ญี่ปุ่นขาดดุลย์การค้าเป็นประวัติการณ์จากการหยุดใช้นิวเคลียร์, ขึ้นภาษีลดงบประมาณขาดดุลย์

Submitted by lew on Mon, 2012-02-20 23:34

อาการของเศรษฐกิจญี่ปุ่นหลังภัยพิบัติอาจจะหนักกว่าที่เราคิด เมื่อตัวเลขการส่งออกลดลงทั้งปี 9.3% ขณะที่ยอดนำเข้ากลับเพิ่มขึ้นถึง 9.8% จากการนำเข้าน้ำมันเพราะการหยุดใช้เตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์เกือบทั้งหมด 54 เตาหลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อปีที่แล้ว เหลือเพียง 2 เตาที่ยังทำงานอยู่ ส่งผลให้การนำเข้าเชื้อเพลิงฟอซซิลทุกประเภทพุ่งสูงขึ้นในทันที ขณะที่ค่าเงินเยนกลับแข็งค่าขึ้น ทำให้ยอดส่งออกลดลง

เตาปฎิกรณ์ทั้งหมดต้องถูกปิดเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยซ้ำ แม้แต่สองเตาที่กำลังทำงานอยู่เองก็มีคิวปิดทำงานในเดือนเมษายนนี้ ปัญหาค่าเชื้อเพลิงจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ญี่ปุ่นต้องฝ่าฟันต่อไป

ที่มา - BBC, Google News

พร้อมๆ กับภาวะขาดดุลย์การค้า ญี่ปุ่นเองมีปัญหาเรื่องหนี้สาธารณะอยู่มากถึง 228% ของ GDP รวมทั้งหมด 315 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินบำนาญผู้สูงอายุในญี่ปุ่นนั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้แตะระดับ 1 ล้านล้านเยน หรือ 378,000 ล้านบาทต่อปีเข้าไปแล้ว และคาดว่าในปี 2060 จะมีประชากรที่อยู่ในช่วงอายุรับเงินบำนาญถึง 40% ของประชากรประเทศ

ทางแก้ในช่วงนี้คือการขึ้นภาษีการขายอีกเท่าตัว จาก 5% จะขึ้นเป็น 8% ในปี 2014 และ 10% ในปี 2015

ที่มา - BBC

Comments

Submitted by hisoft on Tue, 2012-02-21 01:38
  • การขึ้นภาษีการขายถึงสองเท่าตัว

น่าจะเรียกว่าขึ้นภาษีถึงเท่าตัว หรือเป็นสองเท่าตัวนะครับ ถ้าขึ้นสองเท่าต้องออกมา 5 + (2 x 5) = 15

Submitted by the mee on Wed, 2012-02-22 00:29

ผมว่า ทางแก้ที่ถูกต้องจะต้อง ญี่ปุ่นอาจจะต้องกลับมามองย้อนดูว่าตัวเองมีอะไรที่ลดรายจ่ายด้บ้าง
พยายาม ทำให้เงินเยนไม่แข๊งจนเกินไป
และให้ระยะยาว ต้องสร้างคนยุคสร้างชาติขึ้นมาใหม่ เหมือนกับทีเคยเกิดขึ้นเมื่อ 30 - 40 ปีที่แล้ว
และพยายาม สร้างคนกลุ่มนี้ขึ้นมาตลอดเวลา ต่อไปในอนาคต ............
ผมเชื่อว่า ญี่ปุ่่น ยั่งมีศักยภาพมากพอที่จะ กลับมายิ่งใหญ่อีกครั่งได้ครับ แต่อะไรหลายหลายอย่างก็ต้องรีบทำก่อนที่จะสายเกินแก้

Submitted by Trebuchet on Wed, 2012-02-22 11:16

มีข้อสงสัยครับ

ในทางเศรษฐศาสตร์ ถ้าเศรษฐกิจคงที่ หรือเติบโตขึ้นนิดหน่อย เราก็มองว่า การเติบโตติดลบ
แต่ถ้าจะให้ การเติบโตเพิ่มขึ้นตลอด ก็หมายถึง ประชากรมากขึ้น การบริโภคมากขึ้น และแน่นอนต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้น ถึงจุดหนึ่งโลกคงแบกรับความต้องการไม่ได้แน่
อยากทราบว่า ตอนนี้มีประเทศไหนคิดจัดการกับปัญหานี้บ้างครับ

