ผลวิจัย: Craigslist กระทบต่อรายได้หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นหลายพันล้านดอลลาร์

By: chayaninw on Thu, 2013-08-22 00:04

ผลกระทบจากความนิยมใช้อินเทอร์เน็ตที่มีต่อสื่อแบบดั้งเดิมนั้น เป็นประเด็นที่เราได้ยินกันบ่อยครั้งกับอุตสาหกรรมสื่อหลายชนิด ซึ่งนักวิจัยก็ได้เสนอว่า เว็บไซต์ Craigslist ซึ่งรับลงประกาศโฆษณาในรูปแบบ classified ส่งผลกระทบต่อรายได้ของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกา ช่วงปี 2000-2007 รวมกันถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เว็บไซต์ Craigslist เป็นเว็บไซต์ที่ศูนย์กลางโฆษณาแบบ classified ที่ให้ลงประกาศโฆษณาต่างๆ (เช่น ประกาศขายสินค้า ให้เช่าบ้าน รับสมัครงาน ฯลฯ) ซึ่งเป็นบริการที่มีลักษณะใกล้เคียงกับส่วน classified ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นทั่วไป ที่เป็นแหล่งรายได้หนึ่งของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น นอกเหนือจากการขายโฆษณาในหน้าทั่วไป และการรับสมาชิก

Robert Seamans จาก Stern School of Business, New York University และ Feng Zhu จาก Harvard Business School ได้อาศัยประโยชน์จากการค่อยๆ ขยายกิจการไปยังส่วนต่างๆ ของประเทศในช่วงระยะเวลาแตกต่างกัน มาใช้ในการแยกและเปรียบเทียบผลกระทบที่มีต่อหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกาได้

งานวิจัยนี้ ได้แบ่งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่มี classified-ad manager และกลุ่มที่ไม่มี โดยกลุ่มแรกถือว่าเป็นกลุ่มที่มีโฆษณาแบบ classified เป็นรายได้สำคัญ ในขณะที่กลุ่มหลัง ก็จัดเป็นกลุ่มควบคุม (ตามข้อสันนิษฐานว่า เป็นกลุ่มหนังสือพิมพ์ที่โฆษณาลักษณะนี้มีความสำคัญต่อรายได้น้อยกว่า) ซึ่งข้อสรุปจากข้อมูล ก็พบว่า โดยเปรียบเทียบกันแล้ว หนังสือพิมพ์ที่มี classified-ad manager นั้นมีอัตราค่าลงโฆษณา classified ลดลง มีการเพิ่มค่าสมาชิก ลดจำนวนการพิมพ์ พยายามสร้างความแตกต่างมากขึ้น มีแนวโน้มที่จะไม่เผยแพร่เนื้อหาออนไลน์ และยังมีอัตราค่าโฆษณาในหน้าทั่วไป (display ad) ลดลงเป็นผลที่ตามมาด้วย ซึ่งตัวเลขผลกระทบต่อรายได้ทั้งหมดในช่วงปี 2000-2007 รวมแล้วคิดเป็นประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ตามมูลค่าปี 2000)

ผลการวิจัยนี้ก็สอดคล้องกับคำอธิบายทางทฤษฎี โดย Craigslist นั้นเป็นทางเลือกใหม่ในการโฆษณาไปยังผู้อ่าน ทำให้อัตราค่าโฆษณาแบบนี้ต้องปรับตัวลง การที่รายได้จากโฆษณาเหล่านี้ลดลง ทำให้แรงจูงใจที่หนังสือพิมพ์จะต้องพยายามอุดหนุนให้กับคนอ่านก็ลดลงไปด้วย จึงมีการขึ้นราคากับผู้อ่าน ซึ่งก็ทำให้ต้องพยายามปรับตัวให้ต่างจากคู่แข่งเพื่อให้สามารถกำหนดราคาสูงขึ้นได้ และการไม่ลงเนื้อหาออนไลน์ก็เพื่อไม่ให้กระทบต่อมูลค่าของหนังสือพิมพ์ฉบับกระดาษ ราคาที่สูงขึ้น ทำให้ยอดจัดจำหน่ายนั้นลดลง และส่งผลให้มูลค่าของการลงโฆษณาในหน้าทั่วไปนั้นลดลงตามไปด้วย

