ฟิลิปปินส์เปิดอู่ต่อเรือใหม่ ขึ้นแท่นอันดับสี่อุตสาหกรรมต่อเรือโลก

By: lew on Fri, 2013-02-08 12:37

อู่ต่อเรือ Austal Philippines เพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการกำลังทำให้อุตสาหกรรมต่อเรือในฟิลิปปินส์ขึ้นเป็นอันดับสี่ของโลก โดยในช่วงเปิดตัวนี้ทางอู่ก็ได้ต่อเรือลำแรกเสร็จไปแล้วเป็นเรือสำหรับวางกังหันไฟฟ้าเพื่อตอบสนองต่อตลาดฟาร์มพลังงานลมในยุโรป

อุตสาหกรรมต่อเรือของฟิลิปปินส์มีมูลค่า 638 ล้านดอลลาร์ในปี 2011 และมีการจ้างงานถึง 45,000 คน ส่วนบริษัท Austral เองเป็นบริษัทจากออสเตรเลีย มีประสบการณ์ต่อเรือมาแล้วมากกว่า 220 ลำ อู่ต่อเรือใหม่นี้จ้างงานชาวฟิลิปปินส์ 250 คนและชาวออสเตรเลีย 50 คน

ที่มา - Manilla Bulletin

เทคโนโลยีเฟื่องฟู โรงรับจำนำสินค้าไอทีในเกาหลีเปิด 15 แห่งแล้ว

By: lew on Thu, 2013-02-07 16:21

ยุคสินค้าไอทีกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง แต่สินค้าเหล่านี้กลับมีมูลค่าเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว ทำให้เกิดธุรกิจใหม่คือโรงรับจำนำสินค้าไอทีโดยเฉพาะในเกาหลีใต้

Kim Moo-hyun เจ้าของโรงรับจำนำไอทีเล่าถึงสาเหตุที่เขามาเปิดโรงรับจำนำว่าเพื่อนของเขาบ่นว่าหาคนให้ยืมเงินสองแสนวอน (เกือบหกพันบาท) ได้ยาก แต่เพื่อนของเขาเองกลับถือไอแพดรุ่นล่าสุดอยู่ ทำให้ได้ไอเดียเปิดโรงรับจำนำขึ้นมา

โรงรับจำนำไอทีให้เงินกู้เป็นจำนวน 50-70% ของราคาสินค้าในตลาด พร้อมกับดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน หรือร้อยละ 36 ต่อปี โดยมูลค่าเกินกู้ยืมอยู่ระหว่าง 200,000 ถึง 1,000,000 วอน โทรศัพท์รุ่นใหม่อย่าง Galaxy S3 สามารถขอกู้ได้ประมาณ 350,000 วอนถ้าภาพดีมากๆ โดยระยะเวลากู้มักจะอยู่ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนเพราะสินค้าไอทีมีการเปลี่ยนแปลงราคาที่รวดเร็วมาก

ที่มา - The Korea Herald

อเมซอนได้รับสิทธิบัตรการขายสิทธิข้อมูลดิจิตอลมือสอง

By: lew on Wed, 2013-02-06 02:01

อเมซอนเพิ่งได้รับสิทธิบัตร "Secondary market for digital objects" ที่ระบุถึงการสร้างตลาดซื้อขายสินค้าดิจิตอล เช่น อีบุ๊ก, เพลง MP3, ตลอดจนสิทธิในการเข้าถึงภาพยนต์แบบรับชมออนไลน์

นอกจากเสนอรูปแบบการขายสินค้ามือสองแล้ว สิทธิบัตรฉบับนี้ยังระบุถึงการจำกัดการใช้งานเพื่อให้คงความขาดแคลน (scarcity) โดยอาจจะเป็นรูปแบบการจำกัดจำนวนครั้งของการโอนสิทธิ การจำกัดการเข้าใช้งานเช่นการดาวน์โหลดหรือการรับชม กระบวนการนี้ทำให้สิทธิทางดิจิตอลที่ปกติแล้วไม่มีการเสื่อมสลาย สามารถเสื่อมสลายไปได้ในระยะเวลาหนึ่ง รูปแบบเดียวกับสินค้าจริงเช่นหนังสือหรือวิดีโอเทป

