ BBB+ แทน

ที่มา - BBC

ฟิทช์ปรับลดความน่าเชื่อถือโนเกียลงอยู่ในระดับ "ขยะ"

By: Blltz on Wed, 2012-04-25 22:49

ฟิทช์ บริษัทจัดระดับความน่าเชื่อถือได้ออกมาลดระดับความน่าเชื่อถือของโนเกียเป็น "ขยะ" โดยประเมินจากประสิทธิภาพของโนเกียต่อตลาดมือถือ และหนี้ที่มีอยู่

หลังจากโนเกียที่หันมาจับมือกับไมโครซอฟท์ เพื่อเป็นขั้วที่สามไปต่อกรกับสองขั้วแรกในโลกมือถืออย่างกูเกิล และแอปเปิล จนถึงบัดนี้แม้ว่าจะดูดีขึ้น แต่จากยอดขายของสมาร์ทโฟนซีรีส์ Lumia (ที่ใช้ Windows Phone) ยังไม่ดีพอที่จะชดเชยกับยอดขายของมือถือรุ่นเก่าที่เคยเป็นบ่อเงินสำคัญให้กับบริษัทในอดีต ที่กำลังลดลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

หลังจากฟิทช์ประกาศออกไป โนเกียได้ออกมาตอบโต้โดยระบุว่าบริษัทยังมีเงินสดสุทธิอยู่ถึง 4,900 ล้านยูโร และกำลังอยู่ในช่วงลดต้นทุนทำให้บริษัทจะยังคงรักษาสถานะทางการเงินให้แข็งแกร่งไว้ได้ แต่ถึงกระนั้นฟิทช์ก็ยังบอกว่าเงินสดของโนเกียจะหมดลงภายใน 18 เดือน หากว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น

ก่อนหน้านี้มู้ดดี้ส์เองก็ออกมาปรับระดับความน่าเชื่อถือของโนเกียจาก BB+ ลงเหลือ BBB- มาแล้ว และจะยิ่งลงไปอีก ถ้าหากว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น

ที่มา - REUTERS, Nokia

S&P ปรับความน่าเชื่อถือของกรีซเป็น "ผิดนัดชำระหนี้บางส่วน"

By: medkung on Tue, 2012-02-28 13:16

S&Pได้ประกาศความน่าเชื่อถือของกรีซเป็น "ผิดนัดชำระหนี้บางส่วน" ภายหลังข้อตกลงที่กรีซได้ตกลงกับเจ้าหนี้ในการปรับโครงสร้างหนี้ด้วยวิธีแลกเปลี่ยนพันธบัตรเพื่อลดหนี้สิน

S&P ได้กล่าวว่าภายหลังข้อตกลงของกรีซที่ตกลงกับเจ้าหนี้ทำให้ S&P ปรับความน่าเชื่อถือใหม่หลังจาก S&P ประกาศความน่าเชื่อถือครั้งแรกของกรีซเป็น "ขยะ" ซึ่งเป็นในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในการปรับอันดับความน่าเชื่อถือ หลังจากรัฐบาลกรีซได้อนุมัติรับการช่วยเหลือเป็นเงินจำนวน 130,000 ล้านยูโร

ทางด้านนักลงทุนภาค​เอกชนที่ถือครองพันธบัตรของกรีซก็ยินยอมรับ​การขาดทุน​ ด้วย​การยอมรับ​เงื่อน​ไข​การปรับลดมูลค่าหน้าตั๋วพันธบัตรลง 53.5% ​ซึ่ง S&P ประเมินไว้ที่ 50% ซึ่งแสดงว่าศักยภาพในการชำระหนี้ของกรีซยังอ่อนแออยู่มาก

S&P ได้กล่าวต่ออีกว่าหากการแลกเปลี่ยนพันธบัตรสำเร็จแล้วนั้นน่าจะมีการปรับเครดิตเพิ่มขึ้นเป็น CCC จาก CC ซึ่งสะท้อนว่าแนวโน้มการเงินของกรีซน่าจะดีขึ้นในอนาคต

