อินเทลตั้งเป้าเลิกใช้แร่ที่มีข้อขัดแย้งภายในปี 2013
แร่โลหะหายากหลายตัวที่เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ทุกวันนี้มีอยู่มากในประเทศที่ยังเต็มไปด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น คองโก และรวันดา เรียกกันว่า conflict-minerals อินเทลเองในฐานะผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของโลกก็ถูกหลายองค์กรโจมตีมาตลอดว่าใช้แร่ธาตุจากแหล่งเหล่านี้ และวันนี้ทางอินเทลก็มีการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องในเรื่องนี้ โดยประกาศว่าจะตรวจสอบแร่สำคัญสี่ตัว ได้แก่ แทนทาลัม, ทอง, สังกะสี, และทังสเตน และจัดหาแหล่งแร่ที่อยู่นอกพื้นที่ขัดแย้งมาแทนที่ทั้งหมดภายในปี 2013
นอกจากประเด็นพื้นที่ขัดแย้งแล้ว การแถลงข่าวครั้งนี้ยังประเด็นสิ่งแวดล้อมที่อินเทลสัญญาว่าจะใช้น้ำต่อชิปที่ผลิตออกมาลดลงเรื่อยๆ และไม่สร้างของเสียที่ต้องการฝังกลบเลยภายในปี 2020 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 10% จากค่าฐานปี 2010 ภายในปี 2020
ที่มา - Engadget
อัตราการเกิดของคนผิวขาวในสหรัฐฯ ต่ำกว่าครึ่งแล้ว
การเปลี่ยนแปลงด้านเชื้อชาติในสหรัฐฯ นั้นมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดรายงานการการเกิดของประชากรสหรัฐฯ ก็ถึงจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญเมื่อจำนวนการเกิดของประชากรผิวขาวในสหรัฐฯ นั้นลดลงต่ำกว่า 50% หลังจากมีอันตราการเพิ่มประชากรในกลุ่มนี้น้อยมากมาต่อเนื่องหลายปี
ประชากรชนกลุ่มน้อยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 2% ทำให้เมื่อปี 2010 ชนกลุ่มน้อยมีสัดส่วนเป็น 36.6% อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้เคยมีการคาดการณ์ว่าคนกลุ่มน้อยจะมีสัดส่วนประชากรรวม (ไม่ใช่แค่การเกิด) มากกว่า 50% ภายในปี 2040 แต่ปรากฏว่าช่วงหลังอัตราการเกิดของเชื้อชาติอื่นๆ ก็กำลังอยู่ในช่วงขาลงเช่นเดียวกับคนผิวขาว ทำให้การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนอาจจะช้ากว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ไปอีกหลายปี เหตุผลหนึ่งคือการอพยพเข้ามาในสหรัฐฯ นั้นมีจำนวนลดลงมาก
การเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนประชากรเช่นนี้มีผลทั้งด้านเศรษฐกิจ และการเมือง โดยประชากรในสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะมีความหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละรุ่น
ที่มา - Fox News
วิกฤติตุลาการ ศาลฎีกาสหรัฐฯ เหลืออัตราการรับรองจากประชาชนเพียง 52%
Pew Internet Research ได้สำรวจระดับการรับรองศาลฎีกาสูงสุด (Supreme Court) ของสหรัฐฯ และพบว่าอัตราการรับรอง (favorable ratings) ลดลงเหลือเพียง 52% ต่ำที่สุดในรอบ 25 ปี โดยจุดสูงสุดของศาสฎีกาสูงสุดสหรัฐฯ นั้นเคยมีอัตราการรับรองถึง 80% ในปี 1994
อัตราการไม่รับรอง (unfavorable) นั้นอยู่ที่ 29% จากที่เคยสูงสุดในปี 2005 แต่ที่มากกว่าคือกลุ่มไม่มีความคิดเห็น สูงขึ้นเป็น 19% มากที่สุดนับแต่มีการสำรวจมาก
