Deutsche Post ยังคงกำไรดี ได้ประโยชน์จากอีคอมเมิร์ซ

By: chayaninw on Thu, 2012-03-08 18:24

ความนิยมติดต่อสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ตอาจจะทำให้คนส่งจดหมายแบบดั้งเดิมกันน้อยลง แต่บริษัท Deutsche Post ยังคงทำกำไรได้อย่างดี จากความนิยมซื้อของออนไลน์ ที่จำเป็นต้องใช้บริการขนส่งสินค้าผ่านไปรษณีย์กันมากขึ้น

Deutsche Post DHL บริษัทด้านไปรษณีย์และลอจิสติกส์ของเยอรมนีที่เป็นเจ้าของกิจการ DHL ประกาศผลกำไรในปี 2011 ที่ผ่านมา โดยกำไรสุทธิของบริษัทนั้นลดลงจากปีก่อนหน้า 54.2 เปอร์เซ็นต์ แต่ตัวเลขนี้เป็นผลทางบัญชีจากการขายกิจการ Postbank ไปก่อนหน้านี้

Deutsche Post คำนวณว่า หากตัดผลกระทบทางบัญชีจาก Postbank ออกแล้ว กำไรสุทธิของบริษัทเติบโตขึ้นถึง 50.6 เปอร์เซ็นต์ และในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานนั้น เพิ่มขึ้น 32.8% จาก 1.8 พันล้าน เป็น 2.4 พันล้านยูโร

กิจการไปรษณีย์ภายในประเทศของ Deutsche Post นั้นค่อนข้างทรงตัว โดยการส่งพัสดุจากพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากการส่งจดหมาย ในขณะที่บริการ DHL สร้างรายได้เพิ่มจากปีก่อนหน้า 18.6 เปอร์เซ็นต์ โดยได้ประโยชน์จากการเติบโตในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (emerging markets)

ที่มา - Financial Times, DP DHL Presentation

แม่บ้านสิงคโปร์ได้รับวันหยุดประจำสัปดาห์ปีหน้า

By: lew on Thu, 2012-03-08 14:02

แม้สิงคโปร์จะเป็นประเทศที่มาตรฐานความเป็นอยู่สูงที่สุดในอาเชียน แต่แม่บ้านที่มักจะเป็นแรงงานต่างชาติกลับไม่ได้รับวันหยุดแม้แต่วันเดียวในรอบสัปดาห์ จนกระทั่งรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน นายตัน ชวนจิน ได้ออกมาประกาศว่าตั้งแต่เดือนมกราคมปีหน้า แม่บ้านทั้งหมดจะต้องได้รับวันหยุดประจำสัปดาห์ หรือค่าชดเชยในกรณีที่ต้องมาทำงาน

แรงงานที่เข้ามาทำงานเป็นแม่บ้านในสิงคโปร์นั้นมีกว่าสองแสนคน ส่วนมากมาจากอินโดนีเซีย, พม่า, ฟิลิปปินส์, อินเดีย, และศรีลังกา โดยได้ค่าแรงประมาณ 390 ดอลลาร์สิงคโปร์หรือ 9,250 บาทต่อเดือน

เรื่องน่ากังวลคือนายจ้างส่วนมากอาจจะเลือกที่จะจ่ายค่าชดเชยเป็นประจำแทนที่จะยอมให้แม่บ้านเหล่านี้หยุดงานพักผ่อนตามเจตนาของประกาศ ทำให้ผลลัพธ์อาจจะไม่มีอะไรมากไปกว่าการขึ้นค่าแรงให้กับเหล่าแม่บ้านเท่านั้น

ประเทศในแถบเอเชียที่นำเข้าแรงงานแม่บ้านเหมือนกันคือฮ่องกง และใต้หวัน ล้วนมีข้อบังคับให้มีวันหยุดมาก่อนสิงคโปร์เป็นเวลานานแล้ว

ที่มา - Wall Street Journal, Washington Post, Digital Journal

สหรัฐร้องเรียนคำสั่งนำเข้าไก่ของอินเดียต่อ WTO

By: chayaninw on Thu, 2012-03-08 13:03

สหรัฐอเมริกายื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก ให้ตัดสินกรณีที่อินเดียสั่งห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์ไก่ ทั้งเนื้อและไข่ จากสหรัฐ

