จีนซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านด้วยสกุลเงินหยวน
โดยทั่วไปแล้วการซื้อขายน้ำมันดิบจะใช้ดอลลาร์สหรัฐ เป็นสื่อกลางในการซื้อขาย แต่จากการประกาศคว่ำบาตรอิหร่านที่มีสหรัฐ เป็นแกนนำ ทำให้การค้าน้ำมันดิบกับอิหร่านด้วยเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นเรื่องยากทันที ส่งผลให้จีนตัดสินใจซื้อขายน้ำมันดิบกับอิหร่านด้วยสกุลเงินหยวนแทน Mohammed Reza Fayyad เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เปิดเผยว่า ปกติแล้วแต่ละปีจีนจะซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านคิดเป็นมูลค่า 20,000-30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่จากการที่สหรัฐฯ กดดันให้จีนร่วมคว่ำบาตรการซื้อน้ำมันดิบกับอิหร่าน หลังจากรัฐบาลกรุงเตหะรานโดนสงสัยว่ากำลังพัฒนาขีปนาวุธนิวเคลียร์อยู่ ทำให้จีนจำเป็นต้องเลือกใช้วิธีการดังกล่าว โดยใช้การโอนเงินจากธนาคารในรัสเซียแทนการใช้บริการธนาคารในประเทศ ซึ่งข่าวนี้ได้รับการยืนยันจาก Financial Times ว่า ยูนิเปค (Unipec บริษัทลูกของวิสาหกิจน้ำมันของจีนขนาดใหญ่ซิโนเปค (Sinopec) และจูไห่เจิ้งหรง (Zhuhai Zhenrong) ได้ซื้อน้ำมันจากอิหร่านด้วยวิธีนี้จริง
หรือนี่จะเป็นความพยายามรอบใหม่ของรัฐบาลปักกิ่งที่จะโปรโมตสกุลเงินหยวนให้กลายเป็นสกุลเงินกลางแข่งกับดอลล่าร์สหรัฐฯ ?
ที่มา - BBC
จีนเตือนเวียดนามให้หยุดบุกรุกน่านน้ำ
ความขัดแย้งในน่านน้ำทะเลจีนใต้หรือทะเลตะวันออก (ชื่อที่เวียดนามเรียก) หนักขึ้นเมื่อทางการจีนจับกุมชาวประมง 21 คนที่เข้าไปยังน่านน้ำใกล้หมู่เกาะพาราเซล ส่วนทางการเวียดนามนั้นเรียกร้องให้จีนปล่อยตัวชาวประมงทั้งหมดในทันที
ทางการเวียดนามระบุว่าชาวประมงทั้งหมดถูกจับเพื่อเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 11,000 ดอลลาร์ แต่ทางการเวียดนามแนะนำให้ญาติไม่จ่ายเงินค่าไถ่และเรียกร้องให้ทางการจีนปล่อยตัวทันที
ปัญหาทะเลจีนใต้ไม่ได้อยู่แค่เวียดนามและจีน หมู่เกาะที่หลายประเทศมีปัญหาความขัดแย้งนั้นทำให้มีผลต่อน่านน้ำของประเทศฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, บรูไน, และใต้หวัน โดยเฉพาะเมื่อทะเลในบริเวณนั้นมีน้ำมันอยู่
ที่มา - Voice of America
จีนบรรลุข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินตรากับออสเตรเลีย
ข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินโดยตรงระหว่างดอลลาร์ออสเตรเลียกับเงินหยวนของจีนผ่านการเห็นชอบของทั้งสองรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้อาจจะมีเงินแลกเปลี่ยนกันโดยตรงระหว่างธนาคารกลางของทั้งสองประเทศได้สูงสุดสามหมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลียภายในระยะเวลาสามปีข้างหน้า
ทางการจีนนั้นแสดงความตั้งใจที่จะทำให้สกุลเงินหยวนเป็นสกุลเงินกลางสำหรับการแลกเปลี่ยนทั่วโลก นับแต่การแลกเปลี่ยนเงินโดยตรงกับเงินเยน เป็นต้นมา
ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในชาติที่ขายสินค้าสำคัญให้กับจีนนั่นคือแร่และวัตถุดิบพื้นฐานที่ทางการจีนจำเป็นต้องนำเข้าเพื่ออุตสาหกรรมในประเทศ การแลกเปลี่ยนเงินโดยตรงจะทำให้สองชาติสามารถทำการค้ากันได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
ที่มา - BBC
จีนครอง 4 ตำแหน่งใน 10 หน่วยงานที่จ้างงานมากที่สุดในโลก
สำนักข่าว BBC เสนอผลสำรวจหน่วยงานที่มีพนักงานมากที่สุดในโลกสิบอันดับพบว่าหน่วยงานของจีนนั้นครองไปถึงสิบอันดับ โดยสิบอันดับนั้นได้แก่
- กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ 3.2 ล้านคน
- กองทัพจีน 2.3 ล้านคน
- วอลมาร์ต 2.1 ล้านคน
- แมคโดนัล 1.9 ล้านคน
- สาธารณสุขสหราชอาณาจักร 1.7 ล้านคน
- การปิโตเลียมจีน 1.6 ล้านคน
- การไฟฟ้าจีน 1.5 ล้านคน
- การรถไฟอินเดีย 1.4 ล้านคน
- กองทัพอินเดีย 1.3 ล้านคน
- Foxconn 1.2 ล้านคน
ความแตกต่างกันของหน่วยงานเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการสำรวจนี้ หน่วยงานเช่นกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ นั้นรับรวมทั้งทหารและราชการพลเรือนไว้ด้วยกัน ขณะที่กองทัพจีนนั้นนับเฉพาะทหารเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นจีนก็ยังครองไปถึงสี่อันดับ ที่น่าสนใจคือมี Foxconn ที่มีข่าวด้านลบในช่วงนี้อยู่บ่อยครั้งติดอันดับสิบเข้ามาด้วย
การสำรวจนี้ทำให้ภาพที่ว่าการรถไฟอินเดียที่คนมักเชื่อกันว่าเป็นหน่วยงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้น ที่จริงแล้วมีหน่วยงานที่ใหญ่กว่าอีกหลายหน่วยงาน นอกจากนี้การรถไฟจีนนั้นที่จริงแล้วก็มีคนจำนวนมาก แต่เนื่องจากแยกหน่วยงานออกเป็นหลายหน่วยงานทำให้ตัวเลขลดลง
ที่มา - BBC
จีนขึ้นราคาน้ำมันครั้งที่สองในรอบปี
บ้านเราอาจจะชินกับข่าวการขึ้นราคาน้ำมันกันเรื่อยๆ แล้ว แต่นโยบายพลังงานของจีนนั้นต่างออกไป โดยจะขึ้นเป็นรอบๆ ทุกครั้งที่ราคาเปลี่ยนแปลงเกินกว่า 4% นาน 22 วันและจากที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกขึ้นไม่หยุดในเดือนที่ผ่านมา ทางจีนก็ต้องขึ้นราคาดีเซลอีก 6% และเบนซินอีก 7%
ราคาดีเซลขายปลีกในจีนตอนนี้กลายเป็น 1.22 ดอลลาร์หรือ 37.56 บาทต่อลิตร ขณะที่เบนซินอยู่ที่ 1.17 ดอลลาร์หรือ 36.02 บาทต่อลิตร
ภาวะความตรึงเครียดระหว่างชาติตะวันตกและอิสราเอลกับอิหร่านน่าจะกดดันให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นต่อไปอีกพักใหญ่ๆ
ที่มา - BBC
หัวหน้า IMF บอกจีนต้องเริ่มเปลี่ยนลักษณะของเศรษฐกิจและค่าเงินของตัวเอง
หัวหน้าของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) นาง Christine Largade บอกว่าจีนต้องหยุดพึ่งการส่งออกและการลงทุนที่มากเกินไป ระหว่างที่เธอกำลังเดินทางเพื่อเยี่ยมประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกใหม่สองประเทศซึ่งก็คือประเทศจีน และอินเดีย
เธอยังบอกอีกว่าเงินหยวน มีโอกาสที่จะกลายเป็นค่าเงินสำรองใหม่ของโลกนี้ได้ แต่จีนจะต้องยอมปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจของตัวเองให้ปรับสภาพเองได้อย่างอิสระตามกลไกของตลาด เช่น การมีค่าเงินที่ลอยตัวอย่างแท้จริง, การยกเลิกการควบคุมเงินไหลเข้าออกที่เข้มงวด, และการเปิดบัญชีทุน (capital account) ของประเทศ
