นักสร้างหนังยื่นฟ้องเรื่องลิขสิทธิของเพลง Happy Birthday

By: mr_tawan on Mon, 2013-06-17 16:19

ทุกคนคงรู้จักเพลง Happy Birthday และก็คงได้ร้องเพลงนี้ปีละหลายครั้ง แต่หลายคนคงไม่ทราบว่า Warner/Chappell Music ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Time Warner อ้างว่าตนเป็นเจ้าของลิขสิทธิเพลงนี้ Warner/Chappell Music สามารถทำรายได้ได้ถึงปีละ 2 ล้านเหรียญสหรัฐจากการเก็บค่าใบอนุญาตการใช้งานเพลงนี้จากบรรดารายการทีวีต่าง ๆ

แต่ลิขสิทธิของเพลงนี้แท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้เป็นของ Warner/Chappell Music เมื่อนักสร้างสารคดีอย่าง Good Morning To You ได้ยื่นฟ้องในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าลิขสิทธิของเพลงนี้นั้นหมดอายุไปนานแล้ว และมีเพลงอื่น ๆ ที่มีเนื้อเพลงเหมือนกับเพลงนี้มากอย่าง Good Morning to All ที่ตีพิมพ์ในหนังสือ Song Stories for the Kindergarten ในปี 1893 ซึ่งเป็นการเผยแพร่ก่อนที่จะมีการอ้างความเป็นเจ้าของในปี 1935 ของ Warner/Chappell Music

ที่จริงมีการพยายามพิสูจน์ว่าลิขสิทธิของเพลงนี้ไม่ได้เป็นของ Warner/Chappell Music มาอย่างต่อเนื่อง จากการค้นคว้าเอกสารจากมหาวิทยาลัย George Washington นั้นพบว่า เพลงนี้ไม่ได้คุ้มครองด้วยลิขสิทธิค่อนข้างแน่นอน เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นผู้ประพันธ์, คำประกาศลิขสิทธิที่ไม่สมบูรณ์, และความล้มเหลวในการยื่นขอต่ออายุลิขสิทธิใหม่

คดีนี้กำลังจะเป็นการดำเนินคดีกลุ่ม (Class Action) โดยผู้ฟ้องร้องหวังว่าผู้ที่เคยจ่ายค่าใบอนุญาตทุกคนจะได้รับการเงินชดเชยจาก Warner/Chappell Music ครับ

ที่มา: Ars Technica

EU เห็นชอบ ยกเลิกบริการโรมมิ่งในยุโรป รวมโทรคมนาคมเป็นตลาดเดียว

By: mk on Mon, 2013-06-17 15:41

คณะกรรมการยุโรป (European Commission) ลงมติเห็นชอบ รวมเอาเขตให้บริการโทรคมนาคมในยุโรปเป็นตลาดเดียว (single market) ทำให้สหภาพยุโรปไม่มีบริการโรมมิ่งราคาแพงอีกต่อไป เงื่อนไขนี้จะมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม 2014

คณะกรรมการประเมินว่าการตัดบริการโรมมิ่งออกไปจากระบบจะทำให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มีรายได้ลดลงประมาณ 2% ในขั้นต้น แต่ในระยะยาวแล้วจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากค่าบริการ เพราะมีผู้ใช้บริการมากขึ้นนั่นเอง

นอกจากนี้ผลกระทบในระยะยาวจะทำให้ยุโรปมีจำนวนผู้ให้บริการโทรคมนาคมลดลง (ปัจจุบันมีประมาณ 100 ราย) เกิดสภาวะการเป็นพันธมิตรกัน (แบบเดียวกับสายการบิน) หรือไม่ก็ควบกิจการกันระหว่างผู้ให้บริการคนละประเทศ ผลก็คือจำนวนผู้ให้บริการลดลงแต่มีสัดส่วนของรายใหญ่มากขึ้น และช่วยให้การลงทุนโครงข่ายซ้ำซ้อนลดลง ผู้ให้บริการจะมีเงินไปลงทุนเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง 4G LTE มากขึ้นแทน