อินเดียสั่งห้ามนำเข้าไก่จากสหรัฐมาตั้งแต่ปี 2007 เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไข้หวัดนก ในขณะที่สหรัฐมองว่าอินเดียพยายามจะปกป้องผู้ผลิตภายในประเทศโดยเอาเหตุผลด้านสาธารณสุขมาบังหน้า

ตลาดค้าไก่ในอินเดียคาดการณ์ว่าจะเติบโตปีละ 8 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ และหากสหรัฐสามารถส่งออกไก่ไปยังอินเดีย จะสามารถส่งออกสินค้ามูลค่าราว 300 ล้านดอลลาร์ไปยังตลาดนี้ได้

ที่มา - BBC News

อินโดนีเซียรณรงค์ไม่กินข้าววันอังคาร, เวียดนามส่งออกข้าวได้น้อยลง

By: lew on Wed, 2012-03-07 23:29

อินโดนีเซียเป็นประเทศที่นำเข้าข้าวเป็นจำนวนมากจากการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อการบริโภค และพื้นที่เพาะปลูกยังลดน้อยลงเรื่อยๆ เพื่อลดการนำเข้า งานนี้เทศบาลเมือง Depok ถึงกับห้ามร้านค้าในบริเวณศูนย์ราชการขายข้าวในวันอังคาร

ร้านค้าในศูนย์อาหารบ่นว่าเสียลูกค้าไปจำนวนมากเนื่องจากไม่สามาถขายข้าวได้ ขณะที่ลูกค้าบ่นว่าต้องไปหาอาหารนอกศูนย์ราชการกินทุกวันอังคารเช่นกัน ส่วนเลขานุการของศูนย์ราชการระบุว่านโยบายนี้จะช่วยรณรงค์การลดการบริโภคข้าวของประชาชนได้ และการเสียรายได้ของร้านค้าจะเป็นเรื่องชั่วคราวเท่านั้น

รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรอินเดียไม่รู้เรื่องการห้ามส่งออกฝ้าย

By: lew on Wed, 2012-03-07 22:20

ข่าวอินเดียห้ามส่งออกฝ้ายกลายเป็นความยุ่งเหยิงในรัฐบาลอินเดียเอง เมื่อรัฐมนตรีกระทรวงเกษตร คือ นาย Sharad Pawar ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเขาเองไม่รู้เรื่องการออกคำสั่งห้ามส่งออกนี้แต่อย่างใด

นาย Pawar ระบุว่าได้แจ่งไปยังนายกรัฐมนตรีแล้วว่าขอให้ทบทวนคำสั่งนี้เพราะราคาฝ้ายในอินเดียกำลังตกลง และปีนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาเหมือนปีที่แล้ว ฝ้ายชุดใหม่กำลังจะออกมาสู่ตลาดในปริมาณปรกติ

ที่มา - BBC

AmEx จับมือทวิตเตอร์เปิดแคมเปญเปลี่ยนทวีตเป็นคูปองส่วนลด

By: Blltz on Wed, 2012-03-07 15:42

ช่วงนี้เราได้เห็นบริษัทที่กำลังขาขึ้นอย่างทวิตเตอร์ เริ่มมีโมเดลหาเงินมากขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งการขายโฆษณา และการขายข้อมูลทวีต แต่ดูเหมือนจะยังไม่หมดแค่นั้นหลังจากเพิ่งไปจับมือกับ American Express (AmEx) เพื่อเปลี่ยนให้ทวีตที่ติดแฮชแท็กพิเศษกลายเป็นคูปองส่วนลดได้ (ตัวอย่าง ส่วนลด McDonalds ด้วยแฮชแท็ก #AmexMcDonalds)

ก่อนใช้สิทธิดังกล่าวผู้ใช้บัตรของ AmEx ต้องซิงก์บัญชีทวิตเตอร์เข้ากับบัตรเสียก่อนผ่านลิงก์นี้ ก็สามารถรับสิทธิต่างๆ หลังจากทวีต หรือรีทวีตที่มีแฮชแท็กดังกล่าวได้แล้ว