ผลงานวิจัยเรื่องนี้ จะตีพิมพ์ในวารสาร Management Science และสามารถอ่านฉบับ preprint ได้จาก SSRN

ที่มา - Phys.org, SSRN

ลาว-เวียดนาม จะปักปันเขตแดนเสร็จในปี 2014

By: lew on Wed, 2013-08-21 22:32

รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเวียดนามออกมาให้ข่าวความคืบหน้าการปักปันเขตแดนลาว-เวียตนามว่ามีความคืบหน้าไปมาก และน่าจะเสร็จทั้งหมดภายในปีหน้า

ลาวเป็นประเทศที่มีชายแดนทางพื้นดินกับเวียดนามยาวที่สุดถึง 2,067 กิโลเมตร ถัดลงมาคือจีน 1400 กิโลเมตรและปักปันเขตแดนเสร็จไปแล้วตั้งแต่ปี 2008 ที่กำลังปักปันอยู่คือกัมพูชาที่มีชายแดนร่วมกัน 1,270 กิโลเมตร

ปัญหาเขตแดนเป็นปัญหาของอาเซียนที่สร้างปัญหาในภูมิภาคได้เสมอ เช่น ไทยและกัมพูชาที่มีปัญหาเขตแดนต่อกันในหลายจุด และชาติจำนวนมากก็มีปัญหาน่านน้ำกับจีนอยู่ในตอนนี้

ที่มา - Wall Street Journal

ชายรัสเซียฟ้องร้องธนาคารหลังจากแก้สัญญาบัตรเครดิตเองให้ธนาคารเซ็น

By: chayaninw on Sun, 2013-08-11 10:11

Dmitry Argarkov ชาวรัสเซีย ได้รับเอกสารสมัครบริการบัตรเครดิตจาก Tinkoff Credit Systems แต่แทนที่ Argarkov จะทิ้งไปเฉยๆ ก็ตัดสินใจสแกนเอกสารเข้าไปแก้ไขในคอมพิวเตอร์ แล้วส่งกลับไปให้ธนาคาร ซึ่งธนาคารก็ได้เซ็นสัญญาฉบับนี้ และส่งบัตรเครดิตมาให้ Argarkov ใช้

สัญญาที่ Argarkov แก้ไข กำหนดอัตราดอกเบี้ย 0% ไม่มีค่าธรรมเนียม ไม่มีกำหนดวงเงิน และธนาคารจะต้องจ่ายเงินให้ Argarkov 3 ล้านรูเบิล (ประมาณ 3 ล้านบาท) ทุกครั้งที่ธนาคารละเมิดสัญญา และจ่าย 6 ล้านรูเบิลหากธนาคารบอกเลิกสัญญา

ต่อมา เมื่อธนาคารพยายามจะปิดบัญชีเนื่องจากหนี้เกินกำหนดชำระ ธนาคารก็ได้ฟ้องร้องเรียกเงินค่าปรับและค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งไม่ได้อยู่ในสัญญาฉบับของ Argarkov และศาลก็ได้ตัดสินใจสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ธนาคารต้องปฏิบัติตามสัญญาที่เซ็นไว้กับ Argarkov และ Argarkov มีหน้าที่ต้องจ่ายในส่วนเงินต้น 19,000 รูเบิลเท่านั้น

Argarkov ยังได้ฟ้องกลับธนาคาร เรียกร้องเงินจำนวน 24 ล้านรูเบิล (ประมาณ 24 ล้านบาท) จากการละเมิดสัญญาด้วย ในขณะที่ฝ่ายธนาคารก็เตรียมที่จะดำเนินคดีในข้อหาฉ้อฉลกับ Argarkov

ที่มา - The Telegraph

ผ่านไป 15 เดือน หุ้น Facebook ปิดเหนือราคา IPO แล้ว

By: Blltz on Mon, 2013-08-05 17:31

นับตั้งแต่ Facebook ระดมทุนครั้งแรก (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์ในราคาเปิดที่ 38 เหรียญ ราคาหุ้นก็ตกลงเรื่อยๆ และเป็นเวลากว่าสิบห้าเดือนนับตั้งแต่วัน IPO วันแรก ในที่สุดราคาหุ้นของ Facebook ก็ปิดราคาสูงกว่าราคาตั้งต้นได้แล้ว

