นักวิเคราะห์คาดอเมซอนจะแยกกิจการ AWS ออกไป

By: lew on Wed, 2013-02-20 14:42
Tags: 

Timothy Horan นักวิเคระาห์จาก Oppenheimer & Co. ระบุว่ากิจการของ Amazon ในส่วนของ AWS ที่ให้บริการเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ น่าจะถูกแยกออกไปจากกิจการค้าปลีกของอเมซอนในที่สุด

เหตุผลหลักของแนวทางการวิเคราะห์นี้ คือ AWS มีลูกค้าเป็นกิจการค้าปลีกคู่แข่งกับอเมซอนโดยตรงจำนวนมาก การแยกกิจการกันจะช่วยให้อเมซอนหลุดจากข้อหาว่ากลั่นแกล้ง ในกรณีที่เซิร์ฟเวอร์ของลูกค้าเหล่านี้มีปัญหา

ก่อนหน้านี้กิจการค้าปลีกที่ใช้บริการของ AWS เช่น iCloud ของแอปเปิล เนื่องจากศูนย์ข้อมูลของแอปเปิลเองยังไม่เสร็จเรียบร้อย แต่ในอนาคตการค้าปลีกสินค้าดิจิตอล เช่น อีบุ๊กหรือเพลง ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะใช้งาน AWS เป็นหลัก กิจการเหล่านี้ทับซ้อนกับกิจการของอเมซอนหลายส่วนไม่ว่าจะเป็น MP3 Store หรือบริการสตรีมวิดีโอ

อเมซอนไม่เคยแสดงความเห็น หรือส่งสัญญาณในการแยกกิจการเช่นนี้แต่อย่างใด

ที่มา - InformationWeek

ตั้งเป้าปี 2020 เปิดรถไฟความเร็วสูงเชื่อม KL-สิงคโปร์

By: chayaninw on Tue, 2013-02-19 14:40

ผู้นำสิงคโปร์และมาเลเซียประกาศตั้งเป้าหมายว่า จะเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อระหว่างสิงคโปร์กับกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียได้ภายในปี 2020

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย Najib Razak แถลงข่าวที่สิงคโปร์ร่วมกับนายกสิงคโปร์ Lee Hsien Loong โดย Lee ระบุว่าเส้นทางระหว่างรถไฟความเร็วสูงนี้จะใช้เวลาเดินทาง 90 นาทีระหว่างเมืองหลวงของมาเลเซียกับสิงคโปร์

Lee กล่าวว่า โครงการนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงวิถีที่ผู้คนสองเมืองเจอกัน เป็นแบบเดียวกับที่คนในลอนดอนและปารีสที่สามารถจะเดินทางไปทำธุระ พบปะเพื่อน รับประทานอาหาร แล้วกลับมาโดยใช้เวลาแค่สักสองส่วนสามของวัน

Najib ระบุว่าตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยต้นทุนของโครงการได้ แต่จะอยู่ในรูปของโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐกับเอกชน (Public-Private Partnership) ที่รัฐบาลมีส่วนร่วมสูง

ที่มา - Bloomberg

Paypal ยกเลิกบริการโอนเงินส่วนบุคคลในสิงคโปร์

By: lew on Tue, 2013-02-19 14:25

Paypal ประกาศยกเลิกบริการโอนเงินส่วนบุคคลกับลูกค้าในสิงคโปร์ แต่ยังให้บริการโอนจ่ายเพื่อชำระค่าบริการต่อไปเช่นเดิม และยังรับส่งเงินส่วนบุคคลได้ในประเทศที่กำหนด เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ที่จะถึงนี้

เหตุผลของการเปลี่ยนแปลงนี้คือ "คำสั่งจากหน่วยงานกำกับดูแล" โดยไม่มีการระบุชัดว่าหน่วยงานใดเป็นผู้สั่งยกเลิกบริการนี้