เพื่อเป็นการยืนยันว่าสิทธินั้นยังไม่หมดอายุ AmEx จึงได้สร้างแอคเคาท์ @AmexSync เพื่อบอกข้อมูลเกี่ยวกับดีลดังกล่าว วิธีการใช้ และวันหมดอายุ (ตัวอย่าง)

แคมเปญนี้ช่วยให้ห้างร้านต่างๆ สามารถจับกลุ่มลูกค้าออนไลน์ได้มากขึ้น และดูจะได้รับความสนใจพอสมควร ในเบื้องต้น AmEx ได้ทำดีลไว้กับบริการหลายแห่งซึ่งเชคได้จากที่นี่

... เห็นแบบนี้แล้วก็เริ่มอยากให้บัตรบ้านเรามีดีลแบบนี้บ้าง

ที่มา - VentureBeat

กระทรวงพลังงานเตรียมปรับโครงสร้างนโยบายพลังงานของประเทศใหม่หมด

By: Flurrywong on Wed, 2012-03-07 03:31

หลังจากได้เห็น กระทรวงการคลังเตรียมเสนอโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ กันไปแล้ว คราวนี้ก็เป็นคิวของกระทรวงพลังงานยกเครื่องนโยบายกันบ้าง หลังจากการประชุมเพื่อนำเสนอผลการประชุมเชิงปฏิบัติการตามประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานกำลังพิจารณาทบทวนนโยบายทางด้านพลังงานใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะในส่วนของนโยบายเกี่ยวกับราคาพลังงานที่บิดเบือนกลไกตลาดจากการเข้าแทรกแซงราคาน้ำมันโดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบัน และปัญหาการลักลอบส่งออก LPG ตามตะเข็บชายแดนจำนวนมาก รวมถึงการทบทวนนโยบายบัตรเครดิตพลังงานเพื่อจัดทำรายละเอียดใหม่ทั้งหมดหลังพบปัญหาว่าประชาชนเกิดความสับสนและไม่เข้าใจเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว โดยการทบทวนนโยบายครั้งนี้ ทางกระทรวงให้คำมั่นว่าจะดูแลผู้เดือดร้อนให้ครอบคลุมและทั่วถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถหาข้อสรุปทั้งหมดได้ภายในเดือนเมษายนนี้

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าในการประชุมในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่จะถึงนี้ กระทรวงพลังงานจะขอเสนอให้ขยายวงเงินกู้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อเพิ่มสภาพคล่องเพิ่มจากเดิมอีก 10,000 ล้านบาท เพื่อนำใช้ในการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล หลังมีการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวขึ้นเลวร้ายที่สุดถึง 150 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาเรล

ที่มา - ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สามค่ายดังแห่งวงการรถยนต์ไทยไม่เห็นด้วยกับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์อันใหม่

By: Flurrywong on Wed, 2012-03-07 02:45

จากข่าวเก่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่เข้าครม. ในสัปดาห์หน้า หลังจากที่ทางประชาชาติธุรกิจออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ข่าวดังกล่าวไป คราวนี้เรามาดูปฎิกริยาจาก 3 ค่ายรถยนต์รายใหญ่สัญชาติญี่ปุ่นอย่างฮอนด้า โตโยต้า และมาสด้ากันบ้างว่า ทั้งสามบริษัทมีความเห็นต่อการเสนอปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ในครั้งนี้อย่างไรบ้าง

หุ้นแอปเปิลกลายเป็นหุ้นเก็งกำไรระยะสั้นยอดนิยมของวอลล์สตรีท

By: arjin on Tue, 2012-03-06 16:10

ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาราคาหุ้นของบริษัทแอปเปิล (NASDAQ:AAPL) มีความผันผวนระหว่างวันในช่วงการซื้อขายสูงมากขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์จาก Wedgewood Partners ให้ความเห็นว่านักเก็งกำไรเริ่มเข้ามาซื้อขายหุ้นแอปเปิลกันแบบระยะสั้นมากขึ้น นับตั้งแต่แอปเปิลกลายเป็นบริษัทที่ 6 ในประวัติศาสตร์อเมริกาที่มีมูลค่ากิจการตามราคาในตลาดหลักทรัพย์เกิน 5 แสนล้านดอลลาร์ อีกทั้งแอปเปิลยังมีเป็นหุ้นประเภท "มีข่าว" ออกมาอยู่ต่อเนื่อง อย่างล่าสุดก็คือการเก็งกำไรประเด็น iPad รุ่นถัดไป จึงเหมาะมากสำหรับการเล่นเพื่อหวังทำกำไรระยะสั้น

