รายงานเชิงลึกเผย แอปเปิลเลี่ยงจ่ายภาษีก้อนโต, แอปเปิลโต้ ช่วยสร้างงานกว่า 5 แสนตำแหน่ง
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์เปิดเผยรายงานวิเคราะห์เชิงลึกต่อบริษัทแอปเปิล และได้สรุปว่า แอปเปิลเป็นผู้ริเริ่มการเลี่ยงจ่ายภาษีก้อนโต และบริษัทอื่นที่ต้องการเลี่ยงจ่ายภาษีก็ได้ใช้วิธีการของแอปเปิลเป็นเทมเพลตไปแล้ว
แอปเปิลตอบโต้ว่า บริษัทเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่จ่ายภาษีมากที่สุดในสหรัฐฯ โดยในครึ่งปีแรกของปีนี้การดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ บริษัทได้ทำให้รัฐบาลกลาง หน่วยงานรัฐท้องถิ่น ได้ภาษีไปเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนั้นความมุ่งหมายด้านนวัตกรรมของบริษัทช่วยสร้างงานในสหรัฐฯ มากกว่า 5 แสนตำแหน่งด้วยกัน
ใครต้องการศึกษารายงานวิเคราะห์ของนิวยอร์กไทม์ก็เชิญอ่านได้ที่นี่ครับ
เผยแอปเปิลจะเริ่มให้เงินปันผลผู้ถือหุ้น และซื้อหุ้นคืน
เป็นที่ทราบกันดีว่าแอปเปิลเป็นบริษัทที่มีเงินสดจำนวนมหาศาลที่มูลค่าเกือบ 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ล่าสุดแอปเปิลได้เผยรายละเอียดว่าจะทำอะไรกับจำนวนเงินมหาศาลนี้แล้วผ่านการประชุมแบบ Conference Call กับผู้ถือหุ้น
สำหรับรายละเอียดแผนการลดเงินสดของตัวเองในครั้งนี้ ขั้นแรก แอปเปิลเลือกที่จะปันผลกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้นในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้เป็นจำนวน 2.65 ดอลลาร์ต่อหุ้น สำหรับขั้นที่สองแอปเปิลจะเริ่มซื้อหุ้นของตัวเองคืนที่มูลค่าหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์ โดยจะเริ่มเข้าซื้อหุ้นของตัวเองปลายเดือนกันยายนนี้
ทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิลเผยว่าแอปเปิลมีแผนที่จะใช้เงินจำนวน 45 พันล้านของตัวเองในช่วงเวลาสามปีหลังจากนี้ และเป็นไปได้ว่าแอปเปิลอาจจะเลือกที่จะซื้อหุ้นคืนและปันผลอีกในอนาคต
ที่มา - BBC
นักวิเคราะห์คาดหุ้นแอปเปิลทะลุ 700 ดอลลาร์
หลังยอดขายไอแพดใหม่ถล่มตลาดได้อย่างสวยงามอีกรอบ นักวิเคราะห์จากสี่สถาบันก็ปรับราคาเป้าหมายของแอปเปิลอยู่สูงกว่า 700 ดอลลาร์กันแล้ว เช่น Bloomberg ตั้งเป้าไว้ที่ 710 ดอลลาร์ Morgan Stanley นั้นตั้งเป้าหมายไว้ที่ 720 ดอลลาร์
ราคาปัจจุบันของหุ้นแอปเปิลอยู่ในช่วง 580-590 ดอลลาร์ หากไปถึงราคาเป้าหมายจริงแสดงว่าหุ้นกำลังจะขึ้นไปอีกถึงเกือบ 20%
บางทีสิ่งที่ควรตัดสินใจซื้อในงานเปิดตัวสินค้าของแอปเปิลก็คือหุ้นแอปเปิลเอง
ที่มา - Washington Post
หุ้นแอปเปิลกลายเป็นหุ้นเก็งกำไรระยะสั้นยอดนิยมของวอลล์สตรีท
ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาราคาหุ้นของบริษัทแอปเปิล (NASDAQ:AAPL) มีความผันผวนระหว่างวันในช่วงการซื้อขายสูงมากขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์จาก Wedgewood Partners ให้ความเห็นว่านักเก็งกำไรเริ่มเข้ามาซื้อขายหุ้นแอปเปิลกันแบบระยะสั้นมากขึ้น นับตั้งแต่แอปเปิลกลายเป็นบริษัทที่ 6 ในประวัติศาสตร์อเมริกาที่มีมูลค่ากิจการตามราคาในตลาดหลักทรัพย์เกิน 5 แสนล้านดอลลาร์ อีกทั้งแอปเปิลยังมีเป็นหุ้นประเภท "มีข่าว" ออกมาอยู่ต่อเนื่อง อย่างล่าสุดก็คือการเก็งกำไรประเด็น iPad รุ่นถัดไป จึงเหมาะมากสำหรับการเล่นเพื่อหวังทำกำไรระยะสั้น
