Blltz's blog

ไปรษณีย์สหรัฐฯ เลิกส่งอุปกรณ์ที่มีแบตลิเธียมฯ ออกนอกประเทศ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

Submitted by Blltz on Thu, 2012-05-17 14:15

ข่าวร้ายสำหรับพวกชอบสั่งของจากสหรัฐฯ มาถึงแล้ว เมื่อไปรษณีย์สหรัฐฯ (USPS) ที่กำลังประสบสภาวะขาดทุนอย่างหนักอยู่ ได้ประกาศยกเลิกการส่งอุปกรณ์ทุกชนิดที่มีแบตเตอรี่ประเภทลิเธียมไอออนออกนอกสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ยอดนิยมอย่างแท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟนด้วย โดยจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมเป็นต้นไป

เหตุผลที่ทาง USPS ยกขึ้นมาคือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนนั้นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการขนส่งด้วยเครื่องบิน ซึ่งเคยมีกรณีที่เกิดไฟไหม้ในตัวเครื่องเกิดขึ้น และเป็นผลให้เสียเครื่องบินไปถึง 2 ลำตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา

สำหรับผู้ให้บริการรายอื่นอย่าง UPS และ FedEx ยังไม่ออกมาพูดถึงกรณีนี้ และน่าจะไม่มีแผนปรับเปลี่ยนอะไร เนื่องจากมูลค่าการขนส่งของอุปกรณ์กลุ่มดังกล่าวนั้นสูงพอตัว

ที่มา - USPS via CNET

แชทระหว่างเดินในรัฐนิวเจอร์ซีย์ผิดกฎหมาย มีโทษปรับที่ 85 เหรียญ

Submitted by Blltz on Tue, 2012-05-15 09:24

เรื่องธรรมดาที่เห็นได้ทั่วไปอย่างการพิมพ์ข้อความบนมือถือระหว่างเดินตามทางเท้ากำลังจะกลายเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ผู้กระทำผิดจะถูกปรับเป็นเงิน 85 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2,500 บาท)

ประเด็นหลักของพวกแชทระหว่างเดินนอกจากจะสร้างความน่ารำคาญด้วยการบังทางแล้ว ยังไปเกี่ยวโยงกับอุบัติเหตุด้วย โดย Thomas Ripoli หัวหน้ากรมตำรวจประจำเมืองฟอร์ต ลี บอกว่าในปีนี้มีอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับคนที่แชทระหว่างเดินถึงสามครั้ง ทำให้ต้องยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนทราบถึงความอันตรายของการแชทระหว่างเดินเสียที

แน่นอนว่าต้องมีหลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับกฎดังกล่าว และบอกว่าค่าปรับนั้นสูงเกินไป แต่ถึงกระนั้นนับตั้งแต่เริ่มใช้กฎดังกล่าวก็มีผู้ถูกปรับไปแล้วทั้งสิ้น 117 คนเข้าไปแล้ว

ที่มา - ABC NEWS

Facebook ตั้งราคาหุ้น IPO ไว้ที่ 28-35 เหรียญ เตรียมระดมทุนเป็นเงินกว่า 13,000 ล้านเหรียญ

Submitted by Blltz on Sat, 2012-05-05 10:53

ใกล้ถึงเวลาที่ Facebook จะระดมทุนครั้งแรกในตลาดหุ้น (IPO) เข้าไปทุกขณะแล้ว หลังจากที่มีข่าวลือว่าจะเข้าตลาดในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ล่าสุด Facebook เพิ่มข้อมูลลงใน S-1 ว่าจะตั้งราคาหุ้นไว้ระหว่าง 28-35 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคาดการณ์จะเริ่มซื้อขายในตลาด NASDAQ และใช้ตัวอักษรย่อว่า "FB" ตามข่าวก่อนหน้า

จากราคาเปิดเท่านี้ คาดการณ์ได้ว่า Facebook ต้องการเงินจากการระดมทุนที่ราว 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีมูลค่าตามตลาดหุ้นที่ 77,000-96,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ทั้งนี้ทั้งนั้น Mark Zuckerberg ยืนยันว่าจะถือหุ้นไว้ที่ประมาณ 57.3% เพื่อครองอำนาจการตัดสินใจเอาไว้

ที่มา - The Wall Street Journal

ฟิทช์ปรับลดความน่าเชื่อถือโนเกียลงอยู่ในระดับ "ขยะ"