Submitted by lew on Wed, 2012-02-22 14:52

แนวคิดเรื่องที่ว่า โลกมีความจุจำกัด "ไม่เคยเกิดขึ้นจริง" ครับ

ผมยกตัวอย่างยุโรป เคยมีเหตุการขาดอาหารหลายรอบ ทุกรอบทุกคนล้วนเชื่อว่า "โลกแบกรับความต้องการไม่ไหวแล้ว"

  • สมัยปลูกข้าวสาลี แล้วไม่พอกินเพราะให้ผลผลิต 4-6 เท่าของเมล็ดที่ใช้ปลูก (เทคโนโลยีสมัยนั้น) แก้ปัญหาด้วยการปลูกข้าวโพด ที่ให้ผลผลิต 200 เท่าตัว
  • สมัยต่อมานำเข้ามันฝั่งมาปลูก แคลอรี่ต่อไร่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
  • สมัยใหม่คือการสังเคราะปุ๋ยเคมี เพิ่มผลผลิตจนเหลือสำหรับการบริโภคจนทุกวันนี้

การ "มองว่า" โลกจะรับความต้องการไม่ได้ ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ในทุกวันนี้เองประชากรยุโรปนั้นอยู่ในภาวะที่แทบจะหยุดนิ่ง เยอรมันประชากรกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง ประเทศที่ความเจริญสูงขึ้นถึงจุดหนึ่งอัตราการเพิ่มของประชากรก็ล้วนแต่ลดลง

ความน่ากลัวของปัญหาใหม่ๆ หลายๆ อย่างเช่นปัญหาพลังงานเองเทคโนโลยีก็มีรออยู่หลายเทคโนโลยี ทั้ง Solar Cell, Bio diesel, ฯลฯ ปัญหาสำคัญที่เราไม่สามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้คือน้ำมันในทุกวันนี้ยังราคาถูกเกินไป จนไม่คุ้มที่จะใช้เทคโนโลยีเหลา่นี้

อาจจะต้องตั้งคำถามครับ ว่าปัญหาที่คุณกลัว มันมีอยู่จริงรึเปล่า

Submitted by pitisave on Wed, 2012-02-22 22:30

คงเป็นการปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามธรรมชาติของมนุษย์หล่ะมั้งครับ พอสังคมเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่การมีความสัมพันธ์เพื่อการสืบทอดเผ่าพันธุ์มีความสำคัญลดลง

Submitted by altimate on Wed, 2012-02-22 21:28

ภาษีการขาย ฟังดูแปลกๆ จริงๆมันคือภาษีมูลค่าเพิ่มแบบบ้านเรานั่นแหละ เรียกเหมือนกันก็ได้ครับ จะได้ไม่งง
ปัญหาหนี้ของญี่ปุ่นดูว่ามากก็จริง แต่เป็นหนี้ในประเทศ คือคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ต้องทำงานเลี้ยงคนรุ่นเก่า ในขณะที่คนรุ่นเก่าก็กินเงินตัวเองไปจนจะหมดแล้ว

Submitted by chayaninw on Thu, 2012-02-23 02:33

เข้าใจว่ากรณีนี้ (ญี่ปุ่น) คงใช้แทนได้ (ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง) แต่ในกรณีทั่วไป ไม่ได้แทนคำว่าภาษีการขายด้วยภาษีมูลค่าเพิ่มได้เสมอนะครับ

Submitted by eak1111 on Fri, 2012-02-24 14:16

สงสัยว่าญี่ปุ่นเป็นหนี้สาธารณะมากกว่า228%ของ GDP มากกว่ากรีซ ซะอีกแต่ทำไมอยู่ได้ หรือเปรียบกับว่าเป็นมะเร็งแต่ร่างกายแข็งแรง ส่วนกรีซเป็นมะเร็งเหมือนกันแต่่ร่างกายอ่อนแอ?

Submitted by altimate on Sat, 2012-02-25 13:08

ญี่ปุ่นต่างจากกรีซตรงที่เป็นหนี้ภายในประเทศ เจ้าหนี้รัฐคือคนญี่ปุ่นด้วยกันเอง ส่วนกรีซเป็นหนี้สถาบันการเงินต่างประเทศ เปรียบไปเหมือนคนที่ยืมเงินคนอื่นมาใช้ ส่วนญี่ปุ่นยืมเงินคนในครอบครัวเดียวกัน ยังไงซะคนกันเองคุยง่ายกว่าคนนอกเยอะ

glqxz9283 sfy39587stf02 mnesdcuix8
glqxz9283 sfy39587stf03 mnesdcuix8
glqxz9283 sfy39587stf04 mnesdcuix8