ที่สำคัญที่สุด เธอบอกว่าหลังจากการประชุมกับกลุ่มผู้นำระดับสูงสุดของประเทศจีนแล้ว เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างมากที่ประเทศจีนให้ความสนใจ และเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงที่ IMF เสนอจากการมาเยือนจีนในครั้งนี้
ที่มา - BBC
ราคาที่ดินในจีนลดลงติดต่อกันมาเป็นเวลา 5 เดือนแล้ว
มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในเกือบทุกเมืองของประเทศจีนได้ลดลงมาติดต่อกันเป็นเวลา 5 เดือนแล้ว แสดงให้เห็นว่านโยบายการควบคุมการเก็งกำไรที่ดินของรัฐบาลจีนได้ผลจริง หลังจากที่ผู้นำจีนเผยว่าราคาที่ดินในประเทศสูงเกินไปจากการเก็งกำไร
หนึ่งในผู้นำของประเทศจีนกล่าวว่า ราคาที่ดินปัจจุบันยังสูงกว่าราคาควรจะเป็นอยู่มาก เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะยังเข้าควบคุมราคาอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศต่อไป โดยวิธีที่รัฐบาลจีนใช้ในการควบคุมราคาได้แก่การจำกัดจำนวนบ้านที่ประชาชนจีนสามารถถือไว้ในครอบครองได้ รวมไปถึงการเพิ่มภาษีในเมืองบางเมือง
ก่อนหน้านี้มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีนสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากรัฐบาลของจีนมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2008 โดยรัฐบาลจีนให้เหตุผลว่าหากปล่อยให้มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะเกิดปัญหาฟองสบู่แตกได้
ที่มา - BBC
อาเซียน+3 เตรียมเพิ่มขนาดข้อตกลงเชียงใหม่เป็น 240,000 ล้านดอลลาร์
กลุ่มชาติอาเซียนและอีกสามชาติ คือ ญี่ปุ่น, จีน, และเกาลีใต้ เตรียมเพิ่มขนาดข้อตกลงเชียงใหม่ (Chiang Mai Initialtive) เป็น 240,000 ล้านดอลลาร์ จากเดิมที่มีข้อตกลงไว้ 120,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2009
ข้อตกลงเชียงใหม่เป็นการทำข้อตกลงเพื่อให้ชาติสมาชิกสามารถเข้ามาขอแลกเปลี่ยนเงินของตัวเองเป็นดอลลาร์ จากปริมาณเงินที่ตัวเองมีส่วนร่วมคูณกับตัวคูณการซื้อที่ตั้งไว้ล่วงหน้า เช่น ญี่ปุ่นนั้นมีตัวคูณ 0.5 นั่นคือเมื่อญี่ปุ่นต้องการเงินดอลลาร์สามารถเข้ามาซื้อเงินจากกองกลางได้ครึ่งเดียวที่นำเงินเข้ามาวางไว้ ส่วนอินโดนีเซียนั้นมีตัวคูณ 2.5 ทำให้สามารถเข้าซื้อเงินดอลลาร์ได้มากกว่าเงินที่วางไว้มาก เพื่อนำไปใช้ต่อสู้ค่าเงินในกรณีที่ถูกโจมตี
กองทุนนี้ปัจจุบันเงิน 80% มาจากจีน, ญี่ปุ่น, และเกาหลีใต้ ส่วนอีก 20% เป็นของชาติอาเซียน ขณะที่หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่าขนาดเงินกองกลาง 120,000 ล้านดอลลาร์นั้นจะไม่เพียงพอต่อการต่อสู้ค่าเงิน
คณะทำงานได้ส่งคำแนะนำไปยังชาติสมาชิกให้เพิ่มขนาดเงินกองกลางจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยจะมีการประชุมในวันที่ 28 มีนาคมนี้ที่กัมพูชา หากตกลงกันได้ ขนาดเงินกองกลางนี้ก็จะได้รับการสมทบเพิ่มขึ้นต่อไป
การรวมเงินกองกลางนี้มีจุดเริ่มต้นจากวิกฤติเมื่อปี 1997 หรือวิกฤติ พ.ศ. 2540 ที่ไทยถูกโจมตีค่าเงินบาท
ที่มา - Wall Street Journal, The Jakarta Post