ในแง่ของการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมในยุโรป จะเปลี่ยนแปลงโดยโอเปอเรเตอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจากประเทศใดประเทศหนึ่ง จะสามารถทำธุรกิจในประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรปอัตโนมัติ

ที่มา - Telegraph

นิวซีแลนด์ประกาศกฎหมายสิทธิบัตรใหม่, ยกเลิกสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ทั้งหมด

By: lew on Sun, 2013-06-16 23:53

พ.ร.บ. สิทธิบัตร (Patent Bill) ของนิวซีแลนด์เพิ่งผ่านสภาไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีเป็นการแก้ไขในหลายส่วน แต่ส่วนสำคัญคือการยกเลิกสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ทั้งหมด โดยระบุว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไม่ใช่การประดิษฐ์ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิบัตรอีกต่อไป

ตัวกฎหมายยังให้สิทธิบัตรกับการประดิษฐ์กระบวนการที่อิมพลีเมนต์ด้วยซอฟต์แวร์ ตัวอย่างการประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ เช่น การการปรับปรุงซอฟต์แวร์เครื่องซักผ้า แม้จะสร้างกระบวนการซักผ้าขึ้นใหม่แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงใดๆ กับตัวเครื่องซักผ้า แต่กระบวนการซักผ้าแบบใหม่อาจจะให้ความสะอาดที่ดีกว่า หรือประหยัดพลังงานกว่า ก็สามารถขอจดสิทธิบัตรได้ ขณะที่การทำแบบสอบถามรูปแบบใหม่ที่ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป แม้จะมีรูปแบบการถามตอบแบบใหม่อินเทอร์เฟซคอมพิวเตอร์เดิมก็ไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้

ภาคเอกชนอย่าง Institute of IT Professionals ออกมาแสดงความยินดีกับการผ่านกฎหมายครั้งนี้ เพราะสิทธิบัตรซอฟต์แวร์เป็นอุปสรรคสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรม

ปัญหาสำคัญของสิทธิบัตรซอฟต์แวร์คือมันถูกครอบไว้ด้วยสนธิสัญญาระหว่างประเทศอีกชั้นหนึ่ง การยกเว้นการประดิษฐ์บางชนิดอาจจะเป็นการละเมิดต่อสนธิสัญญาเหล่านั้นได้ แนวทางของนิวซีแลนด์คือการเปลี่ยนนิยามของการประดิษฐ์ จากเดิมที่ไม่เคยรวมเอาซอฟต์แวร์ไว้อยู่แล้วก็ระบุชัดเจนว่านิยามของการประดิษฐ์ตามกฎหมายนั้นไม่รวมถึงซอฟต์แวร์

แนวทางของนิวซีแลนด์นับเป็นการผลักสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ให้จดยากขึ้นไปอีกชั้น ในช่วงหลายปีข้างหน้าเราคงเห็นการผลักดันในอีกหลายประเทศว่าจะเลือกไปทางใด

ที่มา - Forbes

แนวทางหาเงินใหม่ของ Reddit, โปรโมชั่นเฉพาะสมาชิกระดับ Gold

By: lew on Wed, 2013-06-12 23:22

เว็บเนื้อหาทุกวันนี้ยังคงมีแนวทางการหารายได้หลักคือโฆษณา แต่เว็บอย่าง Reddit กำลังพยายามหารายได้จากช่องทางอื่นๆ เพิ่มเติมด้วยการเพิ่มบริการ Reddit Gold ที่เปิดให้สมัครได้ราคาเดือนละ 4 ดอลลาร์ หรือปีละ 30 ดอลลาร์ โดยจะมีห้องเฉพาะให้สำหรับสมาชิกเหล่านี้

แนวทางของ Reddit คือให้สิทธิระดับ Gold กับสมาชิกที่มีคะแนนการทำกิจกรรมในเว็บสูงๆ เช่น โพสความเห็นที่ได้รับความนิยมได้เข้าใช้งานฟรี สำหรับสมาชิกทั่วไปก็สามารถสมัครแบบเสียเงินเข้ามาได้

