McDonald's ประกาศยกเลิกการใช้ซอสมะเขือเทศของ Heinz

By: medkung on Sat, 2013-10-26 13:33

หลังจากดำเนินธุรกิจร่วมกันมานานกว่า 40 ปี เมื่อวานนี้ทาง McDonald's ก็ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับทาง Heinz ผู้ผลิตซอสมะเขือเทศรายใหญ่ของโลก

McDonald's ได้ออกแถลงการณ์ของทางบริษัทเมื่อวานนี้ว่า เนื่องจากทาง Heinz ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารภายในบริษัท อย่างไรก็ดีทาง McDonald's จะยังคงร่วมมือกับ Heinz จนกว่ากระบวนการในการเปลี่ยนผ่านในการจัดหาผู้ผลิตซอสมะเขือเทศรายใหม่จะเสร็จสิ้นด้วยความราบรื่น

การประกาศยุติความสัมพันธ์ของ McDonald's ในครั้งนี้อาจส่งผลดีให้กับคู่แข่งที่สำคัญของ Heinz อย่าง ConAgra Foods เจ้าของซอสมะเขือเทศยี่ห้อ Hunt's

ส่วนทางฝั่งนักวิเคราะห์เชื่อว่าทางฝั่ง McDonald's ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์นั้นเนื่องจากทางฝั่งของ Heinz ได้จ้าง Bernardo Hees อดีต CEO ของ Burger King มารับตำแหน่งผู้บริหารทางฝั่ง Heinz ซึ่งปัจจุบัน Bernardo Hees ยังคงเป็นคณะกรรมการบริหารของทาง Burger King อีกด้วยซึ่งอาจทำให้เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ McDonald's ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์ครั้งนี้

Heinz นั้นพึ่งได้ถูกทาง 3G Capital กับทาง Berkshire Hathaway ของ Warren Buffett ได้ร่วมกันซื้อกิจการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนทางด้านฝั่ง Burger King นั้นมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือ 3G Capital

ที่มา: Business Insider, Reuters, USA Today, Pittsburgh Post-Gazette

Burger King ไม่ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Fries King แต่เป็นแค่แผนการตลาดออนไลน์

By: arjin on Tue, 2013-10-22 08:45

มีการส่งต่อข่าวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า ร้านฟาสต์ฟู้ด Burger King ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King แต่ความจริงแล้วนี่เป็นแผนการตลาด viral ออนไลน์เท่านั้น

โดยแคมเปญนี้เริ่มต้นจาก Burger King ประกาศผ่าน Twitter @BurgerKing ว่าบริษัทประกาศเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King แต่แท้จริงทำเพื่อประชาสัมพันธ์เมนูใหม่ มันฝรั่งทอด Satisfries ที่มีแคลอรี่น้อยกว่ามันฝรั่งทอดแบบเดิม 30%

Burger King ใช้ลูกเล่นเพื่อทำให้คนเชื่อในแคมเปญนี้อย่างมาก โดยทำการปรับโลโก้ใหม่ รวมถึงตกแต่งร้านสาขาหนึ่งให้เป็น Fries King ทั้งหมดจริงๆ ซึ่งก็ดูจะได้ผลเพราะผลชี้วัดนั้นแคมเปญนี้ทำให้ Burger King ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์มากกว่าเดิม 3 เท่า

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญสื่อออนไลน์บางคนก็ให้ความเห็นว่าแคมเปญนี้มีผลด้านลบอยู่มาก เพราะทำให้ลูกค้าสับสนและดูมุ่งเน้นการเป็น viral มากกว่าพยายามสร้างยอดขายเมนูใหม่จริง

Burger King ถือเป็นแบรนด์ที่มีแคมเปญที่ประสบความสำเร็จในโลกออนไลน์ รวมทั้งคลิปคุณครูปาโทรศัพท์ในไทยอันลือลั่นด้วย

ที่มา: Business Insider [1], [2]

DNA ซื้อกิจการมิสเตอร์บันเสร็จสิ้นแล้ว

By: arjin on Tue, 2013-10-22 08:07
Tags: 

บริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) (SET:DNA) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าบริษัทได้ทำการซื้อหุ้นของบริษัท บัน จำกัด เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย โดยชำระเป็นเงินสดและหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท บัน