Citigroup รายงานสิงคโปร์เป็นเมืองที่ความสามารถในการแข่งขันสูงสุดในเอเชีย
รายงานจาก Economist Intelligence Unit (EIU) ของ Citigroup ออกมาวิเคราะห์ถึงความสามารถในการแข่งขันของเมืองต่างๆ ในโลกสำหรับการทำธุรกิจ หรือเรียกว่า Global City Competitive Index โดยพิจารณาด้านความดึงดูดธุรกิจ, ประสิทธิภาพการทำงาน, ความมั่นคงทางการเงิน, และสิ่งแวดล้อม พบว่าสิงคโปร์เป็นเมืองที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงสุดในเอเชีย
EIU ระบุว่าสิงคโปร์และฮ่องกงนั้นมีความสามารถในการแข่งขันรวมใกล้เคียงกันในหลายๆ ด้าน แต่ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและความน่าลงทุนในระดับโลกแล้วสิงคโปร์สามารถเอาชนะในเรื่องนี้ไปได้
ในระดับโลกแล้ว สิบอันดับแรกได้แก่ นิวยอร์ค, ลอนดอน, สิงคโปร์, ปารีสและฮ่องกง, โตเกียว, ซูริค, วอร์ชิงตันดีซี, ชิคาโก, และบอสตัน ส่วนในยี่สิบอันดับแรกของโลกนั้นมี 15 เมืองอยู่ในเอเชียและในจำนวนนั้น 12 เมืองอยู่ในจีน
ที่มา - Citigroup
ญี่ปุ่นดันเงินหยวน เข้าซื้อตราสารหนี้จากจีนกว่า 6.5 พันล้านหยวน
ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีน และญี่ปุ่นจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วหลังจากที่เพิ่งแลกเปลี่ยนเงินตรากันโดยตรง ไม่ผ่านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว
ล่าสุดนาย Jun Azumi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศว่าญี่ปุ่นได้สิทธิผ่านในการซื้อตราสารหนี้จากรัฐบาลจีนเป็นมูลค่ากว่า 6.5 พันล้านหยวน ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้กับทั้งสองประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น และผลักดันเงินสกุลหยวนสู่นานาชาติอย่างชัดเจน
นอกจากญี่ปุ่นแล้ว จีนยังได้ทำสัญญาในการแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนกับหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย เบลารุส และอาร์เจนตินา ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนจากเดิมเพียง 0.7% ในปี 2010 เพิ่มขึ้นมากกว่า 9% ในปี 2011 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ญี่ปุ่น และจีนเองต่างก็เป็นผู้ถือสกุลเงินสำรองต่างชาติรายใหญ่ของโลก โดยจีนถือไว้ถึง 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนญี่ปุ่นถือไว้ที่ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ที่มา - Reuters
ลัมโบกินี่เผยเศรษฐกิจในจีนชะลอตัว กระทบยอดขายรถหรู
หลายคนคงรู้จักกันดีกับลัมโบกินี่ หรือแบรนด์ผลิตรถหรูโลโกกระทิงป่าจากอิตาลี ที่ช่วงหลังกอบโกยเงินไปได้มหาศาลจากจำนวนของเศรษฐีในประเทศจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อปีที่แล้วมียอดขายเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 และโตต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่าสองปีแล้ว