การทำกิจกรรมจะร่วมกับเฉพาะสมาชิกระดับ Gold เท่านั้น เช่น เสื้อ Uniqlo นั้นจะแจกของรางวัลให้กับสมาชิกระดับ Gold สัปดาห์ละครั้ง, Blackblaze จะให้บริการฟรีสามเดือน

ด้วยความที่สมาชิกระดับ Gold มักเป็นผู้มีอิทธิพลต่อสังคมโดยรวม แบรนด์ต่างๆ จึงอยากเข้ามาโฆษณาสินค้าและบริการกับคนเหล่านี้ ขณะที่ช่องทางเหล่านี้เป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กับ Reddit โดยไม่ต้องพึ่งแบนเนอร์แบบเดิมๆ ที่คนทั่วไปไม่ค่อยชอบนัก

ที่มา - TechCrunch, Reddit

Rovio แต่งตั้งซีอีโอ Marimekko เป็นกรรมการคนใหม่ ส่งสัญญาณเตรียมเข้าตลาดหุ้น?

By: chayaninw on Wed, 2013-06-05 19:49

บริษัท Rovio Entertainment เจ้าของแบรนด์เกม Angry Birds ได้แต่งตั้ง Mika Ihamuotila ซีอีโอของ Marimekko เข้าเป็นกรรมการคนที่สี่ในบอร์ดของบริษัท ทำให้สื่อกลับมาคาดการณ์อีกครั้งว่า Rovio น่าจะเตรียมกระจายหุ้นแก่สาธารณะ (ไอพีโอ)

ก่อนหน้านี้ Rovio นั้นมีกรรมการอยู่เพียงสามคน คือ Kaj Hed (ผู้ถือหุ้นใหญ่และพ่อของซีอีโอ Mikael Hed) Camilla Hed (The Next Web คาดเดาว่าเป็นแม่) และ Niklas Zennström (ผู้ลงทุนของ Rovio และผู้ร่วมก่อตั้ง Skype)

Mika Ihamuotila จบการศึกษาปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์ เป็นประธานบริษัท ผู้ถือหุ้นหลัก และซีอีโอของบริษัท Marimekko ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าแฟชันรายใหญ่จากฟินแลนด์ และปัจจุบันก็เป็นกรรมการใน Sanoma ซึ่งเป็นบริษัทสื่อขนาดใหญ่ด้วย โดยทั้ง Marimekko และ Sanoma เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งคู่ นอกจากนี้ Ihamuotila เคยมีตำแหน่งบริหารในสถาบันการเงินด้วย

Kaj Hed ประธานบริษัท Rovio กล่าวว่า "Mika มีความเชี่ยวชาญในด้านแบรนด์ ช่องทาง และธุรกิจอย่างมาก และเรายินดีอย่างยิ่งที่เขาจะเข้าร่วมในคณะกรรมการของ Rovio ปีนี้เราจะมุ่งเน้นที่จะสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่จะมั่นใจได้ว่าจะมีมูลค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว"

ปี 2012 ที่ผ่านมา Rovio มียอดขาย 152.2 ล้านยูโร และได้กำไรสุทธิ 55.5 ล้านยูโร โดยข่าวลือเกี่ยวกับการเข้าตลาดหุ้นของ Rovio นั้นเริ่มมีมาได้กว่าสองปีแล้ว และ The Next Web ก็มองว่า Rovio มีโอกาสที่จะเข้าตลาดหุ้นในปี 2014 นี้

ที่มา - The Next Web

โค้กกลับมาเปิดโรงงานในพม่าครั้งแรกในรอบ 60 ปี

By: chayaninw on Wed, 2013-06-05 12:43

บริษัทเครื่องดื่มโคคา-โคล่า กลับมาเปิดโรงงานในประเทศพม่า หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐได้ระงับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อพม่าในช่วงที่ผ่านมา นับเป็นการตั้งโรงงานในพม่าครั้งแรกหลังจากที่ไม่มีการผลิตโคคา-โคลาในพม่านานกว่า 60 ปี