สิทธิบัตรถูกขอไปตั้งแต่ปี 2009 และเพิ่งได้รับอนุมัติ ในอนาคตเราอาจจะสามารถขายหนังสือมือสองออกจากเครื่อง Kindle หรือขายเพลงบน Amazon MP3 Store กันได้ แต่คงต้องรอกระบวนการเจรจากับเจ้าของสิทธิกันอีกพักใหญ่

ที่มา - USPTO, Geek Wire

Pirates of the Caribbean! WTO อนุญาตให้แอนติกัวละเมิดลิขสิทธิ์สหรัฐเป็นมาตรการโต้ตอบ

By: chayaninw on Thu, 2013-01-31 13:17

องค์การการค้าโลก (WTO) ได้อนุญาตให้ประเทศแอนติกัวและบาร์บูดา ประเทศเกาะในทะเลแคริบเบียน ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐอเมริกา เป็นมาตรการตอบโต้จากการที่สหรัฐละเมิดข้อตกลงการค้าเสรีโดยการแบนผู้ให้บริการการพนันจากต่างประเทศ

ข้อพิพาทระหว่างแอนติกัวและบาร์บูดา กับสหรัฐ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2003 โดยแอนติกัวและบาร์บูดาได้ร้องเรียนกับองค์การการค้าโลกว่า กฎหมายของสหรัฐที่ห้ามบริการการพนันจากต่างประเทศนั้น ขัดต่อข้อผูกพันของสหรัฐภายใต้ข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งในปี 2005 คณะผู้พิจารณาของ WTO ก็ได้ตัดสินว่า กฎหมายสหรัฐที่อนุญาตให้มีการพนันการแข่งม้าจากผู้ให้บริการในประเทศเท่านั้น เป็นการผิดข้อตกลงที่สหรัฐได้ให้ไว้

หลังจากที่สหรัฐไม่มีการแก้ไขกฎหมายในเวลาที่กำหนด ในปี 2007 องค์การการค้าโลกก็ได้กำหนดมาตรการโต้ตอบ โดยให้แอนติกัวและบาร์บูดาสามารถระงับข้อผูกพันที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญา (TRIPS) ที่มีต่อสหรัฐอเมริกา ในมูลค่าไม่เกินปีละ 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากมูลค่าที่ขอไป 3.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2013 รัฐบาลแอนติกัวก็ประกาศว่า หลังจากที่ได้รับการอนุญาตเบื้องต้นเมื่อปี 2007 และพยายามเจรจากับรัฐบาลสหรัฐหลังจากนั้นแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ก็ได้รับอนุญาตจาก WTO ให้ดำเนินการระงับข้อผูกพันด้านทรัพย์สินทางปัญญากับสหรัฐได้

เว็บไซต์ข่าวหลายแห่ง (รวมถึง TorrentFreak) รายงานในลักษณะว่า แอนติกัวจะเปิดเว็บไซต์ที่ให้ดาวน์โหลดบรรดาสินค้าลิขสิทธิ์ของสหรัฐ (แบบเสียเงิน แต่ไม่ต้องแบ่งให้เจ้าของ)

แม้ว่า WTO จะไม่ได้มีอำนาจบังคับให้รัฐสมาชิกทำตามคำตัดสินตรงๆ แต่กฎของ WTO อนุญาตให้รัฐบาลสามารถออกมาตรการกีดกันทางการค้าตอบโต้ (จากที่ปรกติขัดต่อกฎการค้าเสรี) เป็นเหมือนการเรียกค่าเสียหายจากคู่พิพาท ซึ่งปรกติแล้วจะอยู่ในรูปแบบของอนุญาตให้ขึ้นกำแพงภาษีกีดกันได้ แต่ในกรณีนี้ เนื่องด้วยประเทศนั้นเล็กมาก ทำให้คำตัดสินเลือกที่จะอนุญาตมาตรการตอบโต้แบบอื่นที่สามารถต่อรองกับสหรัฐได้