ราคาหุ้นของ Facebook เริ่มเข้าใกล้ราคา IPO เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม และไปปิดตัวเหนือ 38 เหรียญได้ในวันที่ 1 สิงหาคม โดยราคาปัจจุบันก็ยังคงเหนือกว่าที่ 38.05 เหรียญ ในรอบเดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นของ Facebook พุ่งขึ้นสูงถึง 50% ทีเดียว

การตอบรับของราคาหุ้นครั้งนี้มาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุน หลังจากที่ Facebook สามารถทำเงินจากกลุ่มอุปกรณ์พกพาได้แล้ว โดยรายได้กว่า 41% ของไตรมาสก่อนนั้นมาจากอุปกรณ์พกพา ในขณะที่รายได้รวมก็ทำผลงานได้ดี เพิ่มขึ้นมา 53% จากไตรมาสก่อนหน้า รวมถึงแผนการณ์ในอนาคตที่จะโฆษณาแบบทีวีบนหน้าไทม์ไลน์ที่คาดว่าจะทำเงินให้กับ Facebook ได้ถึงวันละ 2.5 ล้านเหรียญ

ที่มา - TIME

ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศให้ธุรกรรมทั้งหมดเกี่ยวกับ Bitcoin เป็นสิ่งผิดกฎหมาย

By: Flurrywong on Tue, 2013-07-30 11:32

เว็บไซด์ bitcoin.co.th ประกาศว่าจะหยุดทำการให้บริการธุรกรรมที่เกี่ยวกับ Bitcoin ทั้งหมดในประเทศไทยจนกว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายใหม่ โดยให้เหตุผลว่าจากการที่บริษัท Bitcoin จำกัดได้เข้าร่วมการประชุมเพื่อนำเสนอเกี่ยวกับกลไกการทำงานของ Bitcoin และการดำเนินกิจการของบริษัท ในวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมาแก่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธปท. เมื่อธปท.พิจารณาแล้วพบว่าประเทศไทยไม่มีบทบัญญัติบังคับใช้เกี่ยวกับ Bitcoin เป็นการเฉพาะและ Bitcoin ส่งผลกระทบต่อการใช้นโยบายควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุน (Capital Control) ทำให้ธปท. ไม่สามารถควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุนได้เต็มที่ นอกจากนี้ตัว Bitcoin เองมีลักษณะก้ำกึ่งกันระหว่างการเป็นเงินตราในประเทศกับต่างประเทศ จึงประกาศให้การทำธุรกรรมเกี่ยวกับ Bitcoin ซึ่งครอบคลุมถึงกิจกรรมดังต่อไปนี้เป็นธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย

  1. การซื้อ Bitcoin
  2. การขาย Bitcoin
  3. การซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อแลกเปลี่ยนเป็น Bitcoin
  4. การซื้อสินค้าหรือบริการด้วย Bitcoin
  5. การส่ง Bitcoin ให้กับบุคคลอื่นที่พำนักอยู่นอกราชอาณาจักร
  6. การรับ Bitcoin จากบุคคลอื่นที่พำนักอยู่นอกราชอาณาจักร

อย่างไรก็ดีธปท. ได้ประกาศว่าจะนำเรื่องนี้ขึ้นพิจารณาต่อไปในอนาคต แต่ไม่ได้กำหนดเป็นเวลาตายตัวว่าจะเป็นเมื่อใด นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบไปยังเว็บไซด์ของธปท. เองก็ยังไม่ปรากฎรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอีกด้วย