เมื่อแยกตามฝั่งการเมือง พบว่ากลุ่มผู้นิยมพรรคเดโมแคตรดนั้นให้การรับรอง 52% ส่วนพรรครีพับลิคกันให้การรับรอง 56% นับว่าไม่ต่างกันมากนัก เทียบกับสมัยประธานาธิปดีบุชคนลูกที่ความต่างของการรับรองศาลฎีกานี้ต่างกัน 10-20%
สาเหตุของอัตราการรับรองที่ลดลงเหตุผลหนึ่ง คือ การที่ศาลฎีกาเข้าตรวจสอบกฏหมายประกันสุขภาพของโอบามาในปี 2010 ทำให้ฝ่ายเดโมแครตให้ความรับรองต่อศาลลดลงอย่างรวดเร็ว โดย 32% ของฝ่ายเดโมแครตระบุว่าให้การรับรองต่อศาลน้อยลง
การสำรวจนี้ทำขึ้นกับประชาชน 3,008 คน ในระหว่างวันที่ 4-14 เมษายนที่ผ่านมา โดยอาศัยการสุ่มโทรศัพท์ ตามโทรศัพท์บ้านหรือโทรศัพท์มือถือ
ที่มา - Pew Research Center
คู่แต่งงานตามศาสนา Kopimism เข้าพิธีแล้ว
ศาสนา Kopimism ที่ได้รับรองจากสวีเดนว่าเป็นศาสนาแล้ว จัดพิธีแต่งงานให้กับกับคู่บ่าวสาวในศาสนานี้เป็นครั้งแรก
ศาสนานี้เน้นสิทธิในการแชร์ไฟล์และข้อมูลต่างๆ รวมถึงความรัก และเครื่องหมายทางศาสนาคือ CTRL+C และ CTRL+V
คำอวยพรจากศาสนจักรสำหรับการแต่งงานครั้งนี้ คือ "ขอให้ทั้งสองสำเนาและผสม DNA ระหว่างกันและสร้างมนุษย์ใหม่ นั่นคือหัวใจของ Kopimism สัมผัสความรักและแบ่งปันมันระหว่างกัน สำเนาความศักดิ์สิทธิ์ของมัน"
มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ไม่ออกทรานคริปต์หากไม่จ่ายเงินกู้
โครงการเงินกู้เพื่อการศึกษานั้นมีอยู่ทั่วโลก รวมถึงบ้านเราที่มีโครงการกยศ. และเช่นเดียวกับทั่วโลก โครงการเช่นนี้บางครั้งก็มีปัญหาเรื่องคนกู้ยืมไม่ยอมจ่ายคืนเงิน โดยสหรัฐฯ นั้นมีปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ถึง 8.8% ทำให้โครงการเงินกู้เพื่อการศึกษาเป็นเงินกู้ที่มีปัญหามาก
งานนี้กระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐฯ ถึงกับออกมาสนับสนุนให้หน่วยงานการศึกษาใช้เทคนิคงดออกใบรับรองผลการศึกษา หากนักศึกษายังไม่สามารถจ่ายเงินกู้ได้ตามกำหนด
กระบวนการรุนแรงเช่นนี้สร้างปัญหาตามมา นักศึกษาที่ผิดนัดชำระหนี้บางคนตกงานจริงมาเป็นเวลานานทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ แต่พอได้งานแล้วกลับไม่สามารถเข้าทำงานใหม่ได้เพราะไม่สามารถขอใบรับรองการศึกษาได้
ที่มา - LA Times
มาเลเซียประกาศค่าแรงขั้นต่ำครั้งแรก เดือนละ 9,150 บาท
มาเลเซียประกาศแผนการบังคับใช้ค่าแรงขั้นต่ำเป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ก่อนวันหยุดวันแรงงาน โดยแรงงานในแถบแหลมมลายูที่ค่าครองชีพสูงจะถูกกำหนดค่าแรงขั้นต่ำไว้ที่เดือนละ 900 ริงกิต หรือประมาณ 9,150 บาทต่อเดือน ขณะที่เขตอื่นๆ ที่ห่างไกลออกไปจะได้รับค่าแรง 800 ริงกิต หรือประมาณ 8,130 บาทต่อเดือน
ค่าแรงขั้นต่ำนี้จะมีผลต่อแรงงาน 3.2 ล้านคนในมาเลเซีย โดยก่อนหน้านี้มาเลเซียเคยประกาศจ่ายเงินช่วยเหลือครั้งเดียวให้กับคนยากจนเป็นเงิน 500 ริงกิต หรือประมาณ 5,080 บาท
แผนการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการย้ายคนออกจากเกษตรกรรมไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มมากกว่า โดยนายกรัฐมนตรีมาเลเซียระบุว่ารัฐบาลยังคงเพิ่มรายได้ของประชากรได้ตามกำหนดของแผนการที่จะให้รายได้ของประชากรต่อปีเพิ่มเป็น 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 450,000 บาทต่อปีภายในปี 2020