โคคา-โคล่า จะลงทุนมูลค่าประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และประกาศว่าจะมีการสร้างงานทั้งโดยตรงและโดยอ้อมกว่า 20,000 ตำแหน่ง

การกลับไปดำเนินกิจการในพม่า ทำให้ปัจจุบันเหลือเพียงสองประเทศที่ยังไม่มีโคคา-โคล่า คือคิวบา และเกาหลีเหนือ

ที่มา - BBC News

เมอร์เซเดส-เบนซ์ใช้ QR Code ช่วยให้ข้อมูลหน่วยกู้ภัยกรณีอุบัติเหตุ

By: chayaninw on Tue, 2013-06-04 13:51

บริษัทเดมเลอร์ ผู้ผลิตรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศว่าจะติด QR Code ไปกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ผลิตใหม่ทุกคัน เพื่อให้หน่วยกู้ภัยสามารถเข้าถึงข้อมูลรถยนต์ได้อย่างรวดเร็วในกรณีอุบัติเหตุทางรถยนต์

วิธีการของเมอร์เซเดส-เบนซ์นี้ พัฒนาต่อมาจากแนวทางของ ADAC ของเยอรมนี ซึ่งได้จัดทำแผ่นข้อมูลรถยนต์แต่ละรุ่นเพื่อให้หน่วยกู้ภัยสามารถใช้ในการช่วยเหลือ เช่นการตัดรถยนต์เพื่อช่วยผู้โดยสารที่ติดอยู่ภายในรถ แผ่นข้อมูลนี้จะระบุข้อมูลสำคัญเช่นตำแหน่งถุงลมนิรภัย แบตเตอรี่ ถังน้ำมัน สายไฟ ถังความดันสูง รวมไปถึงแบตเตอรีสำรองของรถยนต์ไฮบริด เป็นต้น โดยได้แนะนำให้ผู้ขับขี่เก็บเอกสารนี้ไว้ในรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันหากหน่วยกู้ภัยไม่สามารถเข้าถึงเอกสารนี้ในรถได้ ก็จะต้องระบุรุ่นของรถยนต์ด้วยตนเอง ซึ่งบางครั้งก็ทำได้ยากในกรณีที่รถยนต์เสียหายรุนแรง บางครั้งก็ต้องใช้วิธีโทรถามจากข้อมูลทะเบียนรถยนต์

วิธีการของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คือจะติด QR Code ซึ่งจะลิงค์ไปยังหน้าข้อมูลของรถยนต์รุ่นนั้นๆ ไว้บนฝาถังน้ำมัน และ B-pillar อีกข้างหนึ่ง (B-pillar คือเสากึ่งกลางรถยนต์ ระหว่างประตูหน้าและหลัง) โดยให้เหตุผลว่าโอกาสที่ทั้งสองส่วนจะเสียหายอย่างรุนแรงพร้อมๆ กันนั้นมีน้อย การติด Code ได้กล่าวไว้ทำให้หน่วยกู้ภัยสามารถเข้าถึงข้อมูลจากนอกตัวรถได้อย่างรวดเร็ว

เมอร์เซเดส-เบนซ์ประกาศว่า วิธีการนี้ไม่จดสิทธิบัตร และผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ สามารถนำระบบนี้ไปใช้ได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันคณะกรรมาธิการยุโรปก็ได้ให้ทุนสนับสนุนการพัฒนาระบบ eCall ซึ่งจะให้รถยนต์ติดตั้งอุปกรณ์ที่จะโทรไปยังหมายเลขฉุกเฉินโดยอัตโนมัติในกรณีเกิดอุบัติเหตุ พร้อมกับส่งข้อมูลที่ีตั้งและรุ่นของรถยนต์ให้กับศูนย์ฉุกเฉิน แม้ว่าผู้ขับขี่จะหมดสติก็ตาม ระบบนี้มีแผนที่จะเริ่มทดลองใช้จริงในปี 2015