แต่ในปี 2012 นี้ Christian Mastro ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้สัมภาษณ์กับ Businessweek ทางโทรศัพท์ว่า "ผู้คนที่สามารถใช้จ่ายเงินในส่วนนี้ได้จำกัดลง และมีบางสิ่งที่ทำให้คนพวกนั้นเริ่มหยุดรอ" เช่นเดียวกับทางฝั่งของ Torsten Mueller-Oetvoes ซีอีโอของโรลส์-รอยซ์ แบรนด์รถหรูอีกเจ้าที่ให้เหตุผลใกล้เคียงกันว่าการเติบโตของตลาดรถหรูในจีนจะไม่โตแรงๆ เหมือนก่อนหน้า เนื่องมาจากยอดขายรถยนต์ปีที่แล้วเริ่มชะลอตัว หลังจากสิ้นสุดมาตรการกระตุ้น รวมถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจที่เริ่มผ่อนลงมาแล้วด้วย
อย่างไรก็ตามลัมโบกินี่ตั้งเป้าว่าในปีนี้จะเร่งยอดขายให้ได้เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 ถึง 30 โดยมีแผนเร่งผลิตรถรุ่น Aventadors (คันละประมาณสิบล้านบาท ไม่รวมภาษี!) ส่งมอบให้ผู้สั่งจองได้ตามเป้า ส่วนตลาดรถหรูในจีนปีนี้คาดว่าจะโตอีกราวร้อยละ 25 ไปอยู่ที่ประมาณ 2,000 คันในปีนี้ นับเป็นสองเท่าของปี 2011 เลยทีเดียว
ส่วนเบอร์สองในจีนอย่างออดี้ ที่เพิ่งถูกคว่ำลงจากบัลลังก์ไปหมาดๆ ตอนนี้ยังไม่มีการประกาศแผนในปีนี้เป็นพิเศษ
ที่มา - Businessweek
จีนสั่งห้ามสายการบินร่วมเทรดคาร์บอนของอียู
สายการบินจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ถูกสั่งห้ามเข้าร่วมระบบค้าขายก๊าซเรือนกระจกสำหรับสายการบิน ที่สหภาพยุโรปได้เริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา
กฎใหม่ของอียูที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ บังคับให้สายการบินที่มีการบินเข้าออกจากสหภาพยุโรป จะต้องเข้าร่วมระบบซื้อขายแลกเปลี่ยนก๊าซเรือนกระจก ในลักษณะของ cap-and-trade (จำกัดปริมาณก๊าซที่ปล่อยได้ และหากเกินจะต้องซื้อจากรายที่มีโควตาเหลือ) โดยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ศาลของยุโรปก็ระบุว่ากฎนี้สามารถกระทำได้
นอกจากนี้แล้ว จีนยังห้ามสายการบินจากประเทศตัวเอง ขึ้นราคาค่าโดยสารเพิ่มสำหรับกฎของอียูอีกด้วย
นอกจากจีนแล้ว สหรัฐก็ต่อต้านกฎนี้ของอียูอย่างเปิดเผย และมีการพิจารณากฎหมายห้ามสายการบินเข้าร่วมระบบของอียูเช่นกัน
กฎของอียู ระบุโทษปรับสำหรับสายการบินที่ฝ่าฝืน และมีโทษสูงสุดคือห้ามลงจอดในสหภาพยุโรป จากนี้ก็คงจะต้องรอดูว่า อียูจะจัดการอย่างไร
ที่มา - Reuters
แรงงานนับพันต่อคิวสมัครงานที่โรงงาน Foxconn
ข่าวภาพลบของโรงงาน Foxconn นั้นเผยแพร่ออกมาเรื่อยๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว Foxconn กลับเป็นที่ทำงานที่ชาวจีนจำนวนมากอยากเข้ามา โดยรายงานข่าวจากเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนานที่ Foxconn เปิดรับสมัครงาน มีแรงงานกว่าพันคนมาต่อแถวยื่นใบสมัครหน้าโรงงาน
โรงงาน Foxconn ประกาศรับสมัครแรงงานเพิ่มเติมถึง 100,000 คน โดยพนักงานจะได้รับเงินเดือนเริ่มต้น 8,250 บาทต่อเดือนในช่วงเริ่มแรก และได้รับ 12,000-16,000 บาทหลังผ่านช่วงทดลองงาน พร้อมกับหอพักและอาหารฟรี
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ Foxconn ถูกวิจารณ์มาโดยตลอดไม่ใช่เรื่องของที่พักหรือเงินเดือนไปทั้งหมด แต่มักเป็นเรื่องของการบีบให้พนักงานทำงานล่วงเวลาอย่างหนักเพื่อส่งมอบสินค้าให้ได้ตามกำหนด
ที่มา - MIC Gadget