รัฐบาลแอนติกัวและบาร์บูดาอ้างว่า กฎหมายกีดกันของสหรัฐนั้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของแอนติกัวและบาร์บูดาอย่างรุนแรง โดยจากที่เคยมีการจ้างงานในอุตสาหกรรมนี้กว่า 4,000 คน (จากประชากร 80,000 คน) ก็ลดเหลือเพียง 500 คนเท่านั้น

ที่มา - Reuters, Ars Technica, Government of Antigua and Barbuda, WTO

Barnes & Noble เตรียมลดจำนวนสาขาร้านหนังสือลง 100 แห่งในอีก 5 ปีข้างหน้า

By: mk on Tue, 2013-01-29 19:32

ยุคตกต่ำของร้านหนังสืออาจมาเยือนเร็วกว่าที่คาด โดยเครือร้านหนังสือใหญ่ของสหรัฐอย่าง Barnes & Noble ออกมาประกาศแผนการปิดสาขาจำนวน 100 แห่งในอีก 5 ปีข้างหน้า

ปัจจุบัน Barnes & Noble มีร้านสาขาจำนวน 689 แห่ง (ไม่นับอีก 674 สาขาตามวิทยาลัย ที่แยกคนละแบรนด์กัน) เป้าหมายของบริษัทคือลดจำนวนสาขาลงให้เหลือ 450-500 แห่งในอีก 10 ปีข้างหน้า และเบื้องต้นตั้งเป้าปิดสาขาปีละ 20 แห่งในช่วง 5 ปีนี้

ก่อนปี 2009 บริษัทยังเปิดสาขาใหม่ปีละ 30 แห่ง แต่เมื่อสถานการณ์ของวงการหนังสือเปลี่ยนไป บริษัทก็ต้องปรับตัวตาม

ที่มา - Wall Street Journal, BGR

โตโยต้าทวงบัลลังก์แชมป์ผู้ผลิตรถยนต์เบอร์หนึ่งของโลกคืน

By: mk on Mon, 2013-01-28 21:06

โตโยต้าสามารถทวงแชมป์ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกคืนจากจีเอ็มได้สำเร็จ โดยปี 2012 โตโยต้าขายรถได้ทั้งหมด 9.75 ล้านคัน มากกว่าตัวเลขของฝั่งจีเอ็มที่ 9.29 อยู่พอสมควร

โตโยต้าเคยเป็นแชมป์ผู้ผลิตรถยนต์ของโลกอยู่ช่วงหนึ่ง ในยามที่บริษัทจากฝั่งสหรัฐประสบปัญหาจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ แต่โตโยต้าก็โดนมรสุมกระหน่ำจากเหตุการณ์สึนามิญี่ปุ่นปี 2011 และเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ของประเทศไทยในปีเดียวกัน ข่าวนี้เป็นสัญญาณว่าสายการผลิตของโตโยต้าฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์แล้ว

รถยนต์ของโตโยต้ารุ่นที่ขายดีคือ Prius, Camry และบรรดา SUV ทั้งหลาย โดยปี 2013 โตโยต้าพยากรณ์ว่าจะเพิ่มยอดขายเป็น 9.91 ล้านเครื่องให้ได้

ที่มา - Slashgear

ไทยเบฟฯ ประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ F&N

By: Flurrywong on Wed, 2013-01-23 17:46

หลังจากมีข่าวว่าบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (THAIBEV) ประกาศซื้อหุ้น F&N บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมาตามที่ Meconomics ได้เคยนำเสนอไปแล้วในข่าวเก่า ล่าสุดไทยเบฟฯ ได้ประกาศบรรลุข้อตกลงในการเจรจาเข้าซื้อหุ้น F&N เรียบร้อยแล้ว หลังจากต้องต่อสู้การเสนอราคากับ OUE กลุ่มบริษัทลงทุนอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่แห่งสิงคโปร์มาเป็นเวลากว่า 2 เดือน โดยมูลค่าเงินที่ไทยเบฟเวอเรจได้ใช้ในการเข้าซื้อหุ้นของ F&N ในครั้งนี้คิดเป็นเงิน 13.8 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือ 11.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