ก่อนหน้านี้บริการโอนเงินส่วนบุคคลเคยถูกยกเลิกมาแล้วในญี่ปุ่น, ไต้หวัน, และบราซิล

ที่มา - TechCrunch

สำนักพิมพ์เจ้าของหัวนิตยสาร Reader's Digest เตรียมปรับโครงสร้างหนี้

By: lew on Tue, 2013-02-19 11:10

Reader’s Digest Association (RDA) เตรียมยื่นขอความคุ้มครองตามกฎหมายล้มละลาย Chapter 11 เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ให้มูลหนี้ลดลง 80% จากโดยแปลงหนี้ 465 ล้านดอลลาร์ให้กลายเป็นทุน หลังจากออกจากการปรับโครงสร้างแล้วคาดว่า RDA จะเหลือหนี้ทั้งหมดประมาณ 100 ล้านดอลลาร์

การคุ้มครองนี้จะทำให้ RDA สามารถจ่ายเงินค่าจ้างพนักงาน, ค่านักเขียนอิสระ, สิทธิประโยชน์ต่างๆ ของลูกค้า, ตลอดจนค่าใช้จ่ายของซัพพลายเออร์ต่างๆ

บริษัทคาดว่าจะได้รับอนุญาตจากศาลหลักยื่นขอความคุ้มครองนี้ภายในเวลาไม่นาน

ที่มา - The Verge

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ได้กำไรเป็นปีแรก

By: chayaninw on Mon, 2013-02-18 23:10

สวนสนุกฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รายงานผลประกอบการได้กำไรเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดดำเนินการมาเมื่อปี 2005 โดยเป็นผลจากยอดผู้เข้าใช้บริการซึ่งเพิ่มสูงขึ้น 13%

รายงานผลประกอบการประจำปีงบประมาณซึ่งสิ้นสุดวันที่ 29 กันยายน ระบุว่า ดิสนีย์แลนด์แห่งนี้ได้กำไรสุทธิ 109 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 420 ล้านบาท) จากที่ปีก่อนหน้าขาดทุนสุทธิ 237 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ในด้านของรายได้ ปีงบประมาณที่ผ่านมาได้รายได้มากขึ้น 18% จาก 3.63 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง เป็น 4.27 ดอลลาร์ฮ่องกง

ดิสนีย์แลนด์ระบุว่าผลกำไรนั้นเป็นผลจากจำนวนผู้เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้นจาก 5.9 ล้านคน เป็น 6.7 ล้านคน นับเป็นยอดสูงสุดตั้งแต่เปิดดำเนินการมา โดยผู้เข้าชม 45% มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ในขณะที่ 33% เป็นคนท้องถิ่น

ที่ผ่านมา ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รายงานผลประกอบการขาดทุนมาตลอด โดยมีปัญหาด้านจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ส่วนหนึ่งก็มุ่งไปที่ขนาดของสวนสนุกที่เล็กและไม่มีเครื่องเล่นที่ดึงดูดตลาดจีนเท่าที่ควร ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์เป็นดิสนีย์แลนด์แห่งที่สามในทวีปเอเชีย และสวนสนุกที่เล็กที่สุดของดิสนีย์ทั่วโลก

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์มีรัฐบาลฮ่องกงเป็นผู้ถือหุ้น 52% และวอลต์ดิสนีย์ถือหุ้น 48% ที่ผ่านมารัฐบาลฮ่องกงและดิสนีย์ได้ตกลงที่จะขยายสวนสนุกแห่งนี้ แต่โอกาสของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์อาจได้รับผลกระทบจากดิสนีย์แลนด์ที่เซี่ยงไฮ้ที่จะเปิดดำเนินการในปี 2015

ที่มา - Wall Street Journal

ชาวสิงคโปร์ประท้วงรัฐบาลให้ทบทวนแผนเพิ่มประชากรโดยให้คนต่างชาติเข้ามาทำงาน

By: arjin on Sun, 2013-02-17 09:37
Tags: 

ชาวสิงคโปร์กว่า 5,000 คนได้ชุมนุมกันเมื่อวานนี้ที่ Hong Lim Park เพื่อเรียกร้องรัฐบาลให้ทบทวนแผนการเพิ่มจำนวนประชากรในประเทศให้สูงขึ้น โดยการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบให้คุณภาพชีวิตของคนสิงคโปร์แย่ลงเนื่องจากความหนาแน่นของประชากร