Submitted by Blltz on Wed, 2012-04-25 22:49

ฟิทช์ บริษัทจัดระดับความน่าเชื่อถือได้ออกมาลดระดับความน่าเชื่อถือของโนเกียเป็น "ขยะ" โดยประเมินจากประสิทธิภาพของโนเกียต่อตลาดมือถือ และหนี้ที่มีอยู่

หลังจากโนเกียที่หันมาจับมือกับไมโครซอฟท์ เพื่อเป็นขั้วที่สามไปต่อกรกับสองขั้วแรกในโลกมือถืออย่างกูเกิล และแอปเปิล จนถึงบัดนี้แม้ว่าจะดูดีขึ้น แต่จากยอดขายของสมาร์ทโฟนซีรีส์ Lumia (ที่ใช้ Windows Phone) ยังไม่ดีพอที่จะชดเชยกับยอดขายของมือถือรุ่นเก่าที่เคยเป็นบ่อเงินสำคัญให้กับบริษัทในอดีต ที่กำลังลดลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

หลังจากฟิทช์ประกาศออกไป โนเกียได้ออกมาตอบโต้โดยระบุว่าบริษัทยังมีเงินสดสุทธิอยู่ถึง 4,900 ล้านยูโร และกำลังอยู่ในช่วงลดต้นทุนทำให้บริษัทจะยังคงรักษาสถานะทางการเงินให้แข็งแกร่งไว้ได้ แต่ถึงกระนั้นฟิทช์ก็ยังบอกว่าเงินสดของโนเกียจะหมดลงภายใน 18 เดือน หากว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น

ก่อนหน้านี้มู้ดดี้ส์เองก็ออกมาปรับระดับความน่าเชื่อถือของโนเกียจาก BB+ ลงเหลือ BBB- มาแล้ว และจะยิ่งลงไปอีก ถ้าหากว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น

ที่มา - REUTERS, Nokia

แคมเปญใหม่จากโค้ก - กอดตู้ขายได้โค้กฟรี

Submitted by Blltz on Tue, 2012-04-10 22:42

ใครที่ติดตามแคมเปญของโค้กมาตลอดคงรู้ดีว่าบริษัทนี้เก่งเรื่องการสร้างแคมเปญที่มีกระแสตอบรับดีแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นตู้โค้กสูงพิเศษที่ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ตู้ที่หยอดเหรียญแล้วได้โค้กเป็นโหลๆ (มีของแปลกๆ นอกจากโค้กด้วย) และตู้โค้กสุ่มรางวัลในฮ่องกง หรือรถบรรทุกแจกโค้กในบราซิล ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ "Open Happiness" ที่เริ่มมีการส่งตู้ขายโค้กแบบหยอดเหรียญไปตามที่ต่างๆ ทั่วโลกตั้งแต่ปี 2009

แคมเปญที่ว่านี้กลับมาอีกครั้งแล้ว และคราวนี้มาแปลกกว่าเดิมด้วยการแจกโค้กให้กับคนที่"กอด"ตู้ขายในสิงคโปร์ ซึ่งผลตอบรับจากแคมเปญนี้ก็เป็นไปดังคาด มีผู้ให้ความสนใจกันล้นหลาม ถึงกับต่อแถวกันยาวเหยียดเพื่อมากอดตู้กันเลยทีเดียว บางตู้ถูกกอดพร้อมกันถึงสี่ห้าคน

ท้ายวิดีโอในแคมเปญ Open Happiness จะมีประโยคทิ้งไว้ว่า "Where Will Happiness Strike Next ?" เสมอๆ คงต้องลุ้นว่าเมื่อไหร่โค้กจะมา strike เมืองไทยเสียที :P

ที่มา - Mashable, Creativity Online (ดูวิดีโอ)

Fortum แซงโนเกียเป็นบริษัทมูลค่าสูงที่สุดในประเทศฟินแลนด์แล้ว

Submitted by Blltz on Thu, 2012-04-05 18:03

เมื่อก่อนนี้เราทราบกันดีว่าโนเกียยิ่งใหญ่ขนาดไหนในประเทศฟินแลนด์ และไม่ต้องสงสัยว่าเป็นบริษัทใหญ่ที่สุดในประเทศฟินแลนด์มายาวนาน

แต่ตอนนี้ต้องปรับความเข้าใจใหม่แล้ว หลังจากที่โนเกียธุรกิจแย่ลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ Fortum ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับใช้ภายในบ้าน ที่มีมูลค่าตลาดตามราคาหุ้นอยู่ที่ 15,800 ล้านยูโร ถีบโนเกียตกลงมาอันดับสองที่ 14,800 ล้านยูโร ตามมาด้วย Sampo บริษัทการเงิน และประกันที่มีมูลค่า 12,000 ล้านยูโร

ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อน ช่วงที่โนเกียทรงพลังในตลาดมือถือ ตอนนั้นโนเกียมีมูลค่าตลาดสูงถึง 110,000 ล้านยูโร แต่ก็เทียบไม่ได้กับยักษ์ใหญ่ในปัจจุบันอย่างแอปเปิลที่ตอนนี้มีมูลค่าสูงถึง 446,000 ล้านยูโร (หรือ 587,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

ส่วนสถานการณ์ของโนเกียตอนนี้ยิ่งไม่สู้ดีนีก หลังจากเมื่อปี 2011 โนเกียรายงานว่าขาดทุนสูงถึง 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งที่ปี 2010 กำไรถึง 2,740 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่มา - The Next Web

อุตสาหกรรมเพลงทั่วโลกเริ่มฟื้นแม้ยังขาดทุน, ดิจิทัลครองสัดส่วนเกือบหนึ่งในสามแล้ว

Submitted by Blltz on Wed, 2012-03-28 16:29

ถือเป็นข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรมเพลงทั่วโลก หลังจากที่ IFPI องค์กรไม่แสวงกำไรที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมดนตรีได้เผยตัวเลขรายได้ในปี 2011 ที่แม้ว่ายังขาดทุนอยู่ แต่ก็ขาดทุนน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา ตอบรับกับสภาพอุตสาหกรรมโดยรวมที่เปลี่ยนไปสู่ยุคดิจิทัลแล้ว

  • รายได้ในส่วนที่ไม่ใช่ดิจิทัลยังตกอย่างต่อเนื่อง ในปี 2011 ลดลงอีกราวร้อยละ 8.7 จากปี 2010 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 972 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ตกน้อยลงจากปี 2010 ที่ร่วงไปถึงร้อยละ 13.8)
  • รายได้ส่วนดิจิทัลปีนี้สูงขึ้นอีกร้อยละ 8 จากปี 2010 คิดมูลค่าประมาณ 389 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และทำให้ยอดขายจากดิจิทัลมีสัดส่วนร้อยละ 31 จากทั้งหมดแล้ว

IFPI เชื่อว่าบริการเพลงออนไลน์อย่าง Spotify และ iTunes Match ที่เชื่อมกับเฟซบุ๊ก ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเพลงได้อย่างไม่จำกัด เป็นตัวช่วยให้อุตสาหกรรมเพลงในสหรัฐฯ ฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง โดยครองตลาดเฉพาะในสหรัฐฯ ถึงร้อยละ 51 แล้วในปัจจุบัน

ที่มา - paidContent

กลุ่มธุรกิจอินเทอร์เน็ตในหลายประเทศโตต่อเนื่องในปี 2011

Submitted by Blltz on Mon, 2012-03-26 20:50

เป็นที่รู้กันว่าเศรษฐกิจตอนนี้กำลังมุ่งไปทางดิจิทัล ซึ่งมีธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตเป็นพระเอกสำคัญของตลาดนี้ และเมื่อปี 2010 นั้นธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ มีมูลค่าสูงถึง 625,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และในปีล่าสุดมีมูลค่าสูงถึง 684,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่น่าสนใจคือสัดส่วนของธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตเมื่อเทียบกับจีดีพีของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4 10 .7 ของทั้งหมดแล้ว และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต หลังจากที่ธุรกิจรายใหญ่มีแผนจะก้าวไปสู่ดิจิทัลเร็วๆ นี้

นอกจากสหรัฐฯ แล้วกลุ่มประเทศมหาอำนาจอื่นที่มีสัดส่วนธุรกิจอินเทอร์ต่อจีดีพีสูงได้แก่ สหราชอาณาจักรที่ร้อยละ 8.3 เกาหลีใต้ที่ร้อยละ 7.3 จีนที่ร้อยละ 5.5 และญี่ปุ่นที่ร้อยละ 4.7 เท่ากับสหรัฐฯ

Boston Consulting Group บริษัทผู้เปิดเผยรายงานชิ้นดังกล่าวคาดว่าสัดส่วนของธุรกิจอินเทอร์เน็ตในหลายประเทศจะโตขึ้นอีกประมาณร้อยละ 10 ไปจนถึงปี 2016 และจะโตเป็นสองเท่าในแถบประเทศเกิดใหม่อย่าง อาร์เจนตินา หรืออาร์เจนตินา