ดีเอ็นเอ 2002 ประกอบธุรกิจหลักคือจัดจำหน่าย CD, VCD, DVD ภาพยนตร์และเพลงภายใต้ร้าน DNA, เป็นผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ และถือหุ้นในค่ายเพลง Smallroom ด้วย ส่วนบริษัท บัน ประกอบธุรกิจหลักร้านขนมปังอบมิสเตอร์บัน

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

TWS กลับมาซื้อขายในตลาดหุ้น 31 ตุลาคมนี้ หลังถูกแขวนนาน 12 ปี

By: arjin on Mon, 2013-10-21 09:50
Tags: 

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแจ้งข้อมูลการปลดเครื่องหมาย SP (หยุดการซื้อขาย) ของบริษัทไทยวาสตาร์ช จำกัด (มหาชน) หรือตัวย่อ TWS โดยให้กลับมาเริ่มซื้อขายได้ในวันที่ 31 ตุลาคม 2556

ไทยวาสตาร์ชเป็นอีกบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการลอยตัวค่าเงินบาทในปี 2540 เนื่องจากบริษัทมีหนี้สินกู้ยืมส่วนใหญ่เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ จนบริษัทต้องยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง และถูกคำสั่งห้ามซื้อขายตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2544 เนื่องจากส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ 2,195.7 ล้านบาท ต่อมาบริษัทสามารถเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ และปลดคดีพิพาทกับเจ้าหนี้ทั้งหมด ทำให้บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจนมีคุณสมบัติกลับเข้ามาซื้อในตลาดหลักทรัพย์ได้ตามปกติ

บริษัทไทยวาสตาร์ชอยู่ในหมวดธุรกิจการเกษตร ประกอบธุรกิจหลักคือการผลิตผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เพื่อจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ และยังได้ลงทุนในกิจการอสังหาริมทรัพย์ด้วย

ทั้งนี้หุ้นตัวล่าสุดที่ถูกห้ามซื้อขายและเพิ่งกลับเข้ามาคือบริษัท เอเชีย จอยท์ พาโนราม่า หรือ AJP ที่เปลี่ยนชื่อกิจการจากบริษัทชิโนไทย รีซอร์เซส ดีเวลลอปเม้นท์ โดยในวันแรกราคาหุ้นพุ่งกระฉูดถึง 4813%

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โนเบล 2013: ราคาหุ้นคาดการณ์ไม่ได้ในระยะสั้น แต่ทำได้ในระยะยาว

By: chayaninw on Mon, 2013-10-14 23:59

รางวัลสาขาเศรษฐศาสตร์เพื่อรำลึกถึงอัลเฟรด โนเบล ประจำปี 2013 ถูกมอบให้แก่นักวิชาการชาวสหรัฐสามคน ได้แก่ Eugene F. Fama (มหาวิทยาลัยชิคาโก) Lars Peter Hansen (มหาวิทยาลัยชิคาโก) และ Robert J. Shiller (มหาวิทยาลัยเยล) สำหรับผลงาน "วิเคราะห์ราคาสินทรัพย์ในเชิงประจักษ์" (empirical analysis of asset prices)

ประเด็นว่าเราสามารถคาดการณ์ราคาสินทรัพย์เช่นหุ้นได้หรือไม่ เป็นประเด็นสำคัญในการศึกษาด้านการเงิน ผลงานวิจัยทางสถิติของ Fama ในช่วงทศวรรษ 1960 พบว่า เราไม่สามารถใช้ราคาในช่วงที่ผ่านมา มาใช้ทำนายราคาในระยะสั้น (เช่น วันรุ่งขึ้นหรือสัปดาห์ถัดมา) ได้ โดยตลาดนั้นมีการตอบสนองต่อข้อมูลข่าวสารใหม่อย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้นก็จะเคลื่อนไหวในลักษณะที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ หรือที่เรียกกันว่าเป็น "random walk" (หากผลออกมาในทางกลับกัน คือ ตลาดตอบสนองต่อข้อมูลใหม่อย่างช้าๆ ก็จะแปลว่าเราสามารถพยากรณ์แนวโน้มได้) ผลงานของ Fama นำไปสู่การพัฒนาเครื่องมือการลงทุนในลักษณะของ index fund ด้วย