ปัจจุบันธุรกิจที่เกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศในประเทศไทยถูกควบคุมโดยพรบ. ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ผู้ที่จะประกอบกิจการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน ให้กู้ยืม หรือ โอนเงินตราต่างประเทศจะต้องยื่นคำขอในอนุญาตประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศจากกระทรวงการคลังผ่านธปท. โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภทใบอนุญาตคือ นิติบุคคลรับอนุญาต (ธนาคารพาณิชย์หรือนิติบุคคลที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น ซึ่งได้รับอนุญาตให้สามารถซื้อขาย ฝากถอน หรือให้กู้เงินตราต่างประเทศได้) บุคคลรับอนุญาต (บุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการซื้อและขายธนบัตรต่างประเทศ และรับซื้อเช็คเดินทางจากลูกค้า) ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ (นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้สามารถโอนเงินตราต่างประเทศออกไปนอกประเทศและรับโอนเงินตราต่างประเทศเพื่อจ่ายเป็นเงินบาทให้แก่ผู้รับในประเทศ) บริษัทรับอนุญาต (นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจซื้อขายเช็คเดินทางแก่ผู้จะเดินทางออกนอกประเทศ หรือจ่ายเงินบาทให้ผู้ถือบัตรเครดิตต่างประเทศ) และศูนย์บริหารเงิน (นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้กับกลุ่มบริษัทในเครือในไทย หรือเวียดนาม หรือประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับไทย ที่ประกอบธุรกิจด้านการผลิตและการค้าระหว่างประเทศ หรือบริษัทในประเทศที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องกันหรือมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจด้านการผลิตและการค้าระหว่างประเทศ ตั้งแต่ 3 บริษัทขึ้นไป)

ที่มา - www.bitcoin.co.th

หน่วยงาน UK เสนอให้บริษัทใหญ่เปิดประมูลเลือกผู้สอบบัญชีทุกห้าปี

By: chayaninw on Mon, 2013-07-22 22:00

คณะกรรมาธิการการแข่งขันทางการค้า (Competition Commission) ของสหราชอาณาจักร ได้เสนอแผนการที่จะให้บริษัทจดทะเบียนในดัชนี FTSE 350 จะต้องเปิดให้มีการยื่นประมูลคัดเลือกผู้สอบบัญชี (statutory auditor) ของบริษัททุกๆ 5 ปี

ปัจจุบัน ตลาดของการสอบบัญชีนั้น ครอบครองโดยสี่บริษัทใหญ่ (Big Four) ได้แก่ Deloitte, Ernst & Young, KPMG, และ PwC โดยสี่บริษัทนี้ เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทมากกว่า 90% ในดัชนี FTSE 350 (บริษัทขนาดใหญ่ที่สุด 350 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน) ซึ่งทำให้หน่วยงานภาครัฐทั้งในสหรัฐและยุโรปพยายามจะกำกับตลาดของผู้สอบบัญชีมากขึ้น โดยเฉพาะจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าบริษัทสอบบัญชีทำหน้าที่ในการเตือนก่อนการเกิดวิกฤติการเงินได้ไม่ดีพอ

ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ไม่มีการบังคับว่าจะต้องเปลี่ยนบริษัทสอบบัญชี ดังที่ได้มีการเสนอกันก่อนหน้านี้ แต่ก็มีการเสนอห้ามธนาคารบังคับให้ลูกหนี้ใช้ผู้สอบบัญชีจาก Big Four เป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการกู้เงินด้วย

Laura Carstensen ประธานคณะทำงานด้านตลาดผู้สอบบัญชี ได้กล่าวว่า มาตรการเหล่านี้ น่าจะช่วยให้ผู้ถือหุ้นมีความมั่นใจได้มากขึ้น โดยตลาดที่มีการแข่งขันกันมากขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากการได้รับงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม Robert Peston บรรณาธิการด้านธุรกิจของ BBC ก็มองว่า มาตรการที่บังคับให้มีการเปิดประมูลคัดเลือกทุก 5 ปีนี้ อาจยิ่งทำให้บริษัท Big Four นั้นมีอิทธิพลในตลาดมากกว่าเดิม เพราะต้นทุนของการเข้าร่วมประมูลอาจจะสูงเกินกว่าที่บริษัทระดับรองจะเข้าไปแข่งขันได้ นอกจากนี้ บริษัท Big Four ยังอาจเข้าไปแย่งงานในบริษัทที่ปัจจุบันมีผู้สอบบัญชีเป็นบริษัทระดับรองด้วย