ที่มา - CNNMoney

ญี่ปุ่นดันเงินหยวน เข้าซื้อตราสารหนี้จากจีนกว่า 6.5 พันล้านหยวน

Submitted by Blltz on Tue, 2012-03-13 16:00

ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีน และญี่ปุ่นจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วหลังจากที่เพิ่งแลกเปลี่ยนเงินตรากันโดยตรง ไม่ผ่านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว

ล่าสุดนาย Jun Azumi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศว่าญี่ปุ่นได้สิทธิผ่านในการซื้อตราสารหนี้จากรัฐบาลจีนเป็นมูลค่ากว่า 6.5 พันล้านหยวน ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้กับทั้งสองประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น และผลักดันเงินสกุลหยวนสู่นานาชาติอย่างชัดเจน

นอกจากญี่ปุ่นแล้ว จีนยังได้ทำสัญญาในการแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนกับหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย เบลารุส และอาร์เจนตินา ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนจากเดิมเพียง 0.7% ในปี 2010 เพิ่มขึ้นมากกว่า 9% ในปี 2011 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ญี่ปุ่น และจีนเองต่างก็เป็นผู้ถือสกุลเงินสำรองต่างชาติรายใหญ่ของโลก โดยจีนถือไว้ถึง 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนญี่ปุ่นถือไว้ที่ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่มา - Reuters

Elpida ยื่นล้มละลายทำราคาชิปหน่วยความจำปรับตัวสูงขึ้น

Submitted by Blltz on Tue, 2012-03-13 02:32

ข่าวนี้เก่าไปหน่อย แต่ยังน่าสนใจอยู่ครับ

หลายคนคงทราบดีแล้วว่าผู้ผลิตชิปหน่วยความจำสัญชาติญี่ปุ่น Elpida เพิ่งยื่นเรื่องล้มละลายหลังจากที่เผชิญกับภาวะหนี้สิน ตามด้วยวิกฤติต่อเนื่องจากน้ำท่วมในประเทศไทยทำให้สินค้าขาดแคลน จนเตรียมรับความช่วยเหลือจากธนาคารกลางญี่ปุ่น

ในขณะเดียวกัน inSpectrum บริษัทวิเคราะห์ในส่วนของชิปแฟลชได้ออกมาให้ข้อมูลว่า "ถ้า" Elpida ต้องล้มละลายจริงๆ จะทำให้ราคาของชิปหน่วยความจำในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกราว 15-20% และจะทำให้ชิปหน่วยความจำประเภท DDR3 ขนาด 2Gb ราคาสูงกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรกโดยตัวเลขล่าสุดจาก inSpectrum นั้นอยู่ที่ 1.11 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหน่วย (เชคข้อมูลวันที่ 13 มีนาคม) เพิ่มขึ้นจากเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ 0.96 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหน่วย ส่วนชิปประเภท DDR2 ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก และยังคงราคาเหนือกว่า DDR3 อยู่เล็กน้อย

ทางฝั่งตลาดใกล้เคียงอย่างชิป NAND flash ก็ไม่ได้รับผลกระทบจากการยื่นล้มละลายของ Elpida เช่นกัน

ท่าทางว่าหาก Elpida ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วย ผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็เตรียมซื้อแรม DDR3 แพงขึ้นเร็วๆ นี้

ที่มา - Digitimes

AmEx จับมือทวิตเตอร์เปิดแคมเปญเปลี่ยนทวีตเป็นคูปองส่วนลด

Submitted by Blltz on Wed, 2012-03-07 15:42

ช่วงนี้เราได้เห็นบริษัทที่กำลังขาขึ้นอย่างทวิตเตอร์ เริ่มมีโมเดลหาเงินมากขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งการขายโฆษณา และการขายข้อมูลทวีต แต่ดูเหมือนจะยังไม่หมดแค่นั้นหลังจากเพิ่งไปจับมือกับ American Express (AmEx) เพื่อเปลี่ยนให้ทวีตที่ติดแฮชแท็กพิเศษกลายเป็นคูปองส่วนลดได้ (ตัวอย่าง ส่วนลด McDonalds ด้วยแฮชแท็ก #AmexMcDonalds)

