Copyright

นักสร้างหนังยื่นฟ้องเรื่องลิขสิทธิของเพลง Happy Birthday

By: mr_tawan on Mon, 2013-06-17 16:19

ทุกคนคงรู้จักเพลง Happy Birthday และก็คงได้ร้องเพลงนี้ปีละหลายครั้ง แต่หลายคนคงไม่ทราบว่า Warner/Chappell Music ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Time Warner อ้างว่าตนเป็นเจ้าของลิขสิทธิเพลงนี้ Warner/Chappell Music สามารถทำรายได้ได้ถึงปีละ 2 ล้านเหรียญสหรัฐจากการเก็บค่าใบอนุญาตการใช้งานเพลงนี้จากบรรดารายการทีวีต่าง ๆ

แต่ลิขสิทธิของเพลงนี้แท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้เป็นของ Warner/Chappell Music เมื่อนักสร้างสารคดีอย่าง Good Morning To You ได้ยื่นฟ้องในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าลิขสิทธิของเพลงนี้นั้นหมดอายุไปนานแล้ว และมีเพลงอื่น ๆ ที่มีเนื้อเพลงเหมือนกับเพลงนี้มากอย่าง Good Morning to All ที่ตีพิมพ์ในหนังสือ Song Stories for the Kindergarten ในปี 1893 ซึ่งเป็นการเผยแพร่ก่อนที่จะมีการอ้างความเป็นเจ้าของในปี 1935 ของ Warner/Chappell Music

ที่จริงมีการพยายามพิสูจน์ว่าลิขสิทธิของเพลงนี้ไม่ได้เป็นของ Warner/Chappell Music มาอย่างต่อเนื่อง จากการค้นคว้าเอกสารจากมหาวิทยาลัย George Washington นั้นพบว่า เพลงนี้ไม่ได้คุ้มครองด้วยลิขสิทธิค่อนข้างแน่นอน เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นผู้ประพันธ์, คำประกาศลิขสิทธิที่ไม่สมบูรณ์, และความล้มเหลวในการยื่นขอต่ออายุลิขสิทธิใหม่

คดีนี้กำลังจะเป็นการดำเนินคดีกลุ่ม (Class Action) โดยผู้ฟ้องร้องหวังว่าผู้ที่เคยจ่ายค่าใบอนุญาตทุกคนจะได้รับการเงินชดเชยจาก Warner/Chappell Music ครับ

ที่มา: Ars Technica

อุตสาหกรรมสื่อเบลเยี่ยมฟ้องขอค่าธรรมเนียมอินเทอร์เน็ต 3.4%

By: lew on Fri, 2013-05-03 17:37

สมาคมนักประพันธ์, นักแต่งเพลง, และสำนักพิมพ์แห่งเบลเยี่ยมฟ้องต่อศาลขอให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจ่ายค่าธรรมเนียม 3.4% จากรายได้เพื่อชดเชยค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์

อีกประเทศที่มีการเก็บภาษีสินค้าหรือบริการที่อาจจะนำไปสู่การละเมิดลิขสิทธิ์ได้แก่แคนาดาที่มีการเก็บภาษีซีดีเปล่าที่ระบุว่า "สำหรับการบันทึกเพลง"

ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มเข้าเจรจากับกลุ่มผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมาก่อนแล้วตั้งแต่ปี 2011 แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงต้องฟ้องศาล

ที่มา - ArsTechnica, TechWorld

ผลวิจัยยุโรป ไม่พบหลักฐานว่าการดาวน์โหลดเพลงผิดกฎหมาย ทำให้ยอดขายออนไลน์ลดลง

By: chayaninw on Tue, 2013-03-26 16:55

งานวิจัยจาก Institute for Prospective Technological Studies (หน่วยงานของ Joint Research Centre ของคณะกรรมาธิการยุโรป) ได้นำเสนอผลการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคงานเพลงบนอินเทอร์เน็ตใน 5 ประเทศในยุโรป ซึ่งได้ผลออกมาว่า การดาวน์โหลดงานเพลงแบบผิดกฎหมายนั้นไม่มีผลทดแทนการซื้อเพลงออนไลน์แบบถูกกฎหมายแต่อย่างใด