ถึงแม้ว่าการทำนายราคาในระยะสั้นนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่ผลงานของ Shiller ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 ก็แสดงให้เห็นว่า ความผันผวนที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้นี้ อาจไม่จริงเสมอไปในระยะเวลาที่ยาวขึ้น (เช่น ระยะเวลาหลายปี) โดยหากนึกถึงสมการตามทฤษฎีพื้นฐานแล้ว มูลค่าปัจจุบันของสินทรัพย์ก็ควรจะเท่ากับมูลค่าคาดการณ์ (expected value) ของผลตอบแทนในอนาคต (เช่น เงินปันผล ในกรณีของหุ้น) แต่การวิจัยทางสถิติก็พบว่า ราคาหุ้นนั้นมีความผันผวนเกินกว่าที่จะมาจากปัจจัยด้านความเปลี่ยนแปลงของผลตอบแทน ซึ่ง Shiller ก็สรุปผลได้ว่า หุ้นที่มีราคาสูง (เมื่อเปรียบเทียบกับปันผล) จะมีแนวโน้มที่จะราคาลดต่ำลง และหากหุ้นมีราคาต่ำ ก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางกลับกัน แนวโน้มความสัมพันธ์นี้ไม่เพียงพบในตลาดหุ้น แต่ก็เกิดขึ้นในตลาดอื่นๆ เช่นตลาดพันธบัตรด้วย

Hansen ได้ร่วมรับรางวัลจากการพัฒนาวิธีการทางสถิติที่ใช้ในการทดสอบทฤษฎีด้านราคาสินทรัพย์ต่างๆ ในเชิงประจักษ์ โดยโมเดลหนึ่งที่มีอิทธิพลมากที่สุด ได้แก่ Generalised Method of Moments ซึ่งเผยแพร่ในปี 1982 และเป็นโมเดลสำคัญในการวิจัยทางเศรษฐมิติ

ผู้ได้รับรางวัลทั้งสามคน ได้รับเงินรางวัลไปแบ่งกัน 8 ล้านโครนาสวีเดน (ประมาณ 39 ล้านบาท)

ที่มา - Nobelprize.org

แผ่นเสียงไม่มีวันตาย! ยอดขายโตขึ้นเกือบแปดเท่าในรอบห้าปี

By: Blltz on Thu, 2013-10-03 23:24

ในยุคที่การซื้อคอนเทนต์แบบดิจิทัลกำลังมาแรง และโตวันโตคืน อุตสาหกรรมเพลงถือเป็นส่วนที่ถูกกระแทกแรงมากจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อันเห็นได้จากยอดขายแผ่นที่ตกลง สวนกับยอดดาวน์โหลดที่เติบโตต่อเนื่อง

แต่ในขณะที่ยอดดาวน์โหลดโตขึ้นไม่หยุดนั้น แผ่นเสียง หรือแผ่นไวนิล อุปกรณ์เก็บเสียงที่เก่าแก่ชิ้นหนึ่งของมนุษยชาติกลับยอดขายโตขึ้นเช่นกัน นับตั้งแต่ปี 2008 ที่ดิจิทัลดาวน์โหลดเข้ามามีบทบาทมากแล้ว แผ่นเสียงก็ยังโตขึ้นมาถึง 745%

คาดกันว่าการที่ยอดขายแผ่นเสียงยังโตขึ้นได้ เนื่องมาจากวัฒนธรรมอินดี้ของคนยุคนี้ที่เกิดมาพร้อมกับการซื้อเพลงผ่านช่องทางดิจิทัล เว็บไซต์ ฯลฯ แต่ก็ยังต้องการลิ้มลองอารยธรรมดั้งเดิมของการฟังเสียงดนตรีอยู่ และเป็นอเมซอนที่จับกระแสนี้ได้ด้วยการเปิดบริการ AutoRip ที่ให้ผู้ใช้เลือกซื้อแผ่นเสียง หรือแผ่นซีดี แล้วสามารถดาวน์โหลดเพลงได้ด้วย กลยุทธ์นี้ทำให้อัลบั้มเพลงที่รองรับ AutoRip ยอดขายสูงกว่าแบบที่ไม่มี AutoRip ถึง 62% และผลักให้ยอดของแผ่นเสียงโตขึ้นมาถึง 66% นับตั้งแต่เปิดบริการนี้ช่วงต้นปี 2013

ที่มา - ReadWrite

ดัชนีดาวโจนส์ปรับเปลี่ยนบริษัทที่คำนวณ: HP หลุด, Nike ได้เข้ามาครั้งแรก

By: arjin on Tue, 2013-09-10 23:12

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์มีการประกาศปรับเปลี่ยนหุ้นที่ใช้คำนวณครั้งใหญ่สุดในรอบ 10 ปี โดยครั้งนี้มีหุ้นถึง 3 ตัวที่ถูกถอดออกและเพิ่มเข้ามาใหม่ ดังนี้