Peston ยังมองด้วยว่า บริษัทขนาดใหญ่มากๆ นั้นมีความซับซ้อนที่อาจต้องใช้เวลาในการเข้าใจธุรกิจ ทำให้เมื่อมีการคัดเลือกใหม่ใน 5 ปี ก็มีแนวโน้มที่บริษัทจะยังคงเลือกผู้สอบบัญชีรายเดิม ซึ่งปัจจุบัน Financial Reporting Council ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระกำกับดูแลในด้านนี้โดยตรง ก็กำหนดแนวทางให้มีการเปิดประมูลคัดเลือกทุก 10 ปีอยู่แล้ว

ด้านบริษัท BDO ซึ่งเป็นบริษัทสอบบัญชีนอก Big Four แสดงความเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ โดยกล่าวว่า พร้อมที่จะเข้าร่วมการคัดเลือกที่จะเกิดขึ้นตามมาตรการนี้

ที่มา - BBC News, Competition Commission

PCWorld ประกาศเลิกพิมพ์นิตยสารเล่มพิมพ์แล้ว ผันไปเน้นฉบับออนไลน์

By: Blltz on Fri, 2013-07-12 10:11

ยุคถดถอยของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ยังมีสัญญาณออกมาให้เห็นเรื่อยๆ ล่าสุดเครือ International Data Group (IDG) ประกาศเลิกพิมพ์นิตยสารหัวไอทีรายเดือนอย่าง PCWorld ที่อยู่มายาวนานถึง 30 ปี ในฉบับสุดท้ายเดือนสิงหาคมนี้ และจะผันไปทำฉบับออนไลน์แบบเต็มตัวแทน

PCWorld บอกว่าตอนนี้มีผู้สมัครสมาชิกนิตยสารเล่มพิมพ์อยู่ 339,000 ราย โดยลูกค้าที่ยังเป็นสมาชิกอยู่ต้องไปลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์อ่านฉบับออนไลน์ต่อไป

จากการปิดตัวของ PCWorld เล่มพิมพ์ครั้งนี้ อดีตทีมงานที่ปัจจุบันทำงานอยู่กับ TIME อย่างนาย Harry McClacken เขียนถึงประเด็นนี้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจนัก และควรจะเกิดขึ้นตั้งหลายปีแล้ว แถมยังทิ้งท้ายว่าคงหมดยุคของนิตยสารพีซีเล่มพิมพ์แล้วจริงๆ

ที่มา - FOLIO

Kelly กลายเป็นผู้จ้างงานอันดับสองของสหรัฐฯ

By: lew on Tue, 2013-07-09 10:34

ปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ทำให้อัตราการว่างงานสูงขึ้นอย่างต่อเนืองจนเพิ่งลดลงในช่วงหลัง แต่ความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือบริษัทให้บริการงานชั่วคราวอย่าง Kelly Service กลายเป็นผู้จ้างงานใหญ่อันดับสองในสหรัฐฯ รวม 538,000 คนรองจาก Wal-Mart ที่จ้างงานถึง 2,100,000 คน

ตัวเลขนี้รวบรวมโดยหนังสือพิมพ์ The New York Times จากตัวเลขของหน่วยงานรัฐและบริษัทวิเคราะห์เช่น S&P และ iSuppli

ความเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงห้าสิบปีที่ผ่านมาเปลี่ยนจากภาคการผลิตที่เคยสูงกว่า 30% เหลือเพียง 14% ขณะที่ภาคบริการเพิ่มสูงถึง 86%

สัญญาณที่ไม่ดีนักสำหรับสหรัฐฯ คือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั้นทำให้คนมีงานทำเป็นงานชั่วคราวสูงขึ้นมาก ในไตรมาสแรกของปีนี้มีแรงงานชั่วคราวถึง 2.86 ล้านคน ขณะที่งานพาร์ตไทม์ที่จ้างไม่เต็มเวลามีแรงงานถึง 28 ล้านคน แต่งานเต็มเวลาในสหรัฐฯ กลับลดลงในเดือนที่แล้วไปอีกกว่าสองแสนตำแหน่ง