ปัจจุบันแอปเปิลมีมูลค่ากิจการที่สูงจนถ่วงน้ำหนักถึง 4% ในดัชนีเอสแอนด์พี 500 พูดได้ว่าการขึ้นลงของหุ้นแอปเปิลส่งผลได้สูงต่อดัชนีเอสแอนด์พี 500 มาก เมื่อรวมกับความผันผวนระหว่างวันที่สูงขึ้นมาก โดยกรอบการขึ้นลงระหว่างวันปัจจุบันอยู่ที่ $12 ส่วนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหุ้นแอปเปิลมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อจบการซื้อขายของวันระดับบวกลบเกิน 1% ถึง 12 วัน ปัจจัยเหล่านี้เองที่ส่งผลให้หุ้นแอปเปิลเริ่มเป็นที่นิยมของบรรดาเฮดจ์ฟันด์ ตลอดจนการซื้อขายในตลาดออปชันอีกด้วย

ที่ผ่านมาบริษัทในอเมริกาที่เคยมีมูลค่าเกิน 5 แสนล้านดอลลาร์ได้แก่ ไมโครซอฟท์, Exxon Mobil, ซิสโก้, อินเทล และ GE ซึ่งทุกบริษัทปัจจุบันมีมูลค่าต่ำกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์แล้วทั้งสิ้น เหล่านักเก็งกำไรจึงไม่เชื่อว่าแอปเปิลจะ "สร้างประวัติศาสตร์ใหม่" ขึ้นมาได้สำเร็จ มองว่าวันหนึ่งหุ้นแอปเปิลก็จะเข้าสู่ขาลงและมีมูลค่าต่ำกว่าตัวเลข 5 แสนล้าน

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาปัจจัยพื้นฐานแบบหุ้นคุณค่าแล้ว หุ้นแอปเปิลซื้อขายกันที่อัตราส่วน P/E 15 เท่า ขณะที่กำไรสุทธิปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 83% และอยู่ในระดับนี้หลายปีแล้ว จึงอาจกล่าวในอีกด้านหนึ่งได้ว่าตลาดหุ้นยังกดราคาหุ้นแอปเปิลไม่ให้สูงอยู่นั่นเอง ความเชื่อที่ว่าหุ้นเกิน $500 แล้วแพงจึงอาจไม่ถูกเสียทีเดียว

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่เข้าครม. ในสัปดาห์หน้า

By: Flurrywong on Tue, 2012-03-06 01:23

เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจออนไลน์รายงานว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้า กรมสรรพสามิตจะเสนอการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ให้ที่ประชุมลงมติเห็นชอบ หลังจากที่มีการหารือภายในจนได้ข้อสรุปเบื้องต้นดังนี้

อินเดียประกาศห้ามส่งออกฝ้าย มีผลทันที

By: lew on Tue, 2012-03-06 01:14

ปีนี้ผลผลิตฝ้ายของอินเดียอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วงจากการเกิดโรคระบาดและคำสั่งซื้อจากจีนมีเข้ามามาก ทำให้ทางการอินเดียเลือกที่จะปกป้องอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศด้วยการสั่งห้ามส่งออกฝ้ายในทันที โดยมีผลรวมถึงผู้ส่งออกที่ได้รับใบอนุญาตไปก่อนหน้านี้แล้ว

ความซวยตกอยู่กับผู้ที่เซ็นสัญญาซื้อขายไว้ล่วงหน้า โดยตอนนี้ผู้ส่งออกในอินเดียทำสัญญาส่งออกฝ้ายไว้ทั้งหมด 10 ล้านหีบหรือ 1,700 ล้านตันในปีส่งออกนี้ (นับถึงสิ้นเดือนมีนาคม) เฉพาะเดือนมกราคมที่ผ่านมาเดือนเดียวยอดส่งออกฝ้ายก็สูงถึง 8.5 ล้านหีบแล้ว