ที่มา - Bloomberg
อองซาน ซูจีเตรียมนำสส. เข้าประชุมสภาวันพุธนี้
อองซาน ซูจีประกาศยอมนำสส. เข้าประชุมสภาในวันพุธที่จะถึงนี้หลังก่อนหน้านี้ไม่ยอมรับคำปฎิญาณที่ระบุให้ต้องรักษารัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าการเมืองเป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยน (give and take) และพรรค NLD ได้รับเลือกจากประชาชนมาเพื่อเข้าไปทำงานในสภา
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของพม่านั้นรับประกันที่นั่ง 25% ในสภาให้กับทหาร แต่จากการเลือกตั้งซ่อมครั้งที่ผ่านมาพรรค NLD สามารถกวาดที่นั่งไปได้ถึง 43 ที่นั่งจากที่มีการเลือกตั้ง 44 ที่นั่ง สมัยหน้าก็เป็นไปได้ว่าการรับประกันที่นั่ง 25% อาจจะไม่เพียงพอที่จะคงอำนาจของกองทัพพม่าเอาไว้
พรรค NLD ของให้เปลี่ยนคำปฎิญาณจากคำว่า "พิทักษ์" รัฐธรรมนูญเป็นคำว่า "เคารพ" เพราะนโยบายหนึ่งที่เลือกตั้งเข้ามาคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ที่มา - LA Times
การวิจัยพบการค้าออนไลน์ในไทยกำลังได้รับการยอมรับจากผู้ซื้อ
Master Intelligence บริษัทวิจัยตลาดของมาสเตอร์การ์ดได้ออกสำรวจผู้ซื้อ 7,373 คนใน 14 ประเทศถึงลักษณะการยอมรับการซื้อออนไลน์ พบว่าผู้ซื้อในไทยมีแนวความตั้งใจจะซื้อออนไลน์สูงสุดถึง 80% ในจำนวนนั้นมีแผนจะซื้อสินค้าออนไลน์ในหกเดือนข้างหน้าสูงถึง 93% เท่ากับจีน
ตัวเลขความตั้งใจจะซื้อสินค้าออนไลน์ของไทยนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มขึ้น 13% จากปีที่แล้ว เช่นเดียวกับชาติอาเซียนอีกหลายชาติ เช่น อินโดนีเซีย (+15%), ฟิลิปปินส์ (+15%)
ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือคนไทยมีแนวโน้มจะใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อซื้อสินค้าสูงมากถึง 59% นำหน้าจีน (37%), เวียดนาม (32%), และอินเดีย (32%) โดยมีเหตุผลสำคัญสองอย่างคือความสะดวก (57%) และความง่ายของแอพพลิเคชั่น (46%)
ที่มา - Master Intelligence
อินโดนีเซียเตรียมประกาศภาษีส่งออกแร่
รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมอินโดนีเซียระบุว่ารัฐบาลต้องเร่งตั้งกำแพงภาษีการส่งออกแร่ เพราะราคาแร่ที่แพงเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ
กำแพงภาษีส่งออกนี้อาจจะสูงถึง 25% ในปีนี้ และเพิ่มเป็น 50% ในปีหน้า
นักวิเคราะห์ยังเชื่อว่าผลจากมาตรการนี้จะไม่ทำร้ายอุตสาหกรรมเหมืองแร่นัก โดยรัฐบาลอาจจะเจรจาเพื่อหาข้อตกลงสุดท้ายก่อนประกาศ เพราะอุตสาหกรรมเหมืองแร่นั้นมีมูลค่าถึง 12% ของ GDP อินโดนีเซีย
ที่มา - Reuters
ออสเตรเลียลดการคว่ำบาตรเมียนมาร์, อองซานขอให้ยุโรปยกเลิกคว่ำบาตร
ออสเตรเลียแสดงความพอใจต่อท่าทีที่เปิดกว้างขึ้นของรัฐบาลเมียนมาร์ และประกาศยกเลิกคว่ำบาตร หลังจากเมียนมาร์เปิดให้มีการเลือกตั้งและปล่อยนักโทษการเมืองออกมา ตลอดจนการแก้กฎหมายเพื่อรองรับสิทธิในการแสดงออก, สิทธิแรงงาน, และการมีส่วนร่วมทางการเมือง