ผลจากกระบวนการการเข้าซื้อกิจการของ F&N ดังกล่าว ส่งผลให้มูลค่าหุ้นบริษัทในเครือของนายเจริญ สิริวัฒนภักดีที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งในส่วนของบริษัทไทยเบฟเวอเรจซึ่งอยู่ในตลาดสิงคโปร์ที่ขึ้นไปทำราคา New High เมื่อวานนี้ และในส่วนของบริษัทเบอร์ลี่ ยูคเกอร์ (BJC) ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเองก็ปรับราคาสูงขึ้นไปกว่าร้อยละ 45 ในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมาด้วย เนื่องจาก Business Model ทั้งหมดของ F&N สามารถช่วยต่อยอดธุรกิจทั้งหมดในเครือของนายเจริญให้กลายเป็นบริษัทใหญ่ในระดับภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ได้นั่นเอง

ที่มา - Bloomberg

ค่าแรงขั้นต่ำในอินโดนีเซียขึ้นพร้อมกันหลายจังหวัด โรงงานยื่นขอยกเว้น

By: lew on Tue, 2013-01-15 07:20

จาการ์ตาเพิ่งประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไปปีเดียว 44% ส่งผลให้ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 2.2 ล้านรูปีย์หรือ 228 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่โรงงานจำนวนหนึ่งเข้ายื่นขอยกเว้นค่าแรงกับรัฐบาลท้องถิ่นและได้รับอนุมัติ ขณะที่จังหวัดที่ไกลออกไปอย่าง Sukabumi ก็ขึ้นค่าแรงจากเดิม 885,000 รูปีย์เป็น 1.2 ล้านรูปีย์ โดยรูปแบบการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างรุนแรงในหลายจังหวัดนี้เกิดขึ้นทั่วอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ดี กฎหมายแรงงานของอินโดนีเซียเปิดช่องให้รัฐบาลท้องถิ่นสามารถอนุมัติยกเว้นให้กับบางโรงงานได้ และมีโรงงานจำนวนหนึ่งที่เป็นซัพพลายเออร์ของไนกี้เข้าขอยกเว้น จนได้รับอนุญาตให้จ่ายเงินเดือน 1.1 ล้านรูปีย์

กลุ่ม NGO พยายามกดดันโรงงานเหล่านี้ด้วยการเรียกร้องไปยังไนกี้ที่มีนโยบายให้ซัพพลายเออร์จ่ายเงินเดือนขั้นต่ำตามกฎหมายที่โรงงานนั้นตั้งอยู่ ส่วนทางกลุ่มนายจ้างก็ออกมาขู่ว่าการขึ้นค่าแรงเช่นนี้จะทำให้โรงงานต่างชาติต้องย้ายฐานการผลิตออกจากอินโดนีเซีย

อ่านไปเขียนไปแล้วก็คุ้นๆ เนื้อข่าว

ที่มา - FT

ธนาคารกลางสิงคโปร์ชวนให้ประชาชนไม่ต้องใช้ธนบัตรพิมพ์ใหม่ช่วงตรุษจีน

By: chayaninw on Mon, 2013-01-14 22:01

ปรกติแล้ว ธรรมเนียมการให้ซองแดงช่วงตรุษจีนในสิงคโปร์ ก็จะนิยมใช้ธนบัตรใหม่เอี่ยมไม่ต่างจากธรรมเนียมตรุษจีนในไทยเท่าใดนัก แต่มาปีนี้ ธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore: MAS) ได้ประกาศปรับเปลี่ยนแนวทาง โดยจะนำธนบัตรเก่าสภาพดีมาให้ใช้ร่วมกับธนบัตรพิมพ์ใหม่ด้วย และสนับสนุนให้ประชาชนเลือกใช้ธนบัตรสภาพ "เหมือนใหม่" นี้ในอั่งเปาแทนที่จะใช้ธนบัตรพิมพ์ใหม่ เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ปรกติแล้ว แต่ละปีธนาคารกลางจะต้องพิมพ์ธนบัตร 2 ดอลลาร์ใหม่จำนวนถึง 100 ล้านฉบับเพื่อรองรับเทศกาลตรุษจีน ในขณะที่ความต้องการธนบัตรหมุนเวียนมีเพียงครึ่งเดียวของที่พิมพ์เท่านั้น ซึ่งการพิมพ์ธนบัตรส่วนเกินมาเพื่อรองรับตรุษจีนนี้ MAS ระบุว่าจะต้องใช้หมึกถึง 10 ตัน และใช้ไฟฟ้าระดับที่สามารถใช้ในอพาร์ตเมนต์ทั้งตึกเป็นเวลาถึงครึ่งปี