ตัวเลขประชากรในสิงคโปร์มีการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีประชากรในประเทศราว 5.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 1.1 ล้านจากปี 2004 แบ่งเป็นคนสิงคโปร์ 3.3 ล้านคน และคนต่างชาติ 2 ล้านคน โดยคาดว่าตัวเลขประชากรจะเพิ่มถึง 6.9 ล้านคนในปี 2030 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของประชากรสิงคโปร์นั้นส่วนใหญ่มาจากการที่รัฐบาลอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศแบบถาวรเพิ่มมากขึ้น ราวปีละ 30,000 คน ขณะที่ประชากรเกิดใหม่นั้นอยู่ราว 15,000 คนเท่านั้น

แกนนำในการชุมนุมบอกว่าแม้รัฐบาลจะยืนยันว่าจำนวนประชากรจำเป็นต้องเพิ่มขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจในประเทศเกิดการขยายตัว และรัฐบาลก็มั่นใจว่าสามารถลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของประชากรได้ แต่ปัญหาที่ตามมาคือคุณภาพชีวิตที่อยู่กันอย่างแออัดมากขึ้น ตลอดจนการแข่งขันในการทำงานที่เพิ่มมากขึ้นก็ทำให้ประชากรไม่มีความสุข ปัญหานี้ยังส่งผลถึงการสูญเสียอัตลักษณ์ของคำว่าคนสิงคโปร์อีกด้วย

การชุมนุมนี้ได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองของพรรค Workers ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับพรรคของรัฐบาล Lee Hsien Loong ปัจจุบัน ซึ่งมีเสียงประชาชนออกมาสนับสนุนแนวทางของพรรคนี้มากขึ้นเรื่อยๆ และอาจส่งผลต่อผลการเลือกตั้งใหญ่ในปี 2016 ที่จะมาถึงนี้

ที่มา: Bloomberg

โปรแกรมสะสมไมล์ของสายการบินและโรงแรมไม่ได้ทำให้คนกลับมาใช้บริการตัวเอง

By: toandthen on Mon, 2013-02-11 17:15

จากการเก็บข้อมูลล่าสุดของ Deloitte จากนักธุรกิจที่ใช้เครื่องบินบ่อยจำนวน 4,000 คนในสหรัฐฯ พบว่านักธุรกิจเหล่านี้ไม่ได้มีความ "ซื่อสัตย์" ต่อสายการบินหรือโรงแรมแบรนด์หนึ่งเลย เพียงแค่ 8% ที่ยอมใช้แบรนด์โรงแรมด้วยเหตุที่ต้องการสะสมไมล์กับโรงแรมนั้น และอีก 14% เท่านั้นที่จะยอมบินสายการบินที่ตัวเองเป็นสมาชิกอยู่ โดยสาเหตุของการที่ลูกค้าไม่ได้มีความซื่อสัตย์ต่อแบรนด์เหล่านี้ กลับเกิดจากสิ่งที่ถูกออกแบบมาให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการของตัวเองบ่อย ๆ ซึ่งก็คือระบบสมาชิกสะสมไมล์นั่นเอง

44% ของกลุ่มนักธุรกิจที่ถูกสอบถามเป็นสมาชิกของโรงแรมหรือสายการบิน 2 แบรนด์เป็นอย่างต่ำ ในขณะที่ 65% ของกลุ่มนักธุรกิจเหล่านี้ได้ร่วมใช้บริการจากระบบสมาชิกสะสมไมล์มากกว่า 2 แบรนด์ในรอบหกเดือนที่ผ่านมา จากในรายงาน Deloitte เชื่อว่าสาเหตุที่อธิบายพฤติกรรมนี้ได้ น่าจะเป็นสิทธิพิเศษที่ไม่เพียงพอของโปรแกรมสะสมไมล์เหล่านี้ หรือไม่ก็โปรแกรมสะสมไมล์เป็นบ่อเกิดของพฤติกรรมนี้เสียเอง

หนึ่งในผู้ที่ถูกสอบถาม บอกว่า เขาสมัครเป็นสมาชิกโปรแกรมสะสมไมล์โรงแรมมากกว่าครึ่งโหล แต่เขาไม่ได้ซื่อสัตย์ต่อแบรนด์ใดมากเป็นพิเศษ โดยเขาใช้สิทธิที่ได้รับในการเช็คว่ามีโปรโมชั่นพิเศษอะไรบ้างเท่านั้น