การลดการคว่ำบาตรมีผลให้รายชื่อชาวเมียนมาร์ผู้ต้องห้ามทางการเงินและการเดินทางเข้าประเทศของออสเตรเลีย ลดลงจาก 392 คนเหลือ 113 คน เช่น ประธานาธิปดีของเมียนมาร์และสมาชิกรัฐบาลที่มีส่วนในการปฏิรูปประเทศ
ประกาศนี้มีขึ้นหลังจากที่วันศุกร์ที่ผ่านมา นายเดวิด คาเมนรอนได้เข้าพบนางออกซาน ซูจี โดยหลังจากพูดคุยกันนางอองซานได้เรียกร้องให้สหราชอาณาจักรลกเลิกการคว่ำบาตรต่อพม่าซึ่งนายเดวิดเองก็เห็นด้วยและออกมาเรียกร้องให้สหภาพยุโรป "หยุดพัก" การคว่ำบาตรไว้ชั่วคราว ท่าทีเช่นนี้ทำให้น่าจับตามองว่าสหภาพยุโรปที่กำลังตัดสินใจประเด็นนี้ภายในสิ้นเดือน จะทำตามคำร้องขอของนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรหรือไม่
ที่มา - Wall Street Journal, CNN
นายกสหราชอาณาจักรเตรียมเยือนเมียนมาร์ศุกร์นี้
นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรเตรียมเยือนเมียนมาร์ในวันศุกร์นี้ แม้สหภาพยุโรปยังคงคว่ำบาตรเมียนมาร์อยู่ก็ตาม โดยการเดินทางของนายเดวิด รอบนี้จะไปพร้อมกับตัวแทนธุรกิจอีก 35 คน ทั้งด้านการทหาร, พลังงาน, ก่อสร้าง, และธุรกิจอื่นๆ โดยคาดว่าผลประโยชน์ในสหราชอาณาจักรสนใจ คือ ธุรกิจ พลังงาน, เหมือง, การเงิน, โทรคมนาคม, และการท่องเที่ยว
การเดินทางรอบนี้ไม่ใช่การเดินทางสู่เมียนมาร์โดยตรง แต่เป็นการเดินทางไปยัง ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, และอินโดนีเซีย
เมียนมาร์เคยเป็นเมืองขึ้นของสหราชอาณาจักรสมัยยังเป็นประเทศพม่า และการเยือนระดับนายกรัฐมนตรีนั้นมีขึ้นครั้งสุดท้ายในปี 1955 หลังจากนั้นพม่าก็มีรัฐประหารในปี 1962 ก็ไม่มีการเยือนอย่างเป็นทางการอีก
ทางด้านสหภาพยุโรปนั้นอาจจะยกเลิกคำสั่งคว่ำบาตรเมียนมาร์ได้ แต่การพิจารณาจะมีขึ้นในวันที่ 23 เมษายนที่จะถึงนี้
ที่มา - Reuters
ชาวเวียดนามเข้าซื้อ "เมือง" ในสหรัฐฯ ที่ราคา 900,000 ดอลลาร์
เมือง Buford ในสหรัฐฯ เป็นเมืองที่แทบจะร้างหลังจากยุคตื่นทองในช่วงปี 1880 ที่เคยมีประชากร 2,000 คน และเมืองทั้งเมืองถูกซื้อโดยนาย Don Sammons ตั้งแต่ปี 1992 ล่าสุดเขาประกาศขายทั้งเมืองผ่านการประมูล ปรากฏว่าเมืองนี้ได้รับความสนใจอย่างสูง มีผู้เข้าประมูลจาก 46 ประเทศ และราคาสุดท้ายคือ 900,000 ดอลลาร์ ประมูลโดยชาวเวียดนามที่ไม่เปิดเผยชื่อ
เมือง Buford มีพื้นที่ถึง 10 เอเคอร์ (ประมาณ 40,000 ตารางเมตร) ภายในมีร้านค้า, ปั๊มน้ำมัน, และบ้าน
การซื้อยกเมืองยังมีอีกที่หนึ่งคือเมือง Pray ในรัฐมอนทาน่า ที่เปิดขายเมืองขนาด 5 เอเคอร์ในราคา 1.4 ล้านดอลลาร์
ที่มา - Reuters
เมียนมาร์เตรียมรุกตลาดข้าวโลก หวังเพิ่มการส่งออกเป็นหนึ่งล้านตัน
ความพยายามเปิดประเทศของเมียนมาร์นอกจากเรื่องของการเมืองที่เริ่มปล่อยให้นางอองซาน ซูจี เข้าแข่งขันในสนามเลือกตั้ง และการเปิดเสรีทางการเงินแบบมีการควบคุมแล้ว ตอนนี้ตลาดการค้าก็เริ่มมีการปรับตัวแล้วเช่นเดียวกัน โดยทางการ โดยทางการพม่าประกาศว่าจะเพิ่มการส่งออกข้าวในปี 2012 ถึง 2013 นี้ให้เพิ่มเป็น 1 ล้านตัน