ทีั่มา - Washington Examiner, The New York Times

สายการบิน GoAir ของอินเดีย จะจ้างลูกเรือหญิงล้วนเพื่อประหยัดน้ำมัน

By: chayaninw on Fri, 2013-07-05 12:46

สายการบินต้นทุนต่ำของอินเดีย GoAir ประกาศนโยบายว่า การจ้างลูกเรือ (cabin crew) ใหม่หลังจากนี้ จะจ้างเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น เนื่องจากผู้หญิงมีน้ำหนักโดยเฉล่ียต่ำกว่าผู้ชาย 20 กิโลกรัม ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิง

GoAir คำนวณว่า นโยบายนี้ อาจช่วยประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิงได้สูงสุดปีละ 30 ล้านรูปี (ประมาณ 15 ล้านบาท)

ปัจจุบัน GoAir มีลูกเรือชาย 130 คน ซึ่งคิดเป็น 40% ของลูกเรือ โดยลูกเรือชายปัจจุบันจะไม่ถูกเลิกจ้าง แต่จะไม่มีการจ้างเพิ่ม สำหรับการขยายธุรกิจไปในอนาคต

Giorgio De Roni ผู้บริหารของ GoAir ระบุว่า นโยบายนี้ มีเหตุมาจากค่าเงินรูปีที่อ่อนลง ทำให้ต้นทุนเหล่านี้สูงขึ้น และต้องพยายามทุกทางที่จะลดต้นทุน

ที่มา - The Guardian

สองฝาแฝด Winklevoss เตรียมนำกองทุน BitCoin เข้าตลาดหุ้น

By: lew on Tue, 2013-07-02 09:31
Tags: 

สองฝาแผด Winklevoss ที่เคยมีคดีกับมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ว่าขโมยไอเดียของเฟซบุ๊กไปหันมาทำธุรกิจ BitCoin โดยยื่นเป็นกองทุนที่สามารถซื้อขายในตลาดหุ้นได้

Winklevoss Bitcoin Trust เป็นกองทุนที่สะท้อนมูลค่าของ BitCoin โดยสองแฝดยื่นเอกสารเข้าไปยังคณะกรรมการกำกับการซื้อขายหลักทรัพย์เมื่อวานนี้ กองทุนนี้จะเหมือนกองทุน ETF ทั่วไปที่ผูกค่ากับสินทรัพย์ที่ระบุไว้ในคำยื่นเปิดกองทุน

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าสองฝาแฝดนั้นไล่เก็บ BitCoin มาเป็นมูลค่ารวมถึง 0.8% ของ BitCoin ทั้งตลาด ตัวเลขล่าสุดในตอนนี้คือทั้งสองคนเก็บ BitCoin ไว้มากกว่า 1% ของตลาดแล้ว

ที่มา - CNet

แอปเปิลฝรั่งเศสถูกบุกค้น หลังถูกข้อหาผูกขาด

By: lew on Mon, 2013-07-01 22:22
Tags: 

สำนักงานแอปเปิลในฝรั่งเศสพร้อมกับคู่ค้ารายใหญ่อีกหลายรายถูกบุกตรวจโดยเจ้าหน้าที่ด้านควบคุมการแข่งขันทางการค้า (Competition Authority) หลังจากมีคู่ค้ารายหนึ่งของแอปเปิล คือ eBizcuss ยื่นคำร้องว่าแอปเปิลให้สิทธิพิเศษแก่หน้าร้านขายปลีกของตัวเองทำให้ไม่สามรถแข่งขันได้จนกระทั่งต้องปิดกิจการไป

eBizcuss คล้ายหน้าร้านขายสินค้าแอปเปิลทั่วไปที่ขายแต่สินค้าแอปเปิลเป็นหลัก ระบุว่าแอปเปิลอาศัยความพึ่งพิงที่ร้านต้องพึ่งแอปเปิลมาเป็นเครื่องมือทำให้ร้านไม่สามารถอยู่รอดได้ ด้วยการกันสินค้าให้หน้าร้านของตัวเองก่อน ขณะที่หน้าร้านของคู่ค้ากลับไม่สามารถสั่งสินค้ารุ่นใหม่ที่ขายดี