ในขณะเดียวกัน "ความคุ้มค่า" น่าจะเป็นเหตุผลหลักในการเลือกใช้บริการของสายการบินหรือโรงแรม โปรแกรมสะสมไมล์ กลับมีความสำคัญต่ำสุดอันดับ 6 ที่เป็นอาจเป็นตัวแปรที่ทำให้ลูกค้าเลือกใช้บริการของแบรนด์นั้น ๆ นอกจากความคุ้มค่าแล้ว ความสะดวกสบาย บริการที่จอดรถฟรี และสถานที่ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับลูกค้าในการเลือกใช้บริการโรงแรม สำหรับสายการบิน เวลาในการบินและเวลาที่ถึงจุดหมายปลายทาง และความปลอดภัยถือว่าสำคัญ แม้ว่ากลุ่มที่ถูกเก็บข้อมูลมากกว่าครึ่งบอกว่าพวกเขาพึงพอใจกับโปรแกรมสะสมไมล์

ลูกค้ามักจะเลือกกลับไปใช้บริการของโรงแรมและสายการบินที่สามารถทำให้บริการของตัวเองเป็นที่ประทับใจกับลูกค้ามากกว่า เช่น ความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และ Wi-Fi ฟรี Weissenberg รองประธานของ Deloitte กล่าวว่ามันค่อนข้างชัดเจนว่ากลุ่มธุรกิจในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเดินทางจะต้องอัพเกมของตัวเอง เพื่อที่จะสร้างความซื่อสัตย์ต่อแบรนด์ของตัวเองในตัวลูกค้าในบริการแท้จริงของตัวเอง และจะต้องให้ลูกค้าได้มากกว่าบัตรสะสมไมล์

ที่มา - The Economist

ไปรษณีย์สหรัฐฯ เผยผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายปี 2012: ขาดทุนลดลง แต่ยังย่ำแย่

By: Blltz on Sat, 2013-02-09 16:37

ไปรษณีย์สหรัฐฯ (USPS) ประกาศผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายประจำปี 2012 ยังขาดทุนเป็นเงินกว่า 1,300 ล้านเหรียญ แต่ก็ยังดูดีขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ขาดทุนถึง 3,300 ล้านเหรียญ

แม้ว่าตัวเลขขาดทุนจะลดลง แต่สถานการณ์ของ USPS ยังคงไม่สู้ดีนัก บริการหลักอย่าง first-class mail ที่ประชาชนใช้จ่ายบิลต่างๆ ยังคงลดลงถึง 4.5% จากการที่คนหันไปใช้บริการเดียวกันผ่านออนไลน์มากขึ้นในช่วงหลัง

นอกจากนี้ USPS ยังผิดนัดชำระหนี้แก่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ถึงสองครั้งในปี 2012 ทำให้ตอนนี้มีหนี้ค้างชำระอยู่ถึง 16,000 ล้านเหรียญ ซึ่งแนวทางของ USPS ก็ยังเน้นไปที่การลดค่าใช้จ่ายต่อไป โดยบริการที่กำลังจะยกเลิกอย่างการส่งไปรษณีย์วันเสาร์ ที่จะเริ่มวันที่ 5 สิงหาคมนี้ คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากถึง 2,000 ล้านเหรียญต่อปี

ที่มา - NBC

Macmillan ยอมความคดีอีบุ๊กกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แล้ว เหลือเพียงแอปเปิลรายเดียว

By: lew on Sat, 2013-02-09 01:43

คดีอีบุ๊กระหว่างแอปเปิลและสำนักพิมพ์อีกห้าสำนักพิมพ์อีกห้าสำนักพิมพ์ใกล้เข้าจุดจบลงเรื่อยๆ เมื่อสำนักพิมพ์ที่ห้าคือ Macmillan ยอมความกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เป็นสำนักพิมพ์สุดท้าย ทำให้คดีนี้เหลือคู่กรณีเหลือเพียงแอปเปิลรายเดียวเท่านั้น