  • ถอดออกจากดัชนี - Alcoa Inc., Hewlett-Packard (HP) และ Bank of America
  • เพิ่มเข้ามาในดัชนี - Nike, Visa และ Goldman Sachs Group

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์มีความแตกต่างจากดัชนีในตลาดหุ้นทั่วไป เนื่องจากใช้วิธีคำนวณดัชนีจากราคาหุ้นเฉลี่ย (ส่วนใหญ่คิดจากมูลค่ากิจการเฉลี่ย) และมีหุ้นในดัชนีเพียง 30 ตัวเท่านั้น ที่เป็นบริษัทซึ่งสะท้อนสภาพเศรษฐกิจอเมริกาได้ดีที่สุดในขณะนั้น

การปรับบริษัทที่ใช้คำนวณใหม่นี้จะมีผลตั้งแต่ 20 กันยายนเป็นต้นไป

ที่มา: WSJ

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงแรงงานสูงสุดในปี 2017

By: lew on Sun, 2013-08-25 14:35

ระบบเศรษฐกิจในโลกมีความเหมือนกันอย่างหนึ่งคือต้องพึ่งกับที่มีช่วงอายุทำงาน (working-age) เพื่อจะทำงานเลี้ยงดูคนอื่นๆ ในครอบครัว ตลอดจนเสียภาษีเพื่อสร้างสวัสดิการสังคม แต่แนวโน้มประชากรโลกที่กำลังลดลงทำให้หลายประเทศผ่านช่วงเวลาาประชากรวัยทำงานจำนวนสูงสุดไปแล้ว และหลังจากจุดนั้นประชากรวัยทำงานจะลดลงเพียงอย่างเดียว

รายงานจาก Merrill Lynch ระบุว่าประเทศไทยเองเริ่มเข้าใจช่วงเวลาประชากรวัยทำงานสูงสุดเร็วกว่าที่คาดไว้ จากเดิมคาดว่าจะสูงสุดในปี 2020 จะร่นเข้ามาเป็นปี 2017 และลดลงอย่างรวดเร็ว ในระยะยาว คาดว่าแรงงานไทยจะหดตัวลงหนักที่สุดในเอเชียเหลือต่ำกว่าร้อยละ 60 ภายใน 50 ปีข้างหน้า

การคาดการณ์ระบุว่าชาติในเอเชียล้วนจะเข้าสู่ช่วงแรงงานสูงสุดในเร็วๆ นี้ เช่น จีนจะเข้าช่วงแรงงานสูงสุดในปี 2015 ส่วนเกาหลีจะเข้าสู่ช่วงแรงงานสูงสุดในปี 2016 เมื่อรวมทั้งอาเซียนจะเข้าสู่ช่วงแรงงานสูงสุดในปี 2045 โดยมีอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เป็นแรงฉุดให้ประชากรในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นต่อไป

คาดดว่าอินโดนีเซียจะมีแรงงานสูงสุดในปี 2058 ส่วนฟิลิปปินส์จะเลยไปถึงปี 2085 จากปัญหาการคุมกำเนิดและศาสนาในประเทศ

ที่มา - Quartz

NASDAQ OMX ล่มสามชั่วโมง เปิดตลาดแบบจำกัด

By: lew on Fri, 2013-08-23 14:51

ตลาด NASDAQ พบปัญหาการกระจายราคาหุ้น (price quote) ทำให้ตลาดไม่สามารถดำเนินการต่อได้ จนกระทั่งต้องปิดตลาดไปเป็นเวลาสามชั่วโมง โดยระบุว่าปัญหาเกิดจากศูนย์ค้าหุ้นแห่งหนึ่งกับระบบ Securities Industry Processor (SIP)

หลังจากเปิดตลาดกลับมาได้ NASDAQ ให้บริการต่อ แต่จำกัดการแจ้งราคาอยู่ที่ 5 นาทีเท่านั้น

NASDAQ ระบุว่าระบบล่มไปจริงๆ เพียงครึ่งชั่วโมง แต่ปัญหาคือการเตรียมการนำระบบขึ้นมาใหม่ที่ต้องประสานงานระหว่างหน่วยงานนั้นใช้เวลาไปอีก 2 ชั่วโมงครึ่ง