ตามรายงานข่าวระบุว่า ธนบัตรสภาพ "เหมือนใหม่" ที่ MAS จะนำมาให้ใช้นี้ ก็มีที่มาจากธนบัตรช่วงตรุษจีนที่ก็กลับมาอยู่ในมือธนาคารทันทีหลังเทศกาล

ที่มา - Straits Times, Reuters, Monetary Authority of Singapore

Ericsson ให้สิทธิบัตรชุดใหญ่กับบริษัทที่กำลังฟ้องร้อง Apple, Google

By: chayaninw on Fri, 2013-01-11 13:16

บริษัท Unwired Planet ได้ประกาศว่า บริษัทได้ทำข้อตกลงซื้อกลุ่มสิทธิบัตรกว่าสองพันรายการจากบริษัทโทรคมนาคม Ericsson โดยแลกกับสิทธิในผลประโยชน์ในอนาคตจากสิทธิบัตรนี้

Unwired Planet เป็นบริษัทที่เปลี่ยนชื่อจาก Openwave ซึ่งเคยประสบความสำเร็จในตลาดเบราว์เซอร์มือถือยุคแรกเริ่มช่วงต้นทศวรรษ 2000 แต่ปัจจุบันได้ขายส่วนธุรกิจปฏิบัติการเหล่านั้นและหันมามุ่งเน้นกับสิทธิบัตรแทน โดยปัจจุบันก็เดินเกมหากินจากสิทธิบัตรเก่า โดยฟ้องร้องบริษัทอย่าง Apple Google และ RIM

ในดีลนี้ Ericsson ได้โอนสิทธิบัตรและคำขอสิทธิบัตรรวม 2,185 รายการ (753 เป็นของในสหรัฐ) ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ 2G, 3G และ LTE และ Ericsson จะโอนสิทธิบัตรปีละ 100 รายการระหว่างปี 2014 ถึง 2018

Ericsson จะไม่ได้รับเงินจากการขายโดยทันที แต่จะได้สิทธิส่วนหนึ่งในรายได้จากสิทธิบัตรเหล่านี้ในอนาคต โดยจะได้รับ 20% จากรายได้ 100 ล้านดอลลาร์แรก ส่วนที่เกินจากนั้นจะได้ส่วนแบ่ง 50% จนถึง 500 ล้านดอลลาร์ และหาก Unwired Planet ประสบความสำเร็จในการหากินจากสิทธิบัตรเหล่านี้เกิน 500 ล้านดอลลาร์ Ericsson ก็จะได้รับส่วนแบ่ง 70% ของส่วนที่เกินขึ้นไป

นอกจากนี้ Ericsson จะได้รับสิทธิใช้สิทธิบัตรของ UP ด้วย ซึ่งก็อาจจะมีประโยชน์กับ Ericsson ที่ก็มีคดีฟ้องร้องอยู่เช่นกัน