ที่มา: BBC News, มติชน

อินโดนิเซียได้รับสถานะความน่าเชื่อถือที่สูงขึ้น

By: toandthen on Thu, 2012-01-19 14:46

แม้ว่าเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ ในทวีปยุโรปจะได้รับการ "ลดระดับความน่าเชื่อถือ" กันถ้วนหน้าแล้ว แต่ในซีกโลกนี้หลาย ๆ อย่างก็ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ล่าสุดมู้ดดี้ส์ได้ปรับเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือของประเทศอินโดนิเซียแล้ว จากเดิมอยู่ที่ Ba1 ไปเป็น Baa3 โดยถือว่าเป็นระดับที่ "เหมาะสม" แก่การลงทุนแล้ว โดยก่อนหน้านี้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายใหญ่อีกรายอย่าง Fitch ก็ได้เพิ่มระดับให้กับอินโดนิเซียไปแล้ว

สำหรับเหตุผลที่มู้ดดี้ส์ได้ปรับเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือนั้น มาจากความสามารถของประเทศที่จะลดอัตราส่วนหนี้ต่อผลผลิตมวลรวมของประเทศได้ และคาดว่าในอนาคตอินโดนิเซียน่าจะมีเศรษฐกิจที่แข็งแรงขึ้นอีกโดยการเติบโตของประเทศ น่าจะมาจากการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ของประเทศ

จากการคาดการณ์เชื่อว่า การเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือ น่าจะส่งผลให้เม็ดเงินการลงทุนจากต่างชาติจะเข้าไปในเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้อย่างอินโดนิเซียแน่นอน โดยในขณะนี้ระดับความน่าเชื่อถือของประเทศอินโดนิเซียอยู่ในระดับเดียวกันกับอินเดีย

ที่มา - BBC

พันธบัตรระยะสั้นที่มีผลตอบแทนติดลบคืออะไร ทำไมคนถึงลงทุนทั้งที่รู้ว่าผลตอบแทนติดลบ

By: Flurrywong on Fri, 2012-01-13 02:11

จากข่าว เยอรมันออกพันธบัตรระยะสั้นที่มีผลตอบแทนติดลบ อาจทำให้หลายๆ คนที่อ่านข่าวนี้งงกันไปไม่มากก็น้อย เลยขออนุญาตเขียนเอนทรี่นี้ขึ้นมาเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับข่าวดังกล่าวให้มากขึ้นค่ะ

สินทรัพย์ที่เราเรียกว่าพันธบัตรระยะสั้นหรือ Treasury Bill นั้น เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและไม่มี Coupon Rate แต่จะอาศัยการขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว ( Face Value) และซื้อคืนเมื่อครบกำหนด (Maturity Date) ในระดับราคาหน้าตั๋วแทน ซึ่งส่วนต่างระหว่างราคาที่ซื้อมากับราคาหน้าตั๋วก็คือสิ่งที่เราเรียกว่าผลตอบแทน ( Yield) ของพันธบัตรระยะสั้น แต่สำหรับในกรณีที่เกิดขึ้นในข่าวนี้เราจะพบในทางกลับกัน คือรัฐจะกำหนดให้ซื้อในระดับที่สูงกว่าราคาหน้าตั๋วแทนค่ะ ทำให้ผลตอบแทนที่ได้กลายเป็นติดลบแทนที่จะเป็นบวกเหมือนในกรณีปกติ

ฮังการี ถูกลดระดับความน่าเชื่อถือเป็น "ขยะ" โดยสถาบันเรทติ้งรายที่สามแล้ว

By: toandthen on Sun, 2012-01-08 16:46

Fitch เป็นอีกหนึ่งสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน ที่ได้ปรับลดเรทติ้งของประเทศฮังการี มาอยู่ในหมวด "ขยะ" หลังจากที่มู้ดดี้ส์กับ Standard and Poor's ได้ปรับลดความน่าเชื่อถือของฮังการีมาอยู่ในระดับดังกล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว

ปัญหาของประเทศฮังการีในตอนนี้คือเรื่องการขอการช่วยเหลือจาก IMF ก้อนใหม่ หลังจากที่ประเทศประสบกับปัญหาอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศ ที่ใช้สกุลเงินสวิสฟรังส์เป็นหลัก โดยก่อนหน้านี้การกระทำดังกล่าวเป็นที่นิยมเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า แต่สุดท้ายแล้วกลับต้องเจอปัญหาการผ่อนจ่ายชำระหนี้คืน เพราะสกุลเงินท้องถิ่นของฮังการี "ฮังกาเรียน โฟรินท์"​ เริ่มลดค่าลง

นอกจากนี้ รัฐบาลเอียงขวาของประเทศยังมีมาตรการแทรกแซงสถาบันทางการเงินต่าง ๆ ของประเทศอีกด้วย ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในหมู่นักลงทุน และทำให้การเจรจาเรื่องหนี้ของประเทศกับ IMF และ EU ซับซ้อนไปกว่าเดิม Fitch จึงจำเป็นที่จะต้องลดระดับความน่าเชื่อถือของฮังการีในที่สุด

ที่มา - BBC

S&P ปรับลดความน่าเชื่อถือของธนาคารในสหรัฐ

By: medkung on Wed, 2011-11-30 14:28

S&P ได้ปรับและทบทวนความน่าเชื่อถือธนาคารชั้นนำของโลกกว่า 37 แห่ง ซึ่งการปรับลดเครดิตดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับการพิจารณาในอุตสาหกรรมธนาคารซึ่งมีเงื่อนไขที่นำเข้ามาพิจารณาใหม่หลังจาก S&P ศึกษามากว่า 1 ปี เช่น วิธีการหาเงินทุน สภาพคล่องของธนาคาร มาตรฐานทางการเงิน ซึ่งทำให้สถาบันทางการเงินต่างๆ สามารถพัฒนาความน่าเชื่อถือได้หากมีสภาพทางการเงินมั่นคง ในการปรับความน่าเชื่อถือดังกล่าวได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารดังของสหรัฐอเมริกาเช่น Goldman Sachs และ Citigroup ปรับลดจาก "A" ไปเป็น "A-" ส่วนทางด้าน Bank Of America ปรับลดลงจาก "A+" ไปเป็น "A" ส่วนธนาคารดังๆ ในอังกฤษเช่น Barclays, Royal Bank Of Scotland ก็โดนปรับลดเครดิตเช่นกัน ส่วนในฝั่งยุโรปเช่น ING Group, Deutsche Bank ไม่โดนปรับลดความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตามทาง S&P ได้ปรับเพิ่มความน่าเชื่อถือของธนาคารจีนสองธนาคารได้แก่ Bank Of China และ China Construction Bank จาก "A-" ปรับเพิ่มเป็น "A"

ที่มา: BBC News, NPR, Bloomberg, กรุงเทพธุรกิจ

เอสแอนด์พีคงระดับความน่าเชื่อประเทศไทยที่มีเสถียรภาพ

By: arjin on Wed, 2011-11-23 11:09

บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน Standard & Poor's หรือเอสแอนด์พี ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อพันธบัตรสกุลเงินต่างประเทศของรัฐบาลไทยที่ BBB+/A-2 และ A-/A-2 สำหรับพันธบัตรสกุลเงินบาท โดยให้แนวโน้มระยะยาวยังมีเสถียรภาพ

นักวิเคราะห์ด้านเครดิตของเอสแอนด์พีมองว่าประเทศไทยแม้จะประสบปัญหาน้ำท่วม ที่ส่งผลอย่างมากในพื้นที่เมืองหลวงและนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่ง แต่สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดการใช้จ่ายและลงทุนด้านโครงสร้างจากฝั่งรัฐบาลมากขึ้น รวมถึงมีการให้เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยซึ่งด้วยสถานะทางการคลังที่มั่นคงของรัฐบาลก็จะไม่ส่งผลลบมากนัก

เอสแอนด์พีระบุว่าอาจพิจารณาเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือประเทศไทยขึ้นอีกถ้าสถานการณ์ทางการเมืองมีความมั่นคงมากขึ้น

ที่มา: The Edge Malaysia

Pages

Subscribe to RSS - Credit Rating