ผลจากการประกาศทำให้ราคาฟิวเจอร์ฝ้ายในสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 4% ในทันที ส่วนผู้ค้าฝ้ายในอินเดียออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกประกาศนี้เพราะจะทำให้ราคาฝ้ายในประเทศตกต่ำ ส่งผลเสียต่อเกษตรกรและพ่อค่าฝ้ายของอินเดียก็จะเสียความน่าเชื่อถือ

ที่มา - BBC

โกดักหยุดสายการผลิตฟิล์มสไลด์

By: lew on Mon, 2012-03-05 01:55
Tags: 

เมื่อถึงคราวล้มละลาย ตอนนี้โกดักก็คงต้องทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อตัดกิจการที่ไม่ทำเงินออกไป หนึ่งในนั้นคือฟิล์มสไลด์ สินค้าหลักตัวหนึ่งของโกดักในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ฟิล์มสไลด์สามตัวสุดท้ายของโกดักคือ EKTACHROME E100G, EKTACHROME E100VS, และ ELITE Chrome Extra Color 100

จากยอดขายในช่วงนี้ โกดักคาดว่าฟิล์มเหล่านี้จะหมดไปจากหน้าร้านภายในเวลา 6 ถึง 9 เดือน ส่วนน้ำยา E-6 ที่ใช้ล้างนั้นจะยังมีขายต่อไป ส่วนฟิล์มเนกาทีฟและฟิล์มขาวดำก็ยังมีการผลิตต่อไปเช่นกัน

นับเป็นความเศร้าของตากล้องยุคกล้องฟิล์มที่ต้องเห็นบริษัทระดับตำนานค่อยๆ ปลดสินค้าไปช้าๆ แบบนี้

ที่มา - Kodak

GM ปลดคนงาน 1,300 หยุดสายการผลิต Chevy Volt

By: lew on Mon, 2012-03-05 01:45

General Motors ดูจะยังไม่ฟื้นดีนักหลังการฟื้นฟูในช่วงหลัง ยอกขายรถไฟฟ้าอย่าง Chevy Volt นั้นเคยถูกตั้งเป้าไว้ถึง 10,000 คันในปี 2011 และคาดว่าจะขายได้ถึง 60,000 คันในปี 2012 แต่ปรากฏว่าปี 2011 ขายได้จริงเพียง 7,671 คัน ส่วนปีนี้ยิ่งแย่หนัก เพราะสองเดือนที่ผ่านมาขายได้เพียง 1,626 คัน ส่งผลให้บริษัทตัดสินใจหยุดสายการผลิตเป็นเวลา 5 สัปดาห์ และปลดคนงานออก 1,300 คน

ประเด็นที่ถกเถียงกันมากคือรถไฟฟ้าอย่าง Chevy Volt นั้นถูกสร้างขึ้นเพราะความต้องการของรัฐบาลที่จะผลักดันนโยบายรถไฟฟ้าด้วยมาตรการสนับสนุนโดยไม่มีความต้องการของผู้บริโภคจริงๆ หรือไม่ แต่คู่แข่งอย่าง Nissan LEAF กลับยอดขายได้ถึง 9,700 คันในปี 2011 แม้จะคาดหวังยอดขายไว้ถึง 20,000 คันแต่ยอดรวมก็ยังดีกว่ามาก และตอนนี้เอง Nissan ก็ขาย LEAF ได้มากกว่า 22,000 คันทั่วโลกแล้ว ดังนั้นปัญหาอาจจะอยู่ที่ความสามารถในการแข่งขันของ GM เองที่ตั้งราคา Volt ไว้สูงถึงเกือบ 40,000 ดอลลาร์ แพงกว่า LEAF เกือบ 5,000 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองยอดขายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา GM ระบุว่ายอดขายของ Volt นั้นแซงหน้า LEAF ด้วยจำนวนส่งมอบ 1,023 คันเทียบกับ LEAF ที่ขายได้เพียง 478 คัน เป็นเดือนแรกที่ Volt แซงหน้า LEAF ขึ้นมาได้

ในแง่ของภาษีนั้นรถไฟฟ้าได้รับสนับสนุนผ่านการลดภาษีรัฐบาลกลางสูงสุด 7,500 ดอลลาร์เพื่อให้ราคาที่ต้องจ่ายจริงสำหรับรถเหล่านี้ใกล้เคียงกับรถใช้น้ำมันมากขึ้น