ผลงานวิจัยของ Luis Aguiar และ Bertin Martens ซึ่งใช้ชื่อว่า Digital Music Consumption on the Internet: Evidence from Clickstream Data ได้นำข้อมูลจาก Nielsen NetView ซึ่งเก็บข้อมูลตัวอย่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยข้อมูลที่ผู้วิจัยใช้นั้น ประกอบด้วยข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ตจากประชากรห้าประเทศขนาดใหญ่ ได้แก่ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน และสหราชอาณาจักร แต่ละประเทศประกอบด้วยกลุ่มตัวอย่างจำนวน 5,000 คน ข้อมูลของแต่ละคนประกอบด้วยข้อมูลด้านเศรษฐกิจสังคม เช่น เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ รายได้ครัวเรือน ฯลฯ และข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการคลิกเข้าเว็บไซต์ทั้งหมดในช่วง 1 มกราคม 2011 ถึง 31 ธันวาคม 2011 มีข้อมูลเป็น URL ที่เข้า เวลาที่เข้า ระยะเวลาที่เข้า และหมวดหมู่เนื้อหาของหน้าเว็บดังกล่าว ซึ่งเว็บไซต์ท้ังหมดจัดได้เป็น 15 หมวดหมู่หลัก และ 83 หมวดหมู่ย่อย

คดีหนังสือมือสองในสหรัฐฯ ถึงจุดสิ้นสุด ศาลสูงสุดระบุการขายสินค้ามือสองได้รับความคุ้มครองแม้ข้ามประเทศ

By: lew on Wed, 2013-03-20 02:47

คดีของดร.สุภาพ เกิดแสง กับสำนักพิมพ์ John Wiley & Sons กลายเป็นคดีที่วางแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคครั้งใหญ่อีกครั้งในสหรัฐฯ เมื่อศาลสูงสุด (Supreme Court) กลับคำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ทั้งหมด โดยระบุว่าการกระทำของดร.สุภาพทั้งหมดได้รับความคุ้มครองจาก "หลักการขายครั้งแรก" (first sale doctrine) ที่ถูกวางรากฐานไว้ด้วยคำพิพากษาของศาลสูงเอง และถูกตราเป็นกฎหมายในมาตรา 109 ของประมวลกฎหมายสหรัฐฯ และค่าปรับมูลค่า 600,000 ดอลลาร์เป็นอันตกไป

หลักการขายครั้งแรก ระบุให้ผู้ที่ซื้อทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วสามารถขายต่อ หรือให้ยืมโดยไม่หวังกำไร จากสินค้าที่ซื้อไปแล้วได้ หลักการนี้ได้รับการยอมรับในสหรัฐฯ มาเป็นเวลานานแต่ในกรณีของดร.สุภาพ เป็นการนำหนังสือเรียน (ของจริง) จากนอกสหรัฐฯ ไปขายในสหรัฐฯ ทำให้สำนักพิมพ์โต้แย้งว่าสำนักพิมพ์มีสิทธิที่จะตั้งราคาหนังสือนอกสหรัฐฯ ได้ตามต้องการโดยไม่ควรมีใครสามารถทำกำไรจากความต่างของราคาได้

ความสำคัญของคดีนี้คือหลักการที่ให้สิทธิในการขายสินค้ามือสองจะได้รับความคุ้มครองแม้เป็นการส่งออกข้ามประเทศหรือไม่ ผู้ค้าในอินเทอร์เน็ตกังวลเพราะเกิดความเสี่ยงทางกฎหมาย เช่น ซีดีเก่าแก่หายากที่วางขายในบางประเทศจะไม่สามารถส่งออกข้ามประเทศได้เพราะเป็นการละเมิดลิขสิทธิที่นำสินค้าทรัพย์สินทางปัญญามาขายในประเทศที่มีผู้ขายที่ได้รับอนุญาต