ที่มา - BBC News, Daimler

ผลวิจัยพบ เวลาออมแสง (DST) ช่วยลดการก่ออาชญากรรม

By: chayaninw on Mon, 2013-05-27 22:47

หลายประเทศในเขตอบอุ่น มีการใช้ระบบเวลาออมแสง (daylight saving time) ซึ่งจะปรับเวลาเวลาให้เร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมงในช่วงเข้าสู่ฤดูร้อน แล้วปรับกลับมาในช่วงเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งการปรับเวลาให้เร็วขึ้นในช่วงฤดูร้อนให้เร็วขึ้น ก็เพื่อให้มีเวลาที่ยังสว่างในช่วงเย็นมากขึ้น ถึงแม้ว่าเหตุผลหลักของการใช้เวลาออมแสงซึ่งเป็นเรื่องประหยัดพลังงาน ยังคงมีข้อถกเถียงกันอยู่มาก แต่งานวิจัยเชิงประจักษ์ฉบับหนึ่ง ได้สรุปผลออกมาว่า การมีแสงสว่างมากขึ้นในช่วงเย็นนั้น ช่วยลดการเกิดอาชญากรรมได้มากทีเดียว

นักเศรษฐศาสตร์ Nicholas Sanders จาก College of William and Mary ร่วมกับ Jennifer Doleac จาก University of Virginia ได้นำข้อมูลอาชญากรรมจาก National Incidence-Based Reporting System (NIBRS) ของสหรัฐอเมริกา มาวิจัยหาผลของการเปลี่ยนแปลงเวลาออมแสง กับการเกิดอาชญากรรมในช่วงสามสัปดาห์ก่อนและหลังวันที่เปลี่ยนเวลา แล้วก็พบว่า จำนวนการปล้นในชั่วโมงที่ได้รับผลจากเวลาออมแสงมากที่สุด (ช่วงเย็นที่จากมืด กลายเป็นยังคงสว่างอยู่หลังปรับเวลา) ลดลงอย่างชัดเจน

Sanders ใช้ข้อมูลการรายงานอาชญากรรมจากปี 2005-2008 ซึ่งได้ข้ามผ่านปี 2007 ซึ่งสภาของสหรัฐได้เลื่อนวันเปลี่ยนเวลาให้เร็วขึ้นอีกสามสัปดาห์ด้วย ทำให้สามารถควบคุมตัวแปรเรื่องช่วงเวลาของปี (เช่น อุณหภูมิที่อุ่นขึ้น) ได้มากขึ้นด้วย ซึ่งผลจากแบบจำลองทางเศรษฐมิติ ก็ยังคงชี้ไปในแนวทางที่ว่า การเกิดอาชญากรรมนั้นลดลงจากการเปลี่ยนเวลา

ผลจากการวิจัยนี้ นอกจากนี้จะช่วยในการตัดสินใจด้านนโยบายการใช้เวลาออมแสงแล้ว สมมติฐานที่ว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอาชญากรรมคือความสว่างภายนอก ยังช่วยสนับสนุนการตัดสินใจนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการติดไฟให้ความสว่างภายนอกของรัฐด้วย

งานวิจัย Under the Cover of Darkness: Using Daylight Saving Time to Measure How Ambient Light Influences Criminal Behavior สามารถเข้าอ่านฉบับเต็มได้ครับ

ที่มา - Phys.org

Airbnb ผิดกฎหมายนิวยอร์ค

By: lew on Wed, 2013-05-22 00:28

ศาลปกครองนิวยอร์คตัดสินให้การให้บริการเช่าบ้านชั่วคราวผ่านบริการ Airbnb ผิดกฎหมายโรงแรม ทำให้เจ้าของบ้านในคดีนี้คือ Nigel Warren ต้องจ่ายค่าปรับ 2,400 ดอลลาร์

ก่อนหน้านี้ Warren เคยถูกสั่งปรับถึง 7,000 ดอลลาร์ในข้อหาประกอบกิจการโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตและการละเมิดผังเมือง แต่ผู้พิพากษายกฟ้องคดีผังเมือง