ที่มา - Ars Technica, TechCrunch

ปตท. เดินหน้าลุยพัฒนาธุรกิจกาแฟอเมซอน

By: pblack on Thu, 2013-01-10 19:42

ปตท.ประสบความสำเร็จอย่างมากกับกาแฟอเมซอน โดยคาดการณ์ว่าในปีที่ผ่านมาสร้างรายได้มากถึง3พันล้านบาท และภายในปีนี้จะขยายสาขาได้ถึงเกือบ900แห่งทั่วประเทศ นายสรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปรียบเทียบธุรกิจกาแฟกับธุรกิจน้ำมันว่ามีความคล้ายคลึงกันในหลายด้าน การผลิตเมล็ดกาแฟก็เหมือนการขุดเจาะน้ำมัน โรงคั่วจึงเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่มูลค่า จะให้สมบูรณ์ได้ปตท.ต้องลงมือทำเอง ดังนั้นในปีนี้ปตท.จะพัฒนาธุรกิจกาแฟอเมซอนโดยสร้างโรงงานคั่วเมล็ดกาแฟขึ้นเอง โรงงานนี้จะตั้งอยู่ที่ อ.วังน้อย จ.อยุธยา และคาดว่าจะสร้างเสร็จภายในสิ้นปี 2556 ซึ่งโรงงานนี้นอกจากจะเป็นแหล่งวัตถุดิบสำหรับกาแฟในร้านอเมซอนแล้ว ยังสามารถต่อยอดธุรกิจไปยังผลิตภัณฑ์อื่นเช่น กาแฟป๋อง หรือกาแฟชงสำเร็จรูป เพื่อจัดจำหน่ายในช่องทางจำหน่ายอื่น และยังสามารถเป็นวัตถุดิบให้กับผู้ผลิตรายอื่นๆได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ปตท.จะดำเนินการเพิ่มสินค้าภายในร้านกาแฟอเมซอน เช่น ชา, น้ำหวาน, น้ำผลไม้ และเบเกอรี่ โดยได้เริ่มวางจำหน่ายน้ำดื่ม, น้ำแร่ และน้ำไพ ไปแล้ว รวมถึงจะขยายสาขาของร้านกาแฟอเมซอนที่อยู่นอกสถานีบริการน้ำมันปตท. และตั้งเป้าที่จะขยายสาขาไปพร้อมกับสถานีบริการน้ำมันที่อยู่นอกประเทศด้วย ซึ่งขณะนี้ปตท.มีสถานีบริการแล้วหนึ่งแห่งที่เวียงจันทร์ ประเทศลาว

ที่มา - ประชาชาติธุรกิจ

ตำรวจไต้หวันเตรียมสอบบ่อนพนัน เปิดรับแทงวันเสียชีวิตผู้ป่วยโรคมะเร็ง

By: arjin on Wed, 2013-01-09 14:48

ตำรวจในประเทศไต้หวันเตรียมเข้าสอบสวนมูลนิธิการกุศลหลายแห่ง ซึ่งนิตยสารท้องถิ่นรายงานว่ามีการเปิดรับพนันทายวันเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งกันภายใน

รายงานของนิตยสาร Next บอกว่าองค์กรการกุศลเหล่านี้จะเปิดบังหน้าเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ยากจน แต่เบื้องหลังนั้นเปิดโอกาสให้คนภายนอก ตลอดจนญาติและแพทย์ เข้าร่วมเดิมพันว่าผู้ป่วยที่หน่วยงานดูแลอยู่นั้น จะเสียชีวิตในช่วง 1-6 เดือน หลังแพทย์วินิจฉัยว่าพบโรคมะเร็งหรือไม่ ซึ่งมีเงินรางวัลสูงถึง 3 เท่าหากเสียชีวิตในช่วงกำหนดเวลาดังกล่าว โดยเงินเดิมพันนั้นเริ่มต้นอยู่ที่ 2,000 ดอลลาร์ไต้หวัน และสูงสุดเคยมีการพนันกันถึง 1 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 1,000 ล้านบาท)

เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต้องสงสัยปฏิเสธข่าวนี้ว่าไม่เป็นความจริง และพวกเขาเพียงทำองค์กรการกุศลช่วยเหลือคนยากจนในการจัดงานศพเท่านั้น

ที่มา: AFP

บีบีซีตัดสินใจถอดรายการสำหรับเด็กออกจากช่องสถานีหลัก

By: arjin on Tue, 2013-01-08 13:58

สถานีโทรทัศน์สาธารณะบีบีซี ประเทศอังกฤษได้ตัดสินใจถอดรายการสำหรับเด็ก ซึ่งปกติจะฉายช่วงเวลาเย็นของทุกวันออกจากสถานีช่องหลักคือ BBC One และ BBC Two โดยทางสถานีจะนำรายการเด็กที่ฉายเดิมนี้ไปไว้ที่ช่อง CBeebies และ CBBC ซึ่งเป็นสถานีดิจิตอลช่องใหม่ที่มีแต่รายการสำหรับเด็กโดยเฉพาะแทน