คำพิพากษาระบุว่ามาตรา 109 ไม่มีข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ใดๆ แต่ระบุเพียงว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ "สร้างขึ้นอย่างถูกกฎหมาย" ซึ่งการทำสำเนาสำหรับขายต่างประเทศก็เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นอย่างถูกกฎหมายเช่นกัน และการเพิ่มข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์จะทำให้จุดมุ่งหมายของกฎหมายลิขิสิทธิ์ที่ "สนับสนุนความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และศิลปะที่เป็นประโยชน์" ผิดไป

ที่มา - ArsTechnica, Supreme Court (PDF)

ศาลฎีกาแคนาดาตัดสินคดีลิขสิทธิ์ เคลียร์ประเด็นเพลงออนไลน์

By: chayaninw on Fri, 2012-07-13 14:14

ศาลฎีกาของแคนาดา ได้ตัดสินคดีห้าคดีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านลิขสิทธิ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สร้างมาตรฐานเกี่ยวกับการเก็บค่าธรรมเนียมของเจ้าของสิทธิงานดนตรีกับการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ที่ประกอบไปด้วยการซื้องานเพลงออนไลน์ การใช้บริการสตรีมเพลง การซื้อขายเกมที่มีดนตรีประกอบผ่านช่องทางออนไลน์ และการให้บริการฟังตัวอย่างเพลงของร้านค้าเพลงออนไลน์ด้วย

ในคดีที่เกี่ยวกับการดาวน์โหลดเพลงผ่านอินเทอร์เน็ต ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า การซื้องานดนตรีโดยดาวน์โหลดผ่านอินเทอร์เน็ต มีค่าเท่ากับการซื้องานผ่านทางช่องทางดั้งเดิมเช่นการซื้อซีดี ไม่เข้าข่ายการสื่อสารต่อสาธารณะ ที่ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์พยายามกล่าวอ้าง ก่อนหน้านี้ ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ ตีความว่าการให้ดาวน์โหลดเพลงนั้นเป็นการสื่อสารผ่านทางเครือข่ายโทรคมนาคมที่กฎหมายระบุ (ซึ่งใช้หมายถึงการเผยแพร่แบบในวิทยุ)

ในคดีเดียวกัน ศาลยังได้ตัดสินด้วยว่า การให้บริการสตรีมเพลง (streaming) นั้นมีความแตกต่างจากการขายเพลงทางอินเทอร์เน็ต โดยมีลักษณะของการสื่อสาร แม้ว่าบริการนั้นจะมีลักษณะออนดีมานด์ที่ผู้ใช้บริการผู้เรียกเพลงที่จะฟังและไม่ได้มีการรับฟังพร้อมกันก็ตาม ทำให้บริการสตรีมเพลงนั้นจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับสิทธิในการกระจายเสียง

ในอีกคดีหนึ่ง ฝั่งตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ได้เรียกร้องให้มีการจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับการให้บริการฟังตัวอย่างงานเพลงก่อนที่จะซื้อผ่านทางบริการขายออนไลน์ โดยระบุว่าเป็นการใช้งานในเชิงพาณิชย์ ในกรณีนี้ ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า การให้ฟังตัวอย่างเพลงนั้นเข้าข่ายการใช้งานค้นคว้า นับเป็นการใช้งานโดยชอบธรรม ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้งานเพิ่มเติม หากคำตัดสินศาลออกมาในทางตรงกันข้ามแล้ว บริการขายเพลงออนไลน์ก็จะต้องจ่ายเงินให้กับตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์สำหรับการให้บริการตัวอย่างเพลงด้วย

ศาลฎีกาได้เน้นย้ำว่า หลักการลิขสิทธิ์นั้นควรเป็นกลางต่อเทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดจำหน่าย โดยในคดีระหว่างตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ดนตรี กับฝั่งผู้ผลิตเกม ศาลได้ตัดสินว่า การดาวน์โหลดเกมที่มีดนตรีประกอบนั้น ไม่ถือเป็นการสื่อสารต่อสาธารณะผ่านทางโทรคมนาคม เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงไม่มีสิทธิเรียกเก็บเงินเพิ่มจากการที่เกมนั้นถูกดาวน์โหลดผ่านทางอินเทอร์เน็ตแทนที่จะเป็นการซื้อเกมที่ร้านหรือทางไปรษณีย์