ข้อตกลงเป็นแบบเดียวกับสำนักพิมพ์อื่นๆ คือ Macmillan ต้องยกเลิกข้อตกลงกับแอปเปิลและสัญญาว่าจะไม่ทำสัญญาแบบเดียวกันอีกไปถึงปี 2014

John Sargent ซีอีโอของ Macmillan ระบุว่าบริษัทไม่ใหญ่พอที่จะเสี่ยงกับผลที่เลวร้ายที่สุดหาก Macmillan ปล่อยให้คดีขึ้นสู่ศาลแล้วถึงที่สุดได้ โดยก่อนตัดสินใจยอมความทางสำนักพิมพ์ได้ประเมินความเสียหายสูงสุดและพบว่าสูงกว่าทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัท

คดีนี้นัดไต่สวนในศาลเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ และตอนนี้เหลือเพียงแอปเปิลที่จะขึ้นศาลในคดีนี้

ที่มา - ArsTechnica

สิงคโปร์เตรียมสร้างเทอร์มินอลที่สี่ในสนามบินชางฮี

By: lew on Fri, 2013-02-08 22:20

ปริมาณผู้โดยสารของสนามบินชางฮีกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากความนิยมของสายการบินต้นทุนต่ำทำให้ทางสิงคโปร์เตรียมสร้างเทอร์มินอลที่สี่ หลังจากปีที่แล้วได้ปิดตัวเทอร์มินอลสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำ (Budget Terminal) ไปก่อนแล้ว

เทอร์มินอลสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำเดิมนั้นมีกำลังรองรับผู้โดยสารเพียง 4.6 ล้านคนต่อปีและยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นร้านค้า การสร้างเทอร์มินอลที่สี่เข้ามาแทนที่จะทำให้สนามบินชางฮีมีกำลังรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 82 ล้านคน และแม้ว่าจะทำมาเพื่อรองรับสายการบินต้นทุนต่ำ แต่ตัวเทอร์มินอลต่างกับเทอร์มินอลอื่นๆ คือเน้นการรองรับเครือบินโดยสายลำตัวเครื่องแคบเท่านั้น ทำให้สายการบินทั่วไปก็สามารถมาใช้บริการได้เหมือนกัน

มูลค่าโครงการนี้คือ 600 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 15,000 ล้านบาท กำหนดการเสร็จปี 2017

หวังว่าเทอร์มินอลที่สองของสุวรรณภูมิจะเสร็จใกล้ๆ กัน

ที่มา - The Miami Herald

ฟิลิปปินส์เปิดอู่ต่อเรือใหม่ ขึ้นแท่นอันดับสี่อุตสาหกรรมต่อเรือโลก

By: lew on Fri, 2013-02-08 12:37

อู่ต่อเรือ Austal Philippines เพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการกำลังทำให้อุตสาหกรรมต่อเรือในฟิลิปปินส์ขึ้นเป็นอันดับสี่ของโลก โดยในช่วงเปิดตัวนี้ทางอู่ก็ได้ต่อเรือลำแรกเสร็จไปแล้วเป็นเรือสำหรับวางกังหันไฟฟ้าเพื่อตอบสนองต่อตลาดฟาร์มพลังงานลมในยุโรป

อุตสาหกรรมต่อเรือของฟิลิปปินส์มีมูลค่า 638 ล้านดอลลาร์ในปี 2011 และมีการจ้างงานถึง 45,000 คน ส่วนบริษัท Austral เองเป็นบริษัทจากออสเตรเลีย มีประสบการณ์ต่อเรือมาแล้วมากกว่า 220 ลำ อู่ต่อเรือใหม่นี้จ้างงานชาวฟิลิปปินส์ 250 คนและชาวออสเตรเลีย 50 คน

ที่มา - Manilla Bulletin

เทคโนโลยีเฟื่องฟู โรงรับจำนำสินค้าไอทีในเกาหลีเปิด 15 แห่งแล้ว

By: lew on Thu, 2013-02-07 16:21

ยุคสินค้าไอทีกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง แต่สินค้าเหล่านี้กลับมีมูลค่าเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว ทำให้เกิดธุรกิจใหม่คือโรงรับจำนำสินค้าไอทีโดยเฉพาะในเกาหลีใต้