กฎหมายนิวยอร์คนั้นห้ามไม่ให้คนที่ไม่ได้ขออนุญาตประกอบกิจการโรงแรมให้เช่าห้องระยะสั้นกว่า 29 วัน ยกเว้นว่าจะ "ตั้งใจ" พักครบ 30 วันแต่มีเหตุต้องยกเลิกการพักไปก่อน หรือแบ่งที่อยู่กัน ในกรณีของ Warren นั้นพยายามต่อสู้ว่าเพื่อนร่วมห้องของเขาอยู่ในคอนโดด้วยระหว่างที่เขาให้เช่าห้อง

ความผิดตามกฎหมายโรงแรมนี้เป็นความผิดลำดับที่สอง ทำให้เจ้าหน้าที่โดยทั่วไปจะไม่เอาผิดกับความผิดนี้ยกเว้นมีการร้องเรียนจากเพื่อนบ้านจากปัญหาอื่นเช่น เสียงรบกวน แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดผู้ให้เช่าในนิวยอร์คก็คงตระหนกกับคดีนี้ไม่น้อย กระทบโดยตรงกับธุรกิจของ Airbnb ทำให้ทางบริษัทเดินหน้าล็อบบี้แก้กฎหมายแล้ว

ที่มา - CNet

แผนประกันสุขภาพอินโดนีเซียเริ่มใช้งาน คิวยาว โรงพยาบาลแน่น

By: lew on Mon, 2013-05-20 23:54

โครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าของอินโดนีเซียเริ่มใช้งานมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยมีกำหนดการเปิดใช้ทั้งประเทศในเดือนมกราคม 2014 ที่จะถึงนี้

ครึ่งปีผ่านไป เกิดกรณี Lisa Darawati แม่ที่ให้กำเนิดลูกสาวก่อนกำหนดไปหนึ่งเดือนที่ชื่อว่า Dera โรงพยาบาลในจาการ์ตาร์ถึงสิบโรงพยาบาลไม่สามารถช่วยชีวิต Dera ไว้ได้เพราะโรงพยาบาลเหล่านั้นหากไม่แน่นจนล้นก็ไม่มีเครื่องมือช่วยชีวิตเพียงพอ เหตุการณ์นี้จุดชนวนว่าโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าของอินโดนีเซียนั้นทำในขณะที่ยังไม่พร้อม

ผู้ว่าจาการ์ตาร์ Joko Widodo ยืนยันว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อชาวจาการ์ตาร์เองเพราะหากไม่มีโครงการนี้คนถึงห้าแสนคนที่ป่วยแต่ไม่มีประกันสุขภาพจะต้องป่วยอยู่ที่บ้าน

โครงการประกันสุขภาพของอินโนนีเซียนั้นคล้ายกับเมืองไทยเป็นอย่างมาก โดยตัวโครงการมีแผนจะปรับให้ประกันสุขภาพโครงการต่างๆ เข้ามาเป็นโครงการเดียวกันอยู่ภายใต้การควบคุมของโครงการประกันเดียวกัน ก่อนหน้านี้อินโดนีเซียมีระบบประกันสุขภาพขนาดใหญ่คือระบบประกันสังคมที่นายจ้างจ่าย 3% ของค่าแรงและลูกจ้างจ่าย 2% ของค่าแรง โดนมีประชากร 63.12% ที่อยู่ภายใต้การดูแลของประกันสังคม ในปี 2011

รัฐบาลกลางเตรียมจะเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจากเดิม 1.2% ของ GDP เป็น 2.5%-3% ของ GDP ทางด้านธนาคารโลกคาดว่าโครงการนี้จะใช้งบประมาณต่อปีอยู่ที่ 13,000-16,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี

ทางด้านของโรงพยาบาลเอกชนของอินโดนีเซียนั้นเริ่มมองเห็นโอกาสจากโครงการนี้ เพราะชนชั้นกลางที่มีกำลังจ่ายแต่เคยยอมทนรอคิวในโรงพยาบาลของรัฐจะเข้าไปใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนกันมากขึ้น

ที่มา - Reuters, The Jakarta Post

Pages

Subscribe to Front page feed