นอกจากนี้ ศาลยังได้ตัดสินคดีเกี่ยวกับการถ่ายเอกสารหนังสือเพื่อใช้ในการประกอบการเรียน โดยศาลได้ตัดสินว่าการถ่ายเอกสารส่วนสั้นๆ ของหนังสือโดยอาจารย์เพื่อให้นักเรียนใช้นั้น เข้าข่ายการใช้งานโดยชอบธรรม ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่ม ซึ่งเป็นการพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ที่คัดค้านคำตัดสินของคณะกรรมการลิขสิทธิ์ (Copyright Board) ก่อนหน้านี้

ที่มา - CBC, คำตัดสิน (CBC)

BitTorrent มีผลกับภาพยนตร์ที่เปิดตัวในต่างประเทศช้า

By: lew on Sun, 2012-02-12 11:45

การแชร์ไฟล์ผ่านเครือข่ายอย่าง BitTorrent นั้นเป็นเป้าให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์ว่าเป็นต้นเหตุแห่งการละเมิดลิขสิทธิ์มาโดยตลอด งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมินเนโซตา ได้ศึกษาว่าโปรโตคอลนี้เป็นสาเหตุแห่งการละเมิดลิขสิทธิ์จริงหรือไม่ โดยเปรียบเทียบอัตราการลดลงของรายได้ภาพยนตร์ที่เข้าฉายในต่างประเทศช้ากว่าสหรัฐฯ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วระยะเวลาที่เข้าฉายช้าลงจะทำให้รายได้นั้นลดลงไปตามระยะเวลา

รายงานระบุว่าหลังจากปี 2004 ช่วงเวลาที่เข้าฉายในต่างประเทศช้าลง ทำให้รายได้ของภาพยนตร์ในต่างประเทศลดลงรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะภาพยนตร์ในหมวด Sci-Fi นั้นมีอัตราการลดลงของรายได้อยู่ที่ 2% ต่อสัปดาห์ที่ฉายช้ากว่าสหรัฐฯ หลังจากปี 2004 เป็นต้นมา ขณะที่ก่อนหน้านั้นอัตราการลดลงของรายได้อยู่ที่ 0.7% เท่านั้น ขณะที่ภาพยนตร์หมวดอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบในรูปแบบเดียวกันแต่เบากว่าโดยรวมแล้วหลังปี 2004 เป็นต้นมา อัตราการลดลงของรายได้เพิ่มขึ้น 0.7% จากช่วงก่อนหน้า โดยตัวงานวิจัยได้ข้อสรุปว่าการเปิดตัวภาพยนตร์ในต่างประเทศให้เร็วขึ้น น่าจะเป็นวิธีการที่ได้ผลสำหรับการต่อสู้กับการละเมิดลิขสิทธิ์

เรื่องน่าสนใจคืองานวิจัยนี้ใช้ปี 2004 เป็นจุดตัดโดยอ้างว่าเป็นปีหลังการเปิดตัว BitTorrent ทั้งที่ BitTorrent เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2001 และควรระวังว่างานวิจัยนี้ยังอยู่ในขั้นร่างเท่านั้น

ที่มา - SSRN, TorrentFreak

ศาลสหราชอาณาจักรพิพากษาให้รูปถ่ายคนละรูปกันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

By: lew on Thu, 2012-01-26 22:25

ศาลสิทธิบัตรแห่งลอนดอนได้พิพากษาคดีลิขสิทธิ์ภาพของ Temple Island Collection ว่าถูกละเมิดโดยภาพที่ใช้ทำเป็นฉลากสินค้าของ New English Teas ที่เป็นภาพรถเมลสองชั้นสีแดงในลอนดอนวิ่งที่อยู่ในถนนในมุมที่ฉากหลังเป็นอาคารรัฐสภา โดยฉากหลังทั้งหมดเป็นภาพขาวดำ และตัวรถเมลเป็นสีแดง แม้ว่าภาพทั้งสองจะถูกถ่ายกันในเวลาที่ต่างกันก็ตาม