Kim Moo-hyun เจ้าของโรงรับจำนำไอทีเล่าถึงสาเหตุที่เขามาเปิดโรงรับจำนำว่าเพื่อนของเขาบ่นว่าหาคนให้ยืมเงินสองแสนวอน (เกือบหกพันบาท) ได้ยาก แต่เพื่อนของเขาเองกลับถือไอแพดรุ่นล่าสุดอยู่ ทำให้ได้ไอเดียเปิดโรงรับจำนำขึ้นมา

โรงรับจำนำไอทีให้เงินกู้เป็นจำนวน 50-70% ของราคาสินค้าในตลาด พร้อมกับดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน หรือร้อยละ 36 ต่อปี โดยมูลค่าเกินกู้ยืมอยู่ระหว่าง 200,000 ถึง 1,000,000 วอน โทรศัพท์รุ่นใหม่อย่าง Galaxy S3 สามารถขอกู้ได้ประมาณ 350,000 วอนถ้าภาพดีมากๆ โดยระยะเวลากู้มักจะอยู่ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนเพราะสินค้าไอทีมีการเปลี่ยนแปลงราคาที่รวดเร็วมาก

ที่มา - The Korea Herald

อเมซอนได้รับสิทธิบัตรการขายสิทธิข้อมูลดิจิตอลมือสอง

By: lew on Wed, 2013-02-06 02:01

อเมซอนเพิ่งได้รับสิทธิบัตร "Secondary market for digital objects" ที่ระบุถึงการสร้างตลาดซื้อขายสินค้าดิจิตอล เช่น อีบุ๊ก, เพลง MP3, ตลอดจนสิทธิในการเข้าถึงภาพยนต์แบบรับชมออนไลน์

นอกจากเสนอรูปแบบการขายสินค้ามือสองแล้ว สิทธิบัตรฉบับนี้ยังระบุถึงการจำกัดการใช้งานเพื่อให้คงความขาดแคลน (scarcity) โดยอาจจะเป็นรูปแบบการจำกัดจำนวนครั้งของการโอนสิทธิ การจำกัดการเข้าใช้งานเช่นการดาวน์โหลดหรือการรับชม กระบวนการนี้ทำให้สิทธิทางดิจิตอลที่ปกติแล้วไม่มีการเสื่อมสลาย สามารถเสื่อมสลายไปได้ในระยะเวลาหนึ่ง รูปแบบเดียวกับสินค้าจริงเช่นหนังสือหรือวิดีโอเทป

สิทธิบัตรถูกขอไปตั้งแต่ปี 2009 และเพิ่งได้รับอนุมัติ ในอนาคตเราอาจจะสามารถขายหนังสือมือสองออกจากเครื่อง Kindle หรือขายเพลงบน Amazon MP3 Store กันได้ แต่คงต้องรอกระบวนการเจรจากับเจ้าของสิทธิกันอีกพักใหญ่

ที่มา - USPTO, Geek Wire

Pirates of the Caribbean! WTO อนุญาตให้แอนติกัวละเมิดลิขสิทธิ์สหรัฐเป็นมาตรการโต้ตอบ

By: chayaninw on Thu, 2013-01-31 13:17

องค์การการค้าโลก (WTO) ได้อนุญาตให้ประเทศแอนติกัวและบาร์บูดา ประเทศเกาะในทะเลแคริบเบียน ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐอเมริกา เป็นมาตรการตอบโต้จากการที่สหรัฐละเมิดข้อตกลงการค้าเสรีโดยการแบนผู้ให้บริการการพนันจากต่างประเทศ

ข้อพิพาทระหว่างแอนติกัวและบาร์บูดา กับสหรัฐ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2003 โดยแอนติกัวและบาร์บูดาได้ร้องเรียนกับองค์การการค้าโลกว่า กฎหมายของสหรัฐที่ห้ามบริการการพนันจากต่างประเทศนั้น ขัดต่อข้อผูกพันของสหรัฐภายใต้ข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งในปี 2005 คณะผู้พิจารณาของ WTO ก็ได้ตัดสินว่า กฎหมายสหรัฐที่อนุญาตให้มีการพนันการแข่งม้าจากผู้ให้บริการในประเทศเท่านั้น เป็นการผิดข้อตกลงที่สหรัฐได้ให้ไว้