ก่อนใช้สิทธิดังกล่าวผู้ใช้บัตรของ AmEx ต้องซิงก์บัญชีทวิตเตอร์เข้ากับบัตรเสียก่อนผ่านลิงก์นี้ ก็สามารถรับสิทธิต่างๆ หลังจากทวีต หรือรีทวีตที่มีแฮชแท็กดังกล่าวได้แล้ว

เพื่อเป็นการยืนยันว่าสิทธินั้นยังไม่หมดอายุ AmEx จึงได้สร้างแอคเคาท์ @AmexSync เพื่อบอกข้อมูลเกี่ยวกับดีลดังกล่าว วิธีการใช้ และวันหมดอายุ (ตัวอย่าง)

แคมเปญนี้ช่วยให้ห้างร้านต่างๆ สามารถจับกลุ่มลูกค้าออนไลน์ได้มากขึ้น และดูจะได้รับความสนใจพอสมควร ในเบื้องต้น AmEx ได้ทำดีลไว้กับบริการหลายแห่งซึ่งเชคได้จากที่นี่

... เห็นแบบนี้แล้วก็เริ่มอยากให้บัตรบ้านเรามีดีลแบบนี้บ้าง

ที่มา - VentureBeat

เกาหลีเหนือเซ็นตกลงหยุดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ หวังปรับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

Submitted by Blltz on Thu, 2012-03-01 02:38

ในขณะที่ประเทศมหาอำนาจยังคงจับตามองสถานการณ์ของเกาหลีเหนือยุคหลังคิม จองอิล ว่าจะไปในทิศทางไหน ล่าสุดเป็นทางเกาหลีเหนือที่ยินยอมชะงักโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และขีปนาวุธพิสัยไกลลงแล้ว เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีกับทางสหรัฐฯ ในทางกลับกัน สหรัฐฯ จะให้ความช่วยเหลือทางด้านสเบียงอาหารเป็นจำนวนกว่า 240,000 ตัน และจะไม่เข้าแทรกแซงเพื่อล้มรัฐคอมมิวนิสต์ของเกาหลีเหนือที่นำโดยคิม จองอันอีกด้วย

ข้อตกลงดังกล่าวถูกประกาศโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ หลังจากการพบปะกันระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่ายในกรุงปักกิ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งนับเป็นการพบกันครั้งแรกตั้งแต่คิม จองอิลเสียชีวิตไปเมื่อเดือนธันวาคม

อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ ยังคงมีความกังวลในพฤติกรรมของเกาหลีเหนือในหลายพื้นที่ และย้ำชัดว่าข้อตกลงในครั้งนี้เป็นการปรับความสัมพันธ์ในวงจำกัดเท่านั้น แต่ก็เป็นก้าวสำคัญในการตอบโต้ภัยคุกคามที่แพร่กระจายในเกาหลีเหนือเช่นกัน

ที่มา - The Wall Street Journal

T-Mobile หวังเปิดตัว LTE ภายในปีนี้ หลังไตรมาสล่าสุดลูกค้าหายไปกว่าแปดแสนราย

Submitted by Blltz on Thu, 2012-02-23 21:51

T-Mobile โอเปอเรเตอร์เครือข่ายไร้สายอันดับสี่ของสหรัฐฯ ที่เพิ่งอกหักจากความพยายามควบกิจการจาก AT&T ได้เผยว่าเสียลูกค้าไปถึง 802,000 รายในไตรมาสสุดท้ายของปี 2011 นอกจากนี้รายได้ยังลดลงจากปี 2010 ราวร้อยละ 3.3 ไปอยู่ที่ 20.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อีกด้วย

จากความล้มเหลวได้ไตรมาสที่ผ่านมา Deutsche Telekom ต้นสังกัดเตรียมเปิดให้บริการ LTE ภายในปีนี้ จากการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ ด้วยงบที่เพิ่มขึ้นอีก 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ค่าเสียเวลาจาก AT&T)

นอกจากนี้แล้ว T-Mobile เป็นเครือค่ายหลักของสหรัฐฯ เครือข่ายเดียวที่ยังไม่มี iPhone วางขาย ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับยอดผู้ใช้ที่ลดลง ซึ่งตรงกับช่วงที่สามเครือข่ายคู่แข่งเริ่มวางขาย iPhone 4S พอดิบพอดี

ปัจจุบัน T-Mobile มีลูกค้าในสัญญาอยู่ 34 ล้านราย ตามหลังเบอร์สามอย่าง Sprint อยู่ราว 20 ล้านราย แหละห่างกับสองอันดับแรกอย่าง Verizon และ AT&T เกินสามเท่าตัว

