[Valentine's Special] อีกด้านของช็อกโกแลต: ความขมเบื้องหลังรสหวานโรแมนติก
ของหวานประจำเทศกาลวาเลนไทน์จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก "ช็อกโกแลต" รสและกลิ่นอันหอมหวานดุจดั่งประทานมาจากสรวงสวรรค์ของช็อกโกแลตสร้างความประทับใจให้กับคู่รักทั่วโลกมานักต่อนัก (ตรงนี้ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ ชื่อวิทยาศาสตร์ของต้นโกโก้ซึ่งเมล็ดเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิดช็อกโกแลต คือ Theobroma cacao คำว่า Theobroma เป็นภาษาละตินแปลว่า "อาหารของเทพ")
ความต้องการช็อคโกแลตของตลาดต่อปีนั้นสูงเสียจนผลิตกันแทบจะไม่พอเลยทีเดียว ในปี 2009 สหราชอาณาจักร -ประเทศผู้ซื้อช็อกโกแลตอันดับหนึ่งของโลก- นำเข้าช็อกโกแลตคิดเป็นมูลค่ากว่า 1.285 ล้านเหรียญสหรัฐฯ บริษัทขายช็อกโกแลตใหญ่ๆ อย่าง Nestlé, Hershey, หรือ Mars ปีหนึ่งๆ มีรายได้ระดับหลักพันล้านเหรียญสหรัฐฯ กันถ้วนหน้า นักวิเคราะห์บางคนคาดว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า ช็อคโกแลตจะแพงกว่าไข่ปลาคาเวียร์ด้วยซ้ำไป
แต่ใครจะรู้บ้างว่าเบื้องหลังของความหอมหวานนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่นและทุกข์ระทมขนาดไหน หากเราเปรียบว่าช็อกโกแลตเป็นอาหารจากสวรรค์แล้ว ต้นทางการผลิตของเมล็ดโกโก้ก็คงไม่ต่างจากนรกสักเท่าไร
เมื่อหญิงขาดแคลน ผู้ชายจะใช้จ่ายเงินมากขึ้น
ในสัตว์อื่นๆ เมื่อตัวเมียในประชากรมีจำนวนลดลง ตัวผู้จะเริ่มลงทุนลงแรงในการแข่งขันเพื่อหาคู่มากขึ้น ทีมวิจัยที่นำโดย Vladas Griskevicius แห่ง Carlson School พบว่าหากผู้หญิงกลายเป็นของหายาก มนุษย์เพศชายก็พร้อมลงทุนเพิ่มขึ้นเช่นกัน
การทดลองแรก นักวิจัยในกลุ่มตัวอย่างอ่านข่าวที่มีเนื้อหาระบุถึงสัดส่วนชาย-หญิงในประชากร จากนั้นก็ให้ทำแบบสอบถามว่าวางแผนจะเก็บออมเงินเท่าไรและใช้จ่ายเงินเท่าไรใน ผลพบว่ากลุ่มตัวอย่างผู้ชายที่ได้อ่านข่าว "มีผู้ชายมากกว่าผู้หญิง" มีแนวโน้มการเก็บออมลดลงถึง 42% และพร้อมจะใช้จ่ายซื้อของผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นถึง 84%
ในการทดลองที่สอง กลุ่มตัวอย่างจะได้ดูรูปที่มีจำนวนผู้ชายและผู้หญิงแตกต่างกัน บางรูปก็มีผู้หญิงมากกว่า บ้างก็ผู้ชายมากกว่า บ้างก็เท่ากัน จากนั้นนักวิจัยก็จะให้เลือกว่าอยากรับเงิน 20 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้หรือจะรออีกเดือนแล้วรับเงิน 30 ดอลล่าร์ ผลก็ปรากฏว่าผู้ชายที่ได้ดูรูปมีผู้ชายมากกว่าผู้หญิงมาก่อน มีแนวโน้มที่จะรับเงิน 20 ดอลล่าร์แบบเร็วๆ แทนที่จะรอไปอีกหนึ่งเดือน