หลังจากที่สหรัฐไม่มีการแก้ไขกฎหมายในเวลาที่กำหนด ในปี 2007 องค์การการค้าโลกก็ได้กำหนดมาตรการโต้ตอบ โดยให้แอนติกัวและบาร์บูดาสามารถระงับข้อผูกพันที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญา (TRIPS) ที่มีต่อสหรัฐอเมริกา ในมูลค่าไม่เกินปีละ 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากมูลค่าที่ขอไป 3.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2013 รัฐบาลแอนติกัวก็ประกาศว่า หลังจากที่ได้รับการอนุญาตเบื้องต้นเมื่อปี 2007 และพยายามเจรจากับรัฐบาลสหรัฐหลังจากนั้นแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ก็ได้รับอนุญาตจาก WTO ให้ดำเนินการระงับข้อผูกพันด้านทรัพย์สินทางปัญญากับสหรัฐได้

เว็บไซต์ข่าวหลายแห่ง (รวมถึง TorrentFreak) รายงานในลักษณะว่า แอนติกัวจะเปิดเว็บไซต์ที่ให้ดาวน์โหลดบรรดาสินค้าลิขสิทธิ์ของสหรัฐ (แบบเสียเงิน แต่ไม่ต้องแบ่งให้เจ้าของ)

แม้ว่า WTO จะไม่ได้มีอำนาจบังคับให้รัฐสมาชิกทำตามคำตัดสินตรงๆ แต่กฎของ WTO อนุญาตให้รัฐบาลสามารถออกมาตรการกีดกันทางการค้าตอบโต้ (จากที่ปรกติขัดต่อกฎการค้าเสรี) เป็นเหมือนการเรียกค่าเสียหายจากคู่พิพาท ซึ่งปรกติแล้วจะอยู่ในรูปแบบของอนุญาตให้ขึ้นกำแพงภาษีกีดกันได้ แต่ในกรณีนี้ เนื่องด้วยประเทศนั้นเล็กมาก ทำให้คำตัดสินเลือกที่จะอนุญาตมาตรการตอบโต้แบบอื่นที่สามารถต่อรองกับสหรัฐได้

รัฐบาลแอนติกัวและบาร์บูดาอ้างว่า กฎหมายกีดกันของสหรัฐนั้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของแอนติกัวและบาร์บูดาอย่างรุนแรง โดยจากที่เคยมีการจ้างงานในอุตสาหกรรมนี้กว่า 4,000 คน (จากประชากร 80,000 คน) ก็ลดเหลือเพียง 500 คนเท่านั้น

ที่มา - Reuters, Ars Technica, Government of Antigua and Barbuda, WTO

Barnes & Noble เตรียมลดจำนวนสาขาร้านหนังสือลง 100 แห่งในอีก 5 ปีข้างหน้า

By: mk on Tue, 2013-01-29 19:32

ยุคตกต่ำของร้านหนังสืออาจมาเยือนเร็วกว่าที่คาด โดยเครือร้านหนังสือใหญ่ของสหรัฐอย่าง Barnes & Noble ออกมาประกาศแผนการปิดสาขาจำนวน 100 แห่งในอีก 5 ปีข้างหน้า

ปัจจุบัน Barnes & Noble มีร้านสาขาจำนวน 689 แห่ง (ไม่นับอีก 674 สาขาตามวิทยาลัย ที่แยกคนละแบรนด์กัน) เป้าหมายของบริษัทคือลดจำนวนสาขาลงให้เหลือ 450-500 แห่งในอีก 10 ปีข้างหน้า และเบื้องต้นตั้งเป้าปิดสาขาปีละ 20 แห่งในช่วง 5 ปีนี้

ก่อนปี 2009 บริษัทยังเปิดสาขาใหม่ปีละ 30 แห่ง แต่เมื่อสถานการณ์ของวงการหนังสือเปลี่ยนไป บริษัทก็ต้องปรับตัวตาม

ที่มา - Wall Street Journal, BGR

Pages

Subscribe to MEconomics RSS