อย่างไรก็ตามการตัดสินใจของบีบีซีครั้งนี้ก็มีผู้ไม่เห็นด้วยซึ่งนำโดย Anne Wood หนึ่งในผู้ร่วมสร้างรายการเด็กยอดนิยมอย่าง The Teletubbies (ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตรายการ In The Night Garden) โดยเธอบอกว่าการตัดสินใจของบีบีซีครั้งนี้เป็นการไล่รายการสำหรับเด็กออกไป ทั้งที่ช่วงเวลาดังกล่าวบีบีซีได้จัดสรรไว้ให้เป็นรายการสำหรับเด็กมากว่า 60 ปีแล้ว และมันควรต้องอยู่ต่อไป เพราะรายการสำหรับเด็กนั้นไม่ได้มีแค่ผู้ชมที่เป็นเด็กเท่านั้น แต่ผู้ใหญ่และวัยรุ่นไม่น้อยก็ชื่นชอบรายการแบบนี้และสามารถรับชมพร้อมกันทั้งครอบครัวได้เหมือนกัน แนวทางย้ายรายการไปอีกสำหรับเด็กโดยเฉพาะนั้นเธอมองว่าคือการแบ่งแยก

ด้าน Terry Deary นักเขียนนิยายสำหรับเด็กนั้นเห็นต่างออกไป เขามองว่าการตัดสินใจของบีบีซีนั้น "สมเหตุสมผล" กับยุคสมัยปัจจุบันมากกว่า เพราะเมื่อสถานีโทรทัศน์เปลี่ยนแพลตฟอร์มเป็นดิจิตอลและมีช่องออกอากาศมากขึ้น พฤติกรรมผู้ชมก็เปลี่ยนไปมากเกินกว่าจะใช้แนวคิดแบบในอดีตมาตัดสินใจ

สถานีโทรทัศน์ไทยจะเริ่มประมูลแพลตฟอร์มกันในปีนี้ น่าสนใจว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้หรือไม่ครับ

ที่มา: The Telegraph

Guardian: ผู้สูงอายุเยอรมันต้องออกไปอยู่บ้านพักนอกประเทศเพราะถูกกว่า

By: chayaninw on Fri, 2012-12-28 13:30

เว็บไซต์ The Guardian เขียนบทความรายงานถึงสถานการณ์ของผู้สูงอายุและผู้ป่วยในเยอรมนี ที่กำลังถูก "ส่งออก" ไปยังบ้านพักหรือศูนย์ฟื้นฟูในต่างประเทศ เพราะต้นทุนภายในประเทศที่สูงขึ้น และมาตรฐานการดูแลที่แย่ลง สะท้อนถึงปัญหาโครงสร้างประชากรที่มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

อุตสาหกรรมศูนย์ดูแลผุ้สูงอายุได้ประสบปัญหาด้านต้นทุนและการขาดแคลนแรงงานมาหลายปีแล้ว โดยก่อนหน้านี้ก็มีการนำเข้าแรงงานจากยุโรปตะวันออก แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ประชากรเยอรมันจำนวนมากไม่สามารถรับภาระด้านบ้านพักคนชราที่แพงขึ้นได้ ทำให้มีการย้ายไปใช้บริการในประเทศในยุโรปตะวันออกไปจนถึงในเอเชีย

ผลจากการค้นคว้าพบว่า มีชาวเยอรมันที่เกษียณแล้วประมาณเจ็ดพันคนที่อาศัยอยู่ในบ้านพักผู้สูงอายุในฮังการีในปี 2011 และมีมากกว่าสามพันคนในสาธารณรัฐเช็ค หกร้อยคนในสโลวาเกีย และไม่ทราบจำนวนในสเปน กรีซ และยูเครน ในขณะที่ไทยและฟิลิปปินส์ก็เป็นจุดหมายที่ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