ที่มา - AllThingsD

ลัมโบกินี่เผยเศรษฐกิจในจีนชะลอตัว กระทบยอดขายรถหรู

Submitted by Blltz on Mon, 2012-02-20 02:48

หลายคนคงรู้จักกันดีกับลัมโบกินี่ หรือแบรนด์ผลิตรถหรูโลโกกระทิงป่าจากอิตาลี ที่ช่วงหลังกอบโกยเงินไปได้มหาศาลจากจำนวนของเศรษฐีในประเทศจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อปีที่แล้วมียอดขายเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 และโตต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่าสองปีแล้ว

แต่ในปี 2012 นี้ Christian Mastro ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้สัมภาษณ์กับ Businessweek ทางโทรศัพท์ว่า "ผู้คนที่สามารถใช้จ่ายเงินในส่วนนี้ได้จำกัดลง และมีบางสิ่งที่ทำให้คนพวกนั้นเริ่มหยุดรอ" เช่นเดียวกับทางฝั่งของ Torsten Mueller-Oetvoes ซีอีโอของโรลส์-รอยซ์ แบรนด์รถหรูอีกเจ้าที่ให้เหตุผลใกล้เคียงกันว่าการเติบโตของตลาดรถหรูในจีนจะไม่โตแรงๆ เหมือนก่อนหน้า เนื่องมาจากยอดขายรถยนต์ปีที่แล้วเริ่มชะลอตัว หลังจากสิ้นสุดมาตรการกระตุ้น รวมถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจที่เริ่มผ่อนลงมาแล้วด้วย

อย่างไรก็ตามลัมโบกินี่ตั้งเป้าว่าในปีนี้จะเร่งยอดขายให้ได้เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 ถึง 30 โดยมีแผนเร่งผลิตรถรุ่น Aventadors (คันละประมาณสิบล้านบาท ไม่รวมภาษี!) ส่งมอบให้ผู้สั่งจองได้ตามเป้า ส่วนตลาดรถหรูในจีนปีนี้คาดว่าจะโตอีกราวร้อยละ 25 ไปอยู่ที่ประมาณ 2,000 คันในปีนี้ นับเป็นสองเท่าของปี 2011 เลยทีเดียว

ส่วนเบอร์สองในจีนอย่างออดี้ ที่เพิ่งถูกคว่ำลงจากบัลลังก์ไปหมาดๆ ตอนนี้ยังไม่มีการประกาศแผนในปีนี้เป็นพิเศษ

ที่มา - Businessweek

โกดักประกาศเตรียมเลิกขายกล้อง หันไปเน้นธุรกิจพิมพ์รูปภาพแทน

Submitted by Blltz on Thu, 2012-02-09 22:50

หลังจากที่บริษัทผลิตฟิล์มชื่อดังอย่างโกดักเพิ่งยื่นขอล้มละลายไปเมื่อเดือนที่แล้ว ก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการปรับแผนในบริษัทเพื่อลดรายจ่าย โดนส่วนแรกที่ถูกยุบทิ้งก่อนเลยก็คือแผนกของกล้องดิจิทัล และวิดีโอ ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดเงินให้บริษัทมากถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี และยังสามารถทำเงินได้จากการขยายการขายไลเซนส์สิทธิบัตรในประเภทอุปกรณ์สำหรับถ่ายภาพอีกด้วย

ส่วนที่โกดักจะเน้นต่อไปคือธุรกิจในส่วนของผู้บริโภค อาทิ การพิมพ์รูปภาพทั้งแบบออนไลน์ และตามร้าน รวมไปถึงเครื่องปริ้นท์ อุปกรณ์เสริมกล้องถ่ายรูป แบตเตอรี่ และแอพบนเฟซบุ๊กด้วย ในส่วนของภาคธุรกิจก็เน้นเกี่ยวกับการพิมพ์รูปภาพเช่นกัน แต่จะเพิ่มเติมในส่วนของการให้บริการ กราฟิก และฟิล์มเข้าไปด้วย

ท้ายนี้โกดักพูดถึงธุรกิจดิจิทัลว่าทำเงินได้ถึงสามในสี่ของรายได้ทั้งหมดแล้ว

ที่มา - The Wall Street Journal

Pages

Subscribe to RSS - Blltz's blog
glqxz9283 sfy39587stf02 mnesdcuix8
glqxz9283 sfy39587stf03 mnesdcuix8
glqxz9283 sfy39587stf04 mnesdcuix8