ทางการเมียนมาร์ระบุว่าปีที่แล้วมีการส่งออกข้าว 844,200 ตันคิดเป็นมูลค่า 324 ล้านดอลลาร์ แต่ในสมัยที่เมียนมาร์ยังเป็นเมืองขึ้นของสหราชอาณาจักรในปี 1934 นั้นเมียนมาร์เคยเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดในโลก มีปริมาณส่งออกถึง 3.4 ล้านตัน ขณะที่ปี 2010 นั้นไทยส่งออกข้าวได้ 8.5 ล้านตัน และเวียดนามส่งออกข้าวได้ 6.5 ล้านตัน หากเมียนมาร์กลับมาเข้าตลาดโลกได้ ศักยภาพการผลิตก็ยังคงมีอยู่อีกมาก
เมียนมาร์ประกาศให้สิทธิพิเศษทางภาษีกับผู้ส่งออกไปจนถึงเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ โดยข้าวเมียนมาร์นั้นมีลูกค้าสำคัญ คือ ชาติแอฟริกัน, ฟิลิปปินส์, บังคลาเทศ, และจีน อย่างไรก็ดีการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และยุโรปยังคงมีอยู่ แม้ทางการเมียนมาร์จะพยายามเอาใจชาติเหล่านี้อย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมาก็ตาม
อเมซอนไม่จ่ายภาษีในสหราชอาณาจักรเลยแม้จะมียอดขาย 3.3 พันล้านปอนด์
สรรพากรสหราชอาณาจักรเริ่มเข้าสอบสวนกิจการของ Amazon UK ที่ทำยอดขายในสหราชอาณาจักรได้ถึง 3.3 พันล้านปอนด์ หรือกว่า 1.6 แสนล้านบาท หรือกว่าครึ่งของรายได้ Amazon EU ที่ตั้งอยู่ในลักเซมเบิร์ก ที่มีรายได้รวม 6.5 พันล้านปอนด์
อเมซอนลงทะเบียนบริษัทในสหราชอาญาจักรว่าเป็นบริษัทให้บริการ "เติมเต็มรายการสั่งซื้อ" ให้กับบริษัทในลักเซมเบิร์กอีกทีหนึ่ง ทั้งที่ในสหราชอาณาจักรนั้นมีพนักงานถึง 2,265 คน และในลักเซมเบิร์กมีเพียง 134 คน
ไม่ใช่แค่ภาษีนิติบุคคลที่อเมซอนไปจ่ายในลักเซมเบิร์กเท่านั้น แม้แต่ภาษีมูลค่าเพิ่มอเมซอนก็จ่ายให้ลักเซมเบิร์กที่อัตรา 3% ขณะที่ภาษีในสหราชอาณาจักรนั้นสูงถึง 20%
รายงานนี้ออกมาจากรายงานที่อเมซอนส่งให้กับคณะกรรมการกำกับกิจการตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ขณะที่สรรพากรสหราชอาณาจักรนั้นไม่ยืนยันว่ามีการสอบสวนจริงหรือไม่
ปัญหาภาษีและการค้าออนไลน์ยังคงเป็นปัญหาในเขตการค้าที่มีอัตราภาษีต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นสหภาพยุโรป หรือแม้แต่ในสหรัฐฯ ที่แต่ละรัฐมีอัตราภาษีต่างกัน อาจจะเป็นบทเรียนให้กับไทยและอาเซียนว่าควรคิดหามาตรการเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า
ที่มา - Tech Week Europe
กฏหมายเปิดเสรีค่าเงินเมียนมาร์เริ่มมีผล 1 เมษายน เตรียมปล่อยเงินกู้เพิ่มให้รัฐวิสาหกิจ
กฏหมายปล่อยเสรีค่าเงินของเมียนมาร์จะเริ่มมีผลบังคับในวันที่ 1 เมษายนนี้ คาดว่าค่าเงินจ๊าดจะตกลงมาอยู่ที่ 800 จ๊าดต่อดอลลาร์ จากเดิมที่ธนาคารกลางผูกค่าเงินตายตัวไว้ที่ 6.51 จ๊าดต่อดอลลาร์ (ซึ่งเป็นอัตราที่หาซื้อจริงไม่ได้) อย่างไรก็ดีรัฐวิสาหกิจของพม่านั้นใช้อัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการทำให้ได้รับผลกระทบจากอัตราค่าเงินนี้
ทางการพม่าเตรียมเงินกู้เพิ่มเติมให้กับหน่วยงานเหล่านี้เพื่อให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ อย่างไรก็ดีภาพรวมของระบบเศรษฐกิจนั้นคงไม่กระทบมากนักเพราะหน่วยงานเหล่านี้มีผลต่อระบบเศรษฐกิจเมียนมาร์ประมาณ 10% เท่านั้น
ที่มา - Reuters, BusinessWeek