ที่มา - HybridCars, PRNewsWire

เกาหลีเหนือเซ็นตกลงหยุดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ หวังปรับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

By: Blltz on Thu, 2012-03-01 02:38

ในขณะที่ประเทศมหาอำนาจยังคงจับตามองสถานการณ์ของเกาหลีเหนือยุคหลังคิม จองอิล ว่าจะไปในทิศทางไหน ล่าสุดเป็นทางเกาหลีเหนือที่ยินยอมชะงักโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และขีปนาวุธพิสัยไกลลงแล้ว เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีกับทางสหรัฐฯ ในทางกลับกัน สหรัฐฯ จะให้ความช่วยเหลือทางด้านสเบียงอาหารเป็นจำนวนกว่า 240,000 ตัน และจะไม่เข้าแทรกแซงเพื่อล้มรัฐคอมมิวนิสต์ของเกาหลีเหนือที่นำโดยคิม จองอันอีกด้วย

ข้อตกลงดังกล่าวถูกประกาศโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ หลังจากการพบปะกันระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่ายในกรุงปักกิ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งนับเป็นการพบกันครั้งแรกตั้งแต่คิม จองอิลเสียชีวิตไปเมื่อเดือนธันวาคม

อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ ยังคงมีความกังวลในพฤติกรรมของเกาหลีเหนือในหลายพื้นที่ และย้ำชัดว่าข้อตกลงในครั้งนี้เป็นการปรับความสัมพันธ์ในวงจำกัดเท่านั้น แต่ก็เป็นก้าวสำคัญในการตอบโต้ภัยคุกคามที่แพร่กระจายในเกาหลีเหนือเช่นกัน

ที่มา - The Wall Street Journal

ตลท. เผยหุ้นปันผลให้ผลตอบแทนมากกว่าเงินฝาก

By: medkung on Thu, 2012-03-01 01:23

ข่าวช้าไปสักวันนะครับแต่เห็นว่าน่าสนใจดี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้มีการเสนอผลการวิจัยเรื่อง "หุ้นปันผล ขุมทรัพย์ของการลงทุน" โดยผู้นำเสนอคือคุณพัดชา จุนอนันตธรรม ได้นำเสนอว่าได้ใช้กลุ่มตัวอย่างบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (Mai) ใช้ข้อมูลย้อนหลัง 5 ปีตั้งแต่ 2549-2553 พบว่า 288 บริษัทหรือประมาณ 56.3% เป็นหุ้นปันผล โดยกลุ่มหุ้นปันผลเหล่านี้ให้ผลตอบแทนต่อปีที่ 25.3% มากกว่าดัชนีตลาดที่ให้ผลตอบแทนที่ 21.1% และมีกำไรส่วนต่างของราคาหุ้นใกล้เคียงกับตลาดส่วนทางด้านความผันผวนของราคาก็น้อยกว่าตลาด และถ้านักลงทุนถือหุ้นปันผลโดยตลอด 5 ปีจะให้ผลตอบแทน 153% ของเงินลงทุนเริ่มต้น

ทางด้านหุ้นกลุ่มที่ปันผลมีอยู่ในหลายๆ หมวด แต่หมวดที่ปันผลมากและสัดส่วนที่สูงคือกลุ่มปิโตรเคมี ตามด้วยกลุ่มของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจการเกษตร ถ้าหากดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับที่ต่ำมาก หุ้นปันผลก็นับว่าเป็นตัวเลือกสำหรับการลงทุน หรือลงทุนในหุ้นรายตัวตามดัชนี SETHD หรือหากงบลงทุนจำกัดก็จะเลือกลงทุนใน ETF ที่ลงทุนในดัชนี SETHD ก็ได้ หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือลงทุนในกองทุนรวมที่จ่ายปันผล ซึ่งมีกองทุนประเภทดังกล่าวประมาณ 93 กองทุน ซึ่งจากต้นปี 2555 จนถึงปัจจุบันให้ผลตอบแทนประมาณ 10%

หากสนใจสามารถอ่านผลการวิจัยได้ที่นี่ครับ "หุ้นปันผล ขุมทรัพย์ของการลงทุน"

ที่มา: ไทยรัฐ, กรุงเทพธุรกิจ, สถาบันวิจัยตลาดทุน

Pages

Subscribe to MEconomics RSS