ที่มา - NASDAQ OMX, Reuters

ผลวิจัย: Craigslist กระทบต่อรายได้หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นหลายพันล้านดอลลาร์

By: chayaninw on Thu, 2013-08-22 00:04

ผลกระทบจากความนิยมใช้อินเทอร์เน็ตที่มีต่อสื่อแบบดั้งเดิมนั้น เป็นประเด็นที่เราได้ยินกันบ่อยครั้งกับอุตสาหกรรมสื่อหลายชนิด ซึ่งนักวิจัยก็ได้เสนอว่า เว็บไซต์ Craigslist ซึ่งรับลงประกาศโฆษณาในรูปแบบ classified ส่งผลกระทบต่อรายได้ของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกา ช่วงปี 2000-2007 รวมกันถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เว็บไซต์ Craigslist เป็นเว็บไซต์ที่ศูนย์กลางโฆษณาแบบ classified ที่ให้ลงประกาศโฆษณาต่างๆ (เช่น ประกาศขายสินค้า ให้เช่าบ้าน รับสมัครงาน ฯลฯ) ซึ่งเป็นบริการที่มีลักษณะใกล้เคียงกับส่วน classified ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นทั่วไป ที่เป็นแหล่งรายได้หนึ่งของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น นอกเหนือจากการขายโฆษณาในหน้าทั่วไป และการรับสมาชิก

Robert Seamans จาก Stern School of Business, New York University และ Feng Zhu จาก Harvard Business School ได้อาศัยประโยชน์จากการค่อยๆ ขยายกิจการไปยังส่วนต่างๆ ของประเทศในช่วงระยะเวลาแตกต่างกัน มาใช้ในการแยกและเปรียบเทียบผลกระทบที่มีต่อหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกาได้

งานวิจัยนี้ ได้แบ่งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่มี classified-ad manager และกลุ่มที่ไม่มี โดยกลุ่มแรกถือว่าเป็นกลุ่มที่มีโฆษณาแบบ classified เป็นรายได้สำคัญ ในขณะที่กลุ่มหลัง ก็จัดเป็นกลุ่มควบคุม (ตามข้อสันนิษฐานว่า เป็นกลุ่มหนังสือพิมพ์ที่โฆษณาลักษณะนี้มีความสำคัญต่อรายได้น้อยกว่า) ซึ่งข้อสรุปจากข้อมูล ก็พบว่า โดยเปรียบเทียบกันแล้ว หนังสือพิมพ์ที่มี classified-ad manager นั้นมีอัตราค่าลงโฆษณา classified ลดลง มีการเพิ่มค่าสมาชิก ลดจำนวนการพิมพ์ พยายามสร้างความแตกต่างมากขึ้น มีแนวโน้มที่จะไม่เผยแพร่เนื้อหาออนไลน์ และยังมีอัตราค่าโฆษณาในหน้าทั่วไป (display ad) ลดลงเป็นผลที่ตามมาด้วย ซึ่งตัวเลขผลกระทบต่อรายได้ทั้งหมดในช่วงปี 2000-2007 รวมแล้วคิดเป็นประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ตามมูลค่าปี 2000)

ผลการวิจัยนี้ก็สอดคล้องกับคำอธิบายทางทฤษฎี โดย Craigslist นั้นเป็นทางเลือกใหม่ในการโฆษณาไปยังผู้อ่าน ทำให้อัตราค่าโฆษณาแบบนี้ต้องปรับตัวลง การที่รายได้จากโฆษณาเหล่านี้ลดลง ทำให้แรงจูงใจที่หนังสือพิมพ์จะต้องพยายามอุดหนุนให้กับคนอ่านก็ลดลงไปด้วย จึงมีการขึ้นราคากับผู้อ่าน ซึ่งก็ทำให้ต้องพยายามปรับตัวให้ต่างจากคู่แข่งเพื่อให้สามารถกำหนดราคาสูงขึ้นได้ และการไม่ลงเนื้อหาออนไลน์ก็เพื่อไม่ให้กระทบต่อมูลค่าของหนังสือพิมพ์ฉบับกระดาษ ราคาที่สูงขึ้น ทำให้ยอดจัดจำหน่ายนั้นลดลง และส่งผลให้มูลค่าของการลงโฆษณาในหน้าทั่วไปนั้นลดลงตามไปด้วย

ผลงานวิจัยเรื่องนี้ จะตีพิมพ์ในวารสาร Management Science และสามารถอ่านฉบับ preprint ได้จาก SSRN