ผู้พิพากษา Birss QC ยอมรับว่าการตัดสินว่ามีการละเมิดหรือไม่จากองค์ประกอบภาพ เช่น ฟ้าใส, อาคารรัฐสภาในภาพขาวดำ และรถเมลสีแดงนั้นเป็นการละเมิดหรือไม่ แต่ผลคำตัดสินก็ออกมาว่าความเหมือนของสองภาพนั้นมีน้ำหนักเพียงพอ โดยผู้พิพากษาได้ให้เหตุผลว่าภาพถ่ายนี้ไม่ใช่เพียงภาพถ่ายปรกติ แต่มีการตกแต่งต่อจากการถ่ายภาพ ที่ถูกลอกเลียนจนเหมือนกัน

คำพิพากษาค่อนข้างน่าสนใจ ผู้พิพากษาให้ความเห็นว่าผู้พิพากษาเสียใจกับจำเลยที่ต้องการใช้สัญลักษณ์ของลอนดอนแสดงบนสินค้า และยืนยันว่าการกระทำนั้นทำได้อย่างไม่มีความผิด แต่การที่ภาพมีองค์ประกอบเหมือนกันก็ยังทำให้มีความผิดอยู่ดี

วงการภาพถ่ายของสหราขอาณาจักรอาจจะต้องตื่นตระหนกกับคำพิพากษานี้ เพราะนั่นหมายถึงการทำตามภาพที่เคยเห็นมาทั้งมุมมองภาพและกระบวนการตกแต่ง จะกลายเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ไป

ที่มา - Amateur Photographer

ศาลสโลวาเกียพิพากษาให้บทความข่าวหนังสือพิมพ์ไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์

By: lew on Wed, 2012-01-11 01:54

ประเด็นทรัพย์สินทางปัญญายังคงเป็นประเด็นที่ต่อสู้กันอย่างหนักในแถบยุโรป และศาลแขวง Bratislava ในประเทศสโลวาเกียก็ได้พิพากษาให้ข่าวในหนังสือพิมพ์ไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์

โดยทั่วไปแล้วกฏหมายลิขสิทธิ์ทั่วโลกมักไม่คุ้มครองข้อเท็จจริงในตัวข่าว ทำให้เราสามารถเล่าเรื่องราวที่เป็นข้อเท็จจริงได้ แต่มักจะคุ้มครองคำพูดในตัวข่าวเอาไว้ ทำให้ผู้ที่นำไปเล่าต่อต้องเขียนข่าวขึ้นใหม่โดยอาศัยข้อเท็จจริงเดิม (เช่นรายการเล่าข่าวทั้งหลายหรือเว็บในเครือ Blognone) แต่คำพิพากษานี้ทำให้ประเทศสโลวาเกียคุ้มครองน้อยลงไปอีกขั้น คือบทความข่าวนั้นถูกพิพากษาว่าเป็นบทความที่มีแต่ข้อเท็จจริงอยู่แล้ว และการแสดงด้วยภาษา (linguistic expression) ในเนื้อข่าวนั้นก็ไม่มากพอที่จะได้รับความคุ้มครอง

การตัดสินครั้งนี้นับว่ามีผลต่อวงการข่าวในสโลวาเกียอย่างมาก และเส้นแบ่งความสร้างสรรค์ของทรัพย์สินทางปัญญาอีกหลายอย่างในสโลวาเกียอาจจะถูกตั้งคำถามว่าต้องสร้างสรรค์มากแค่ไหนจึงได้รับการคุ้มครอง

สโลวาเกียเป็นประเทศในยุโรปกลาง เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปและเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโร

ที่มา - 1709 Blog

Subscribe to RSS - Copyright