แอปเปิลยังคงติดคดีการต่อต้านการแข่งขันในการกำหนดราคาอีบุ๊กในสหภาพยุโรปอีกคดี

ที่มา - Les Echos

บริษัท News Corp แยกส่วนธุรกิจบันเทิงที่ทำกำไรได้มากกว่าออกมาเป็น 21st Century Fox

By: toandthen on Sat, 2013-06-29 17:52

เมื่อปลายปีที่แล้ว Rupert Murdoch เจ้าของเครือข่ายสื่อใหญ่ยักษ์อย่าง News Corporation ได้ออกมาประกาศว่าเขามีแผนที่จะแยกบริษัทออกเป็นสองบริษัท โดยในวันนี้ การแยกบริษัทสำเร็จลุล่วงไปแล้ว โดยบริษัทที่เกิดใหม่มีชื่อว่า 21st Century Fox จะเป็นบริษัทที่เป็นเจ้าของกลุ่มธุรกิจบันเทิงที่ทำกำไรได้มากกว่า เช่นเครือ 20th Century Fox, Fox Sports, FX และ Fox News Channel

ในส่วนของ News Corp เดิม จะเป็นเจ้าของกลุ่มธุรกิจที่ทำกำไรได้ไม่มากเท่า และเน่้นธุรกิจประเทศข่าว และสิ่งพิมพ์มากกว่า เช่น The Wall Street Journal, the New York Post, The Times of London และ HarperCollins

ทั้งสองบริษัท จะยังคงอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ที่น่าสนใจ คงจะเป็นมูลค่าของ News Corp ในตลาดหุ้น เพราะเราจะได้รู้กันทันทีว่านักลงทุนในตลาด มีความเห็นอย่างไรกับอุตสาหกรรมตีพิมพ์ในรูปแบบเดิม

ที่มา - The Verge

Jane Austen ผู้เขียน Pride and Prejudice อาจได้ขึ้นธนบัตร 10 ปอนด์

By: lew on Thu, 2013-06-27 01:59

Mervyn King ผู้ว่าธนาคารอังกฤษให้ข่าวว่าคณะกรรมการคัดเลือกผู้ที่จะถูกนำภาพไปใส่ในธนบัตร 10 ปอนด์รุ่นต่อไป คือ Jane Austen นักประพันธ์ชื่อดังผู้แต่งนิยายเรื่อง Pride and Prejudice แต่การตัดสินใจสุดท้ายจะอยู่หลังจากหมดสมัยของ King โดยผู้ว่าธนาคารอังกฤษคนต่อไป คือ Mark Carney จะต้องทำหน้าที่ตัดสินใจรับหรือไม่รับคนที่คณะกรรมการคัดเลือกมาอีกครั้ง

ในสมัยของ King มีการเปลี่ยนภาพในธนบัตร 5 ปอนด์จาก Elizabeth Fry นักต่อสู้เพื่อการปฎิรูปเรือนจำ ไปเป็น Winston Churchill นายกรัฐมนตรีอังกฤษ โดยธนบัตรรุ่นใหม่จะเริ่มใช้งานในปี 2015 แต่กลุ่มเคลื่อนไหวสิทธิสตรีแสดงความไม่พอใจเพราะการเปลี่ยนครั้งนี้จะทำให้ไม่มีภาพบุคคลสำคัญที่เป็นผู้หญิง (ยกเว้นราชินีอลิซาเบธ) บนเงินตราอังกฤษเลย การออกมาประกาศทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเองที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายจึงเป็นเหมือนกันยกความกดดันจากตัวเองไปยังผู้ว่าธนาคารคนต่อไป

ทุกวันนี้ธนบัตร 10 ปอนด์แสดงภาพของชาร์ล ดาวิน นักชีววิทยาชื่อดัง ส่วนผู้หญิงคนแรกที่ได้ปรากฎภาพบนธนบัตรอังกฤษคือ ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล เป็นธนบัตรชุดที่ใช้งานช่วงปี 1975 ถึง 1994