ที่มา - Phys.org, SSRN

ลาว-เวียดนาม จะปักปันเขตแดนเสร็จในปี 2014

By: lew on Wed, 2013-08-21 22:32

รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเวียดนามออกมาให้ข่าวความคืบหน้าการปักปันเขตแดนลาว-เวียตนามว่ามีความคืบหน้าไปมาก และน่าจะเสร็จทั้งหมดภายในปีหน้า

ลาวเป็นประเทศที่มีชายแดนทางพื้นดินกับเวียดนามยาวที่สุดถึง 2,067 กิโลเมตร ถัดลงมาคือจีน 1400 กิโลเมตรและปักปันเขตแดนเสร็จไปแล้วตั้งแต่ปี 2008 ที่กำลังปักปันอยู่คือกัมพูชาที่มีชายแดนร่วมกัน 1,270 กิโลเมตร

ปัญหาเขตแดนเป็นปัญหาของอาเซียนที่สร้างปัญหาในภูมิภาคได้เสมอ เช่น ไทยและกัมพูชาที่มีปัญหาเขตแดนต่อกันในหลายจุด และชาติจำนวนมากก็มีปัญหาน่านน้ำกับจีนอยู่ในตอนนี้

ที่มา - Wall Street Journal

ชายรัสเซียฟ้องร้องธนาคารหลังจากแก้สัญญาบัตรเครดิตเองให้ธนาคารเซ็น

By: chayaninw on Sun, 2013-08-11 10:11

Dmitry Argarkov ชาวรัสเซีย ได้รับเอกสารสมัครบริการบัตรเครดิตจาก Tinkoff Credit Systems แต่แทนที่ Argarkov จะทิ้งไปเฉยๆ ก็ตัดสินใจสแกนเอกสารเข้าไปแก้ไขในคอมพิวเตอร์ แล้วส่งกลับไปให้ธนาคาร ซึ่งธนาคารก็ได้เซ็นสัญญาฉบับนี้ และส่งบัตรเครดิตมาให้ Argarkov ใช้

สัญญาที่ Argarkov แก้ไข กำหนดอัตราดอกเบี้ย 0% ไม่มีค่าธรรมเนียม ไม่มีกำหนดวงเงิน และธนาคารจะต้องจ่ายเงินให้ Argarkov 3 ล้านรูเบิล (ประมาณ 3 ล้านบาท) ทุกครั้งที่ธนาคารละเมิดสัญญา และจ่าย 6 ล้านรูเบิลหากธนาคารบอกเลิกสัญญา

ต่อมา เมื่อธนาคารพยายามจะปิดบัญชีเนื่องจากหนี้เกินกำหนดชำระ ธนาคารก็ได้ฟ้องร้องเรียกเงินค่าปรับและค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งไม่ได้อยู่ในสัญญาฉบับของ Argarkov และศาลก็ได้ตัดสินใจสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ธนาคารต้องปฏิบัติตามสัญญาที่เซ็นไว้กับ Argarkov และ Argarkov มีหน้าที่ต้องจ่ายในส่วนเงินต้น 19,000 รูเบิลเท่านั้น

Argarkov ยังได้ฟ้องกลับธนาคาร เรียกร้องเงินจำนวน 24 ล้านรูเบิล (ประมาณ 24 ล้านบาท) จากการละเมิดสัญญาด้วย ในขณะที่ฝ่ายธนาคารก็เตรียมที่จะดำเนินคดีในข้อหาฉ้อฉลกับ Argarkov

ที่มา - The Telegraph

ผ่านไป 15 เดือน หุ้น Facebook ปิดเหนือราคา IPO แล้ว

By: Blltz on Mon, 2013-08-05 17:31

นับตั้งแต่ Facebook ระดมทุนครั้งแรก (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์ในราคาเปิดที่ 38 เหรียญ ราคาหุ้นก็ตกลงเรื่อยๆ และเป็นเวลากว่าสิบห้าเดือนนับตั้งแต่วัน IPO วันแรก ในที่สุดราคาหุ้นของ Facebook ก็ปิดราคาสูงกว่าราคาตั้งต้นได้แล้ว

ราคาหุ้นของ Facebook เริ่มเข้าใกล้ราคา IPO เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม และไปปิดตัวเหนือ 38 เหรียญได้ในวันที่ 1 สิงหาคม โดยราคาปัจจุบันก็ยังคงเหนือกว่าที่ 38.05 เหรียญ ในรอบเดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นของ Facebook พุ่งขึ้นสูงถึง 50% ทีเดียว