ปัจจุบันแอปเปิลมีมูลค่ากิจการที่สูงจนถ่วงน้ำหนักถึง 4% ในดัชนีเอสแอนด์พี 500 พูดได้ว่าการขึ้นลงของหุ้นแอปเปิลส่งผลได้สูงต่อดัชนีเอสแอนด์พี 500 มาก เมื่อรวมกับความผันผวนระหว่างวันที่สูงขึ้นมาก โดยกรอบการขึ้นลงระหว่างวันปัจจุบันอยู่ที่ $12 ส่วนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหุ้นแอปเปิลมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อจบการซื้อขายของวันระดับบวกลบเกิน 1% ถึง 12 วัน ปัจจัยเหล่านี้เองที่ส่งผลให้หุ้นแอปเปิลเริ่มเป็นที่นิยมของบรรดาเฮดจ์ฟันด์ ตลอดจนการซื้อขายในตลาดออปชันอีกด้วย
ที่ผ่านมาบริษัทในอเมริกาที่เคยมีมูลค่าเกิน 5 แสนล้านดอลลาร์ได้แก่ ไมโครซอฟท์, Exxon Mobil, ซิสโก้, อินเทล และ GE ซึ่งทุกบริษัทปัจจุบันมีมูลค่าต่ำกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์แล้วทั้งสิ้น เหล่านักเก็งกำไรจึงไม่เชื่อว่าแอปเปิลจะ "สร้างประวัติศาสตร์ใหม่" ขึ้นมาได้สำเร็จ มองว่าวันหนึ่งหุ้นแอปเปิลก็จะเข้าสู่ขาลงและมีมูลค่าต่ำกว่าตัวเลข 5 แสนล้าน
อย่างไรก็ตามหากพิจารณาปัจจัยพื้นฐานแบบหุ้นคุณค่าแล้ว หุ้นแอปเปิลซื้อขายกันที่อัตราส่วน P/E 15 เท่า ขณะที่กำไรสุทธิปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 83% และอยู่ในระดับนี้หลายปีแล้ว จึงอาจกล่าวในอีกด้านหนึ่งได้ว่าตลาดหุ้นยังกดราคาหุ้นแอปเปิลไม่ให้สูงอยู่นั่นเอง ความเชื่อที่ว่าหุ้นเกิน $500 แล้วแพงจึงอาจไม่ถูกเสียทีเดียว
เรื่องหนึ่งที่แอปเปิลสู้ไมโครซอฟท์กับกูเกิลไม่ได้ - การบริหารผลตอบแทนการลงทุน
ในด้านตัวเลขทางการเงินแล้วสิ่งที่บริษัทแอปเปิลถูกจับตามองอย่างมากคือเงินสดอันล้นเหลือ ซึ่งในรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ผ่านมานั้นมีสูงถึง 9.76 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว และคาดว่า ณ ขณะนี้แอปเปิลน่าจะมีเงินสดเกินแสนล้านดอลลาร์แล้ว จึงเกิดคำถามยอดนิยมในช่วงที่ผ่านมาจากผู้ถือหุ้นและนักวิเคราะห์ว่าแอปเปิลจะเอาเงินไปทำอะไรต่อ โดยที่ผ่านมาแอปเปิลยังปฏิเสธที่จะจ่ายออกมาเป็นเงินปันผล บอกแค่เพียงต้องเก็บไปใช้ลงทุนยามจำเป็น ถ้าเช่นนั้นแล้วทุกวันนี้เงินมหาศาลก้อนนี้แอปเปิลทำอะไรกับมันอยู่?
Richard Leong จากสำนักข่าว Reuters ได้ทำการตรวจสอบการบริหารเงินสดของแอปเปิลเพราะสำหรับบริษัทใดๆ ก็ตามแล้ว พวกเขาจะนำเงินสดส่วนที่เหลือใช้ไปเก็บไว้ในการลงทุนต่างๆ แทนที่จะฝากบัญชีธรรมดาซึ่งก็พบความน่าสนใจดังนี้ครับ
ในงบการเงินประจำปีสิ้นสุดเดือนกันยายนปี 2011 แอปเปิลรายงานว่าบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 8.16 หมื่นล้านดอลลาร์ และสามารถสร้างผลตอบแทนจากการนำเงินสดไปลงทุนได้เพียง 0.77% เท่านั้น แต่ยังเยอะกว่าผลตอบแทนปี 2010 ที่อยู่ที่ 0.75% โดยถ้าย้อนไปช่วงปี 2009 นั้นแอปเปิลสามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้ถึง 3.44% ซึ่งอ่านถึงตรงนี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผลตอบแทนปีที่ผ่านมานี้ช่างน้อยยิ่งนัก ลองเทียบกับฝากประจำระยะเวลา 1 ปีของธนาคารพาณิชย์ในไทยเฉลี่ยแล้วยังได้เยอะกว่านี้เลย
จีนแทบไม่ได้อะไรเลยจากการผลิต iPhone/iPad
สินค้าที่ "Design in California" อย่าง iPhone และ iPad นั้นสร้างการขาดดุลย์การค้าให้กับสหรัฐฯ ตั้งแต่ 229 ถึง 279 ดอลลาร์ต่อเครื่อง แต่ขณะที่การส่งสินค้าขั้นสุดท้ายนั้นมาจากจีน รายงานการศึกษาพบว่าสัดส่วนมูลค่าที่อยู่ในจีนนั้นมีต่ำมาก โดยรายงานการศึกษาพบว่าไม่มีชิ้นส่วนใดมาจากจีนโดยตรงเลย