The Guardian ได้ไปสัมภาษณ์ชาวเยอรมันที่อยู่ในบ้านพักในต่างประเทศ และพบว่า บางส่วนเลือกที่จะไปอยู่เพราะราคาที่ถูกกว่าและมองว่าระดับคุณภาพนั้นดีกว่า ในขณะที่บางส่วนก็ไปแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก

ข้อวิพากษ์วิจารณ์และวิตกกังวลข้อหนึ่ง คือการส่งผู้ป่วยที่ประสบภาวะสมองเสื่อม ไปอยู่ในศูนย์ฟื้นฟูในต่างประเทศเพราะคิดว่าถึงอย่างไรก็ไม่รู้สึกถึงความแตกต่างได้ โดย Sabine Jansen ประธานสมาคมอัลไซเมอร์ของเยอรมนีบอกว่า ภาษาและสภาพแวดล้อมนั้นเป็นส่วนสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยในการรักษาอัตลักษณ์ของตัวเองไว้

Sozialverband Deutschland (VdK) กลุ่มด้านสังคมของเยอรมนี ได้ชี้ว่าการที่ชาวเยอรมันไม่สามารถเลือกใช้ชีวิตหลังเกษียณในประเทศตัวเองได้เป็นปัญหาใหญ่ โดยกล่าวว่า "เราไม่สามารถปล่อยให้คนที่สร้างเยอรมนีมาเป็นอย่างทุกวันนี้ ต้องถูกเนรเทศออกไป"

อย่างไรก็ตาม Artur Frank เจ้าของ Senior Place ซึ่งทำหน้าที่จัดหาบ้านพักในสโลวาเกียให้กับชาวเยอรมัน แสดงความไม่เห็นด้วยว่า สถานการณ์นี้เป็นการไล่หรือเนรเทศ แต่ส่วนมากก็เลือกที่จะไปอยู่โดยสมัครใจ และเกิดจากการตัดสินใจจากครอบครัวที่รู้ว่าจะได้รับผลที่ดีกว่า

ที่มา - The Guardian

Burger King กลับมาแล้วในฝรั่งเศสหลังจากปิดสาขาหมดในปี 1997

By: toandthen on Thu, 2012-12-27 18:08

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา Burger King ร้านอาหารจานด่วนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก​ ได้เปิดสาขาแรกในฝร่ังเศสที่สนามบิน Marseilles ครั้งแรกตั้งแต่ 39 สาขาทั้งหมดในประเทศถูกปิดลงในปี 1997 เพราะไม่สามารถทำกำไรได้

สำนักข่าว AP อ้างว่าสาเหตุที่ Burger King ไม่สามารถที่จะทำกำไรได้ในฝรั่งเศสในตอนนั้น อาจเป็นเพราะว่ารสชาติไม่ถูกปากคนท้องถิ่น ในการกลับมารุกตลาดฝรั่งเศสอีกครั้ง Burger King จะต้องกลับมาสู้กับ McDonalds หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันติดปากไปแล้วว่า "แมค-โด" เชนร้านอาหารจานด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลกที่กลับประสบความสำเร็จอย่างมากในฝรั่งเศส และมีสาขาแล้วกว่า 1,200 สาขาทั่วประเทศ

ความสำเร็จของ "แมค-โด" อาจจะอยู่ที่เมนูที่ถูกปรับให้ถูกปากคนท้องถิ่นมากกว่า เช่นเบอร์เกอร์ที่ใช้ขนมปังฝรั่งเศสแทนอย่าง McBaguette หรือแม้กระทั่ง Alpine Burger ที่ลูกค้ามีตัวเลือกในการเปลี่ยนชีสเป็นแบบที่ตัวเองชอบที่สุดได้

คราวนี้ Burger King ได้จับมือกับบริษัท Autogrill Group ที่ในขณะนี้เปิดร้านอาหารกว่า 900 สาขาแล้วทั่วฝรั่งเศสและประเทศยุโรปใกล้เคียงอื่น ๆ และก็ได้เป็นเจ้าของ Burger King กว่า 100 สาขาแล้วในอเมริกาเหนือและยุโรป

ที่มา - Time

Pages

Subscribe to MEconomics RSS