การตอบรับของราคาหุ้นครั้งนี้มาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุน หลังจากที่ Facebook สามารถทำเงินจากกลุ่มอุปกรณ์พกพาได้แล้ว โดยรายได้กว่า 41% ของไตรมาสก่อนนั้นมาจากอุปกรณ์พกพา ในขณะที่รายได้รวมก็ทำผลงานได้ดี เพิ่มขึ้นมา 53% จากไตรมาสก่อนหน้า รวมถึงแผนการณ์ในอนาคตที่จะโฆษณาแบบทีวีบนหน้าไทม์ไลน์ที่คาดว่าจะทำเงินให้กับ Facebook ได้ถึงวันละ 2.5 ล้านเหรียญ

ที่มา - TIME

ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศให้ธุรกรรมทั้งหมดเกี่ยวกับ Bitcoin เป็นสิ่งผิดกฎหมาย

By: Flurrywong on Tue, 2013-07-30 11:32

เว็บไซด์ bitcoin.co.th ประกาศว่าจะหยุดทำการให้บริการธุรกรรมที่เกี่ยวกับ Bitcoin ทั้งหมดในประเทศไทยจนกว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายใหม่ โดยให้เหตุผลว่าจากการที่บริษัท Bitcoin จำกัดได้เข้าร่วมการประชุมเพื่อนำเสนอเกี่ยวกับกลไกการทำงานของ Bitcoin และการดำเนินกิจการของบริษัท ในวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมาแก่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธปท. เมื่อธปท.พิจารณาแล้วพบว่าประเทศไทยไม่มีบทบัญญัติบังคับใช้เกี่ยวกับ Bitcoin เป็นการเฉพาะและ Bitcoin ส่งผลกระทบต่อการใช้นโยบายควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุน (Capital Control) ทำให้ธปท. ไม่สามารถควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุนได้เต็มที่ นอกจากนี้ตัว Bitcoin เองมีลักษณะก้ำกึ่งกันระหว่างการเป็นเงินตราในประเทศกับต่างประเทศ จึงประกาศให้การทำธุรกรรมเกี่ยวกับ Bitcoin ซึ่งครอบคลุมถึงกิจกรรมดังต่อไปนี้เป็นธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย

  1. การซื้อ Bitcoin
  2. การขาย Bitcoin
  3. การซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อแลกเปลี่ยนเป็น Bitcoin
  4. การซื้อสินค้าหรือบริการด้วย Bitcoin
  5. การส่ง Bitcoin ให้กับบุคคลอื่นที่พำนักอยู่นอกราชอาณาจักร
  6. การรับ Bitcoin จากบุคคลอื่นที่พำนักอยู่นอกราชอาณาจักร

อย่างไรก็ดีธปท. ได้ประกาศว่าจะนำเรื่องนี้ขึ้นพิจารณาต่อไปในอนาคต แต่ไม่ได้กำหนดเป็นเวลาตายตัวว่าจะเป็นเมื่อใด นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบไปยังเว็บไซด์ของธปท. เองก็ยังไม่ปรากฎรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอีกด้วย

ปัจจุบันธุรกิจที่เกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศในประเทศไทยถูกควบคุมโดยพรบ. ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ผู้ที่จะประกอบกิจการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน ให้กู้ยืม หรือ โอนเงินตราต่างประเทศจะต้องยื่นคำขอในอนุญาตประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศจากกระทรวงการคลังผ่านธปท. โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภทใบอนุญาตคือ นิติบุคคลรับอนุญาต (ธนาคารพาณิชย์หรือนิติบุคคลที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น ซึ่งได้รับอนุญาตให้สามารถซื้อขาย ฝากถอน หรือให้กู้เงินตราต่างประเทศได้) บุคคลรับอนุญาต (บุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการซื้อและขายธนบัตรต่างประเทศ และรับซื้อเช็คเดินทางจากลูกค้า) ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ (นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้สามารถโอนเงินตราต่างประเทศออกไปนอกประเทศและรับโอนเงินตราต่างประเทศเพื่อจ่ายเป็นเงินบาทให้แก่ผู้รับในประเทศ) บริษัทรับอนุญาต (นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจซื้อขายเช็คเดินทางแก่ผู้จะเดินทางออกนอกประเทศ หรือจ่ายเงินบาทให้ผู้ถือบัตรเครดิตต่างประเทศ) และศูนย์บริหารเงิน (นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้กับกลุ่มบริษัทในเครือในไทย หรือเวียดนาม หรือประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับไทย ที่ประกอบธุรกิจด้านการผลิตและการค้าระหว่างประเทศ หรือบริษัทในประเทศที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องกันหรือมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจด้านการผลิตและการค้าระหว่างประเทศ ตั้งแต่ 3 บริษัทขึ้นไป)