ราคาของ iPhone และ iPad ที่ผู้บริโภคจ่ายไปไม่ว่าจะทางตรงด้วยการซื้อเครื่องที่ไม่ติดล๊อค หรือทางอ้อมด้วยการจ่ายผ่านผู้ให้บริการนั้น ส่วนใหญ่จะอยู่กับแอปเปิลเองทั้งหมด 58% ในกรณี iPhone และ 30% ในกรณี iPad ส่วนกำไรที่เหลือจะแบ่งกันไปตามความสำคัญของชิ้นส่วนเช่นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้นั้นจะได้สัดส่วนมากเพราะผลิตจอภาพ, แรม, และซีพียู ให้กับแอปเปิล ขณะที่แรงงานสุดท้ายนั้นคิดเป็นมูลค่าเพียง 1.8% ใน iPhone และ 2% ใน iPad เท่านั้น หรือประมาณ 10 ดอลลาร์ต่อชิ้น
รายงานการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการย้ายฐานการ "ผลิต" กลับมายังสหรัฐฯ นั้นไม่ได้ช่วยอะไรเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากนัก และเตือนว่าการออกนโยบายย้ายฐานการผลิตกลับมายังสหรัฐฯ นั้นควรทำพร้อมๆ กับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้พอสำหรับการผลิตสินค้าระดับสูง และปรับตัวอย่างเป็นขั้นๆ ขณะที่ในระยะสั้นสหรัฐฯ ควรใช้ทรัพยากรมนุษย์ไปกับงานที่มูลค่าสูงกว่า
แอปเปิลรับเงินหยวนใน App Store แล้ว
ตลาดจีนนั้นต้องยอมรับว่าเป็นตลาดที่ใหญ่มาก แม้จะมีที่ยืนในตลาดเพียงเล็กน้อยก็อาจจะคิดเป็นมูลค่ามหาศาล ล่าสุดแอปเปิลก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่เอาใจตลาดจีนด้วยการรับค่าเงินหยวนใน App Store ของตัวเอง จากที่ก่อนหน้านี้จะเป็นหน้าที่ของลูกค้าที่ต้องหาบัตรเครดิตที่รองรับสกุลเงินดอลลาร์เอาเอง การรับค่าเงินหยวนน่าจะช่วยให้ชาวจีนตัดสินใจซื้อแอพพลิเคชั่นกันง่ายขึ้นจากการเห็นราคาโดยตรงโดยไม่ต้องไปเสี่ยงกับอัตราแลกเปลี่ยนของบัตรเครดิต
เรื่องน่าสนใจคือนัยของเรื่องนี้อาจจะอยู่ที่แอปเปิลมีธุรกิจในจีนอยู่เป็นมูลค่าสูงมากอยู่แล้วทั้งการผลิตและการขาย ในส่วนของรายได้นั้นคิดเป็น 12% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท หรือ 13,000 ล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา การเพิ่มกิจการที่ใช้เงินหยวนครบวงจรทั้งการผลิตไปจนถึงการขายจะทำให้การแอปเปิลทำกำไรในสกุลเงินหยวนแทนที่จะต้องแปลงค่าเงินไปมาซึ่งมีต้นทุนอยู่
ที่มา - Wall Street Journal
แอปเปิลเปิดโต๊ะคุยกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติในจีน หารือแก้ปัญหามลภาวะ
เป็นที่รู้กันดีว่าแอปเปิลเป็นบริษัทที่เด่นทางด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมาก และซัพพลายเออร์ของแแอปเปิลส่วนใหญ่มีโรงงานอยู่ในประเทศจีน ล่าสุดแอปเปิลได้จัดประชุมกับกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติในประเทศจีนเพื่อหารือในกรณีการปล่อยมลพิษของโรงงานที่มีส่วนหนึ่งเป็นซัพพลายเออร์ของแอปเปิลรวมอยู่ด้วย
แอปเปิลใช้เวลาประชุมกับกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติทั้งห้ากลุ่มเป็นเวลากว่าสามชั่วโมงครึ่ง ณ สำนักงานแอปเปิลประจำเมืองปักกิ่ง โดยมีตัวแทนจากทางกลุ่มอนุรักษ์ฯ 9 คน และทีมของแอปเปิล 5 คน โดยทางกลุ่มอนุรักษ์ฯ ให้ข้อมูลว่าจาก 27 ซัพพลายเออร์ที่ปล่อยมลพิษออกสู่ธรรมชาติ มี 15 แห่งที่เป็นซัพพลายเออร์ให้กับแอปเปิล โดยนอกจากแอปเปิลได้บอกว่าทางบริษัทคุยกับซัพพลายเออร์ไปแล้วถึง 11 เจ้าเพื่อให้แก้ไขแล้ว และกำลังติดต่อกับอีก 4 เจ้าที่เหลือ