ที่มา - Guardian

นักสร้างหนังยื่นฟ้องเรื่องลิขสิทธิของเพลง Happy Birthday

By: mr_tawan on Mon, 2013-06-17 16:19

ทุกคนคงรู้จักเพลง Happy Birthday และก็คงได้ร้องเพลงนี้ปีละหลายครั้ง แต่หลายคนคงไม่ทราบว่า Warner/Chappell Music ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Time Warner อ้างว่าตนเป็นเจ้าของลิขสิทธิเพลงนี้ Warner/Chappell Music สามารถทำรายได้ได้ถึงปีละ 2 ล้านเหรียญสหรัฐจากการเก็บค่าใบอนุญาตการใช้งานเพลงนี้จากบรรดารายการทีวีต่าง ๆ

แต่ลิขสิทธิของเพลงนี้แท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้เป็นของ Warner/Chappell Music เมื่อนักสร้างสารคดีอย่าง Good Morning To You ได้ยื่นฟ้องในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าลิขสิทธิของเพลงนี้นั้นหมดอายุไปนานแล้ว และมีเพลงอื่น ๆ ที่มีเนื้อเพลงเหมือนกับเพลงนี้มากอย่าง Good Morning to All ที่ตีพิมพ์ในหนังสือ Song Stories for the Kindergarten ในปี 1893 ซึ่งเป็นการเผยแพร่ก่อนที่จะมีการอ้างความเป็นเจ้าของในปี 1935 ของ Warner/Chappell Music

ที่จริงมีการพยายามพิสูจน์ว่าลิขสิทธิของเพลงนี้ไม่ได้เป็นของ Warner/Chappell Music มาอย่างต่อเนื่อง จากการค้นคว้าเอกสารจากมหาวิทยาลัย George Washington นั้นพบว่า เพลงนี้ไม่ได้คุ้มครองด้วยลิขสิทธิค่อนข้างแน่นอน เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นผู้ประพันธ์, คำประกาศลิขสิทธิที่ไม่สมบูรณ์, และความล้มเหลวในการยื่นขอต่ออายุลิขสิทธิใหม่

คดีนี้กำลังจะเป็นการดำเนินคดีกลุ่ม (Class Action) โดยผู้ฟ้องร้องหวังว่าผู้ที่เคยจ่ายค่าใบอนุญาตทุกคนจะได้รับการเงินชดเชยจาก Warner/Chappell Music ครับ

ที่มา: Ars Technica

EU เห็นชอบ ยกเลิกบริการโรมมิ่งในยุโรป รวมโทรคมนาคมเป็นตลาดเดียว

By: mk on Mon, 2013-06-17 15:41

คณะกรรมการยุโรป (European Commission) ลงมติเห็นชอบ รวมเอาเขตให้บริการโทรคมนาคมในยุโรปเป็นตลาดเดียว (single market) ทำให้สหภาพยุโรปไม่มีบริการโรมมิ่งราคาแพงอีกต่อไป เงื่อนไขนี้จะมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม 2014

คณะกรรมการประเมินว่าการตัดบริการโรมมิ่งออกไปจากระบบจะทำให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มีรายได้ลดลงประมาณ 2% ในขั้นต้น แต่ในระยะยาวแล้วจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากค่าบริการ เพราะมีผู้ใช้บริการมากขึ้นนั่นเอง

นอกจากนี้ผลกระทบในระยะยาวจะทำให้ยุโรปมีจำนวนผู้ให้บริการโทรคมนาคมลดลง (ปัจจุบันมีประมาณ 100 ราย) เกิดสภาวะการเป็นพันธมิตรกัน (แบบเดียวกับสายการบิน) หรือไม่ก็ควบกิจการกันระหว่างผู้ให้บริการคนละประเทศ ผลก็คือจำนวนผู้ให้บริการลดลงแต่มีสัดส่วนของรายใหญ่มากขึ้น และช่วยให้การลงทุนโครงข่ายซ้ำซ้อนลดลง ผู้ให้บริการจะมีเงินไปลงทุนเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง 4G LTE มากขึ้นแทน

ในแง่ของการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมในยุโรป จะเปลี่ยนแปลงโดยโอเปอเรเตอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจากประเทศใดประเทศหนึ่ง จะสามารถทำธุรกิจในประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรปอัตโนมัติ

ที่มา - Telegraph

Pages

Subscribe to MEconomics RSS