ที่มา - www.bitcoin.co.th

หน่วยงาน UK เสนอให้บริษัทใหญ่เปิดประมูลเลือกผู้สอบบัญชีทุกห้าปี

By: chayaninw on Mon, 2013-07-22 22:00

คณะกรรมาธิการการแข่งขันทางการค้า (Competition Commission) ของสหราชอาณาจักร ได้เสนอแผนการที่จะให้บริษัทจดทะเบียนในดัชนี FTSE 350 จะต้องเปิดให้มีการยื่นประมูลคัดเลือกผู้สอบบัญชี (statutory auditor) ของบริษัททุกๆ 5 ปี

ปัจจุบัน ตลาดของการสอบบัญชีนั้น ครอบครองโดยสี่บริษัทใหญ่ (Big Four) ได้แก่ Deloitte, Ernst & Young, KPMG, และ PwC โดยสี่บริษัทนี้ เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทมากกว่า 90% ในดัชนี FTSE 350 (บริษัทขนาดใหญ่ที่สุด 350 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน) ซึ่งทำให้หน่วยงานภาครัฐทั้งในสหรัฐและยุโรปพยายามจะกำกับตลาดของผู้สอบบัญชีมากขึ้น โดยเฉพาะจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าบริษัทสอบบัญชีทำหน้าที่ในการเตือนก่อนการเกิดวิกฤติการเงินได้ไม่ดีพอ

ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ไม่มีการบังคับว่าจะต้องเปลี่ยนบริษัทสอบบัญชี ดังที่ได้มีการเสนอกันก่อนหน้านี้ แต่ก็มีการเสนอห้ามธนาคารบังคับให้ลูกหนี้ใช้ผู้สอบบัญชีจาก Big Four เป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการกู้เงินด้วย

Laura Carstensen ประธานคณะทำงานด้านตลาดผู้สอบบัญชี ได้กล่าวว่า มาตรการเหล่านี้ น่าจะช่วยให้ผู้ถือหุ้นมีความมั่นใจได้มากขึ้น โดยตลาดที่มีการแข่งขันกันมากขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากการได้รับงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม Robert Peston บรรณาธิการด้านธุรกิจของ BBC ก็มองว่า มาตรการที่บังคับให้มีการเปิดประมูลคัดเลือกทุก 5 ปีนี้ อาจยิ่งทำให้บริษัท Big Four นั้นมีอิทธิพลในตลาดมากกว่าเดิม เพราะต้นทุนของการเข้าร่วมประมูลอาจจะสูงเกินกว่าที่บริษัทระดับรองจะเข้าไปแข่งขันได้ นอกจากนี้ บริษัท Big Four ยังอาจเข้าไปแย่งงานในบริษัทที่ปัจจุบันมีผู้สอบบัญชีเป็นบริษัทระดับรองด้วย

Peston ยังมองด้วยว่า บริษัทขนาดใหญ่มากๆ นั้นมีความซับซ้อนที่อาจต้องใช้เวลาในการเข้าใจธุรกิจ ทำให้เมื่อมีการคัดเลือกใหม่ใน 5 ปี ก็มีแนวโน้มที่บริษัทจะยังคงเลือกผู้สอบบัญชีรายเดิม ซึ่งปัจจุบัน Financial Reporting Council ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระกำกับดูแลในด้านนี้โดยตรง ก็กำหนดแนวทางให้มีการเปิดประมูลคัดเลือกทุก 10 ปีอยู่แล้ว

ด้านบริษัท BDO ซึ่งเป็นบริษัทสอบบัญชีนอก Big Four แสดงความเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ โดยกล่าวว่า พร้อมที่จะเข้าร่วมการคัดเลือกที่จะเกิดขึ้นตามมาตรการนี้

ที่มา - BBC News, Competition Commission

Pages

Subscribe